เมื่อวานเพื่อนรุ่นน้องได้โทรศัพท์มาชวนครูนกไปฟังธรรมะเพื่อเยาวชนในเย็นวันนี้ที่วัดหาดใหญ่สิตาราม หรือที่รู้จักกันในชื่อ วัดสมเด็จฯ) โดยแม่ชีศันสนีย์ มูลนิธิเสถียรธรรมสถาน  โดยเพื่อนรุ่นน้องตั้งใจให้ครูนกชวนเด็กๆ ไปฟังธรรมะบรรยาย  ด้วยเวลายังอยู่ในช่วงปิดภาคเรียนครูนกทำได้ดีที่สุดคือ ประชาสัมพันธ์ผ่านสังคมออนไลน์ และพยายามชวนเพื่อนร่วมงานไปฟังธรรมะครั้งนี้ ปรากฏว่า ทุกคนมีภารกิจต้องทำด้วยเหตุว่ารู้ปัจจุบันทันด่วนจัดการเรื่องต่างๆ ไม่ทัน  ส่วนน้องๆวัยรุ่นก็แซวว่า "พี่นกชวนไปพบแม่ชี ใครจะไปกับพี่นกละ"
          ดังนั้นเมื่อเวลา ๑๘.๐๐ น. ครูนกใช้หลักลุยไปเดี่ยวๆ เพราะที่วัดต้องมีกัลยาณมิตรอยู่แล้วหนึ่งคนคือ ครู มอมด.  เมื่อไปถึงวัดปรากฏว่า ได้พบผู้ใหญ่ที่รู้จักหลายท่าน พบแม่ของลูกศิษย์ที่เคยเรียนกับครูนก  พบครูต่างโรงเรียน  และได้กัลยาณมิตรทางธรรมที่นั่งมองแล้วส่งยิ้มกันไปยิ้มกันมา สรุปว่า รอยยิ้มสร้างมิตรได้
       ผู้ร่วมฟังธรรมะบรรยายครั้งนี้คือ สามเณรของวัดสมเด็จฯ ซึ่งมีจำนวนมากเป็นสามเณรน่ารักใสๆ น้องเล็กสุดอายุ ๘ ขวบ  กลุ่มที่สองคือ นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายของโรงเรียนเอกชนชายชื่อดังในหาดใหญ่ซึ่งคณะครูนำมาโดยผู้ปกครองให้ความอนุเคราะห์เรื่องรถตู้มาส่งก็มาเป็นจำนวนมากเช่นกัน  และกลุ่มสุดท้ายคือครู ผู้ปกครองและผู้สนใจในธรรมะ


       การบรรยายของแม่ชีศันสนีย์เรียบงาน ใช้สื่อเร้าใจวัยรุ่นในหัวข้อ "นมัสเต จ๊ะเอ๋บ๊ายบาย"  เป็นการสอนให้เรารู้ทันจิต  รู้จักถอย รู้จักยอม รู้จักวาง รู้จักละ และรู้จักเลิก ซึ่งเรียกเสียงเฮฮาจากผู้ฟังวัยรุ่นม.ปลายได้เป็นระยะๆ


       นอกจากนี้ครูนกได้เรียนรู้การทำสมาธิของเด็กว้ยรุ่นคนหนึ่งค่ะ ใช้กีฬาเป็นเครื่องมือในการฝึกสมาธิ นั่นคือ การรำมวยจีนไทเก็กใช้หลักกายเคลื่อนไหวรวมใจเป็นหนึ่งเดียว หนุ่มน้อยหน้ามนทำได้ดีมากสัมผัสได้ถึงสมาธิ


       วันนี้ต้องขอบคุณครูมอมด.ที่ชวนครูนกเข้าวัดได้ร่วมฟังธรรมะบรรยายและร่วมทำบุญพร้อมได้แนวคิดที่ดีในการดำเนินชีวิตคือรู้จักยอม รู้จักถอย รู้จักวาง แล้วชีวาจะมีสุขมากมาย
       อนุโมทนาบุญสู่กัลยาณมิตรG2K ทุกๆท่านค่ะ