คนเราแค่ไม่ทรยศต่อความรับผิดชอบหน้าที่ก็น่าสรรเสริญแล้ว แต่นี่กลับทำทุกอย่างซ้ำๆ เป็นการตอกย้ำสิ่งที่อยู่ภายในอย่างมุ่งมั่น เป็นเวลายาวนานและต่อเนื่อง จึงสมควรเป็นผู้ได้รับให้เป็นผู้ยิ่งใหญ่ เป็นเจ้าป่าผู้คุ้มครองผู้รักษาตลอดไป

คุณสืบ นาคะเสถียร

กับการช่วยเหลือจงอาง 

ถ้าจะให้ผู้เขียนบรรยายสรุปความเป็นตัวตนของคุณสืบ นาคะเสถียร ก็ของยกย่องให้เป็นตำแหน่งเจ้าป่า ยิ่งค้นหาเรื่องราวของท่าน ก็ยิ่งเห็นความเป็นบุุคลพิเศษ ที่มีหัวใจอันพิเศษยิ่งยวด

  ภารกิจการอพยพสัตว์ป่าที่ตกค้างในเขื่อนรัชชประภา (เชี่ยวหลาน) นั้นมีหลายเรื่องที่คุณสืบ แสดงความธาตุแท้แห่งเจ้าป่าโดยแท้จริง นอกจากการช่วยเหลือสัตว์ชนิดหามรุ่งหามค่ำ เพื่อให้ทันต่อเวลาก่อนที่สัตว์ทั้งหลายจะหมดเรี่ยวแรง หรืออดตายอย่างกระทันหัน เนื่องจากระบบเขื่อน ที่ช่วยชะลอน้ำไม่ให้ลงไปท่วมดินแดนที่มนุษย์อาศัยอยู่เบื้องล่าง แต่น้ำนั้น กลับท่วมท้นพื้นที่ชีวิตของสัตว์ป่าผู้อาศัยอย่างรวดเร็ว

  คุณสืบ ช่วยสัตว์ทุกชนิด ไม่ได้นึกรังเกียจว่าเป็นสัตว์ดุร้าย หรือสัตว์เล็กสัตว์น้อย ที่ปล่อยๆเลยสายตาไปเสียบ้าง แต่เขากลับเห็นทุกชีวิตมีค่าเท่าเทียมกัน ทุกตัวมีสิทธิ์ที่จะมีชีวิตรอด มีสิทธิ์ที่จะได้รับความช่วยเหลือจากเขาและคณะ เช่น งูจงอางตัวหนึ่ง ที่มีความยาวเกือบ 3 เมตร มันกระโจนลงน้ำเพื่อหนีตายเช่นกัน คุณสืบสั่งให้เอาสวิงจับงูให้ได้ เพราะขืนปล่อยไป มันคงหมดแรงว่ายน้ำและตายก่อนจะถึงฝั่ง แต่งูก็แข็งแรง ดิ้นจนตาข่ายสวิงขาด หลุดออกไปคราหนึ่ง แต่ด้วยคำบัญชาของเจ้าป่า ก็ทำให้ช้อนจงอางขึ้นมาอีกครั้งจนได้ พองูขึ้นเรือได้ ทุกคนก็ประหวั่นพรั่นพรึงกับอสรพิษอย่างยิ่ง ถ้ามันกัดใครสักคน ก็คงไม่รอด เพราะพิษที่ร้ายแรง และระยะทางที่จะเดินทางไปโรงพยาบาลต้องใช้เวลาถึง 6 ชั่วโมง

  แต่น้ำใจเจ้าป่า ก็ไม่ได้เกี่ยงภาระให้ใคร เขาคว้าคองูแล้วกดหัวมันกับกาบเรือ เพื่อให้งูงับกาบเรือและปล่อยน้ำพิษจนหมดสิ้น จากนั้นจึงช่วยกันเอากระสอบใส่งูไว้ เพื่อนำขึ้นฝั่งอย่างปลอดภัยทั้งคนและงู ผู้บันทึกเรื่องนี้เล่าว่า คุณสืบบอกว่า นี่เป็นการจับงูครั้งแรกในชีวิตผม

 บางครั้งมีลูกกวางลอยคอในน้ำ ด้วยความเหน็บหนาวและอ่อนแรง คุณสืบก็จะโดดลงน้ำ แล้วอุ้มมันขึ้นเรือ ส่วนเขาก็เกาะกาบเรือลอยอยู่ในน้ำ เพื่อให้พื้นที่บนเรือกับสัตว์ต่างๆก่อน และเพื่อเตรียมพร้อมจะช่วยสัตว์รายต่อๆไป ที่กำลังลอยผ่านหน้าเขาไป

  โครงการอพยพสัตว์ป่าตกค้างที่เขื่อนรัชชประภา จ.สุราษธานีนั้น ใช้เวลานานถึง 2 ปีเศษ ช่วยสัตว์มาได้ 1,364 ตัว ถ้าเทียบกับสัตว์ทั้งหมด ก็คงเป็นผลงานที่ต่ำมาก คงมีหลายหมื่นชีวิตที่ตายไปเสียก่อน เหมือนการทำงานที่ไม่บรรลุเป้าหมาย แต่มันเต็มความสามารถของพวกเขาไปแล้ว การช่วยเหลือที่ทำกันไปสุดความสามารถ ทั้งที่ไม่เคยมีประสบการณ์แบบนี้มาก่อน เพราะนี่คือโครงการอพยพสัตว์ที่ตกค้าง โครงการแรกในประเทศไทย จึงต้องศึกษาจากหนังสือ จากพรานป่าที่มาร่วมด้วยช่วยกัน

   บันทึกมาถึงตรงนี้ ทำให้ผู้เขียนซาบซึ้งถึงหัวใจของผู้ยิ่งใหญ่ ที่น้อยนักจักได้เห็นสักคราในชีวิต จึงเกิดแรงจิตอนุโมทนาบุญกับคุณสืบ  นาคะเสถียร ด้วยความเคารพและจริงใจเป็นที่สุด คนเราแค่ไม่ทรยศต่อความรับผิดชอบหน้าที่ก็น่าสรรเสริญแล้ว แต่นี่กลับทำทุกอย่างซ้ำๆ เป็นการตอกย้ำสิ่งที่อยู่ภายในอย่างมุ่งมั่น เป็นเวลายาวนานและต่อเนื่อง จึงสมควรเป็นผู้ได้รับให้เป็นผู้ยิ่งใหญ่ เป็นเจ้าป่าผู้คุ้มครองผู้รักษาตลอดไป