กาลเวลาจะเป็นตัวสะท้อนให้เห็นถึงความมั่นคงและต่อเนื่องของการเดินทางสู่การเรียนรู้
แปดปีของการเชื่อมโยง R2R&KM สู่การพัฒนาคุณภาพ ...มีบทเรียนเกิดขึ้นมากมายในชีวิต
เป็นการเรียนที่คุ้มค่าของการทุ่มเทเข้าไปสู่กระแสของการเรียนรู้เพื่อบ่มเพาะทางปัญญาด้วยเครื่องมือดังกล่าว

ข้าพเจ้าฝึกฝนตนเองในการทำงานแบบไม่เขียนโครงการ ไม่ของบประมาณ
แต่ใช้การเจียดเงินส่วนตัวและการสนับสนุนจากกัลยาณมิตร
และการเรียนรู้ที่จะทำงานแบบใช้ทรัพยากรที่มีอยู่เป็นต้นทุนในการทำงาน
การฝึกฝนการทำงานเช่นนี้ ... ทำให้ข้าพเจ้าทำงานได้อย่างเป็นอิสระและเกิดผลลัพธ์ในการทำงานอย่างมากมาย
ที่สำคัญ ได้เรียนรู้ความมีคุณค่าในสิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัวเรานำมาสู่การสร้างงานการสร้างคน

จากประสบการณ์ของการทำงานวิจัยที่ศึกษาในเรื่อง Path Analysis หรือการวิเคราะห์เชิงสาเหตุสมัยเรียนในระดับปริญญาโท ปริญญาเอกนั้น องค์ความรู้ที่เกิดจากการเรียนรู้ในครั้งนั้นมาเชื่อมโยงกับการเรียนรู้ในเรื่อง "อิทัปปจยตา" ทำให้เกิดการนำมาใช้ในชีวิตได้ในหลายเรื่อง และทำให้เราเกิดความเข้าใจในเหตุและผลที่เกิดจากเหตุ ... นั่นยังไม่พอทำให้ตกผลึกของการนำวิธีการแก้ปัญหาเพื่อเกิดปัญญาไม่จากทางตรงก็โดยทางอ้อม
ทำให้เกิดการตระหนักในตนเองว่า ... ทุกอย่างมีทางออกมีทางดำเนิน
ดั่งเช่นนำมาทดลองใช้ในการขับเคลื่อนเชื่อมโยง R2R ไปแบบทางตรงไม่ได้ ก็ไปแบบทางอ้อม และวกกลับมาสู่เป้าหมาย
ดั่งโมเดล R2R Yasothon Hospital

จากภาพโมเดล เมื่อเริ่มจากแกนกลางหรือศูนย์กลางจากหน่วยงานของเราไม่ได้ เราก็ไปหว่านเมล็ดพันธุ์จากรอบนอกและคล้อยเคลื่อนเติบโตมาสู่วงใน เมื่อถึงเวลาที่เหมาะ องค์ประกอบต่างๆ ที่สร้างไว้ก็นำมาสู่การเชื่อมโยงเป็นภาพโมเดลที่ชัดเจนขึ้น
ปัจจัยแห่งความสำเร็จของการพูดเรื่อง R2R ให้อยู่ในหัวใจคน
คือการไม่พูดภาษาวิชาการที่มันยากที่คนเข้าไม่ถึง
แต่เราใช้ภาษาของการเข้าใจหัวใจคนทำงาน
ฟังด้วยความนอบน้อม และค้นหาเข้าไปในพลังแห่งศักยภาพที่เขามี
ที่สุดแล้ว...เราจะค้นพบความมหัศจรรย์ทางปัญญาที่คนหน้างานเขามีอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันที่เขาทำงาน
