ผมเริ่มฟังเพลงคลาสสิคตั้งแต่เมื่อไหร่ก็จำไม่ได้
หรืออาจจะในช่วงที่พี่แป้งเพิ่งเกิด เพราะช่วงนั้นเขากำลังโปรโมทการเปิดเพลงคลาสสิคให้คนท้องฟัง ให้เด็กแรกเกิดฟัง นัยว่าจังหวะและทำนองของเพลงที่โมสาร์ตแต่ง มีคุณสมบัติที่พิเศษสำหรับพัฒนาการทางอารมณ์ของเด็ก บริษัทนมก็มักจะแจกของที่ระลึกเป็นซีดีเพลงโมสาร์ต ผมก็ได้มาชุดหนึ่ง มีการจัดบรรยายเรื่องเพลงคลาสสิคกับคนท้องและเด็กอีกหลายครั้งหลายวาระ เอาเป็นว่าในช่วงปี พ..ศ.๒๕๔๔ เราจะเห็นและได้รับฟังเรื่องราวของเพลงคลาสสิคมากมาย
"พี่แป้งก็เกิดวันเดียวกับโมสาร์ต"
แต่นั่นก็เป็นการเปิดเพลงเพื่อลูก มิใช่เพื่อตัวเอง
มาเริ่มสนใจเพลงคลาสสิคครั้งใหญ่ ก็เมื่อเราได้เชิญอาจารย์สุกรี แห่งมหิดลดุริยางคศิลป์ มาบรรยายเรื่องดนตรี และท่านได้มอบซีดีเพลงที่ลูกศิษย์ท่านบรรเลงเป็นวงให้ผมไว้แผ่นหนึ่ง ในแผ่นนั้นมีชุดเพลง four seasons ของ Vivaldi นั่นเป็นการเปิดประตูสู่การเป็นแฟนเพลงคลาสสิคของผมอย่างเป็นเรื่องเป็นราวเลยทีเดียว มิน่าเชื่อว่าเพลงต่างๆใน four seasons นั้น มันสามารถทำให้ผมเคลิ้มไปถึงลม ฝนฟ้าและพายุ ได้
จากนั้นมาผมเริ่มฟังเพลงคลาสสิค หาซื้อเพลงคลาสสิคมาเก็บไว้ในคอลเล็คชั่นส่วนตัว แม้มีไม่มากและดูเชยๆ แต่ช่วงนั้นก็ฟังแต่เพลงคลาสสิค
ในเวลาใกล้ๆกันนั้น ผมก็เริ่มมาสนใจที่จะหาซื้อเพลงที่บรรเลงแบบต่างๆ โดยใช้เครื่องดนตรีฝรั่งมาฟัง เดี่ยวไวโอลินบ้าง เดี่ยวเปียโนบ้าง และมาติดใจอย่างแรงอีกครั้งเมื่อได้ฟัง Yo Yo Ma สีเชลโลให้ฟัง ในชุดที่เขาเอาเพลงที่ Ennino Morricone แต่งไว้สำหรับหนังเรื่องต่างๆ มาเล่น
"Yo Yo Ma plays Ennino Morricone"
พระเจ้า ลองไปหาฟังดูนะครับ ผมเจอแผ่นเพลงนี้โดยบังเอิญ ในวันที่ไปเดินหาเพลงฟังที่ร้าน Boss (คิดถึงครับ คิดถึงจนถึงทุกวันนี้) เขากำลังเปิดแผ่นนี้อยู่พอดี "Gabriel's Oboe" มันสะกดผมจนต้องเดินไปหาคนขายและขอซื้อแผ่นนี้มาทันที มันเป็นเป็นหนึ่งในแผ่นที่ผมชอบที่สุดอยู่หลายปีเชียวครับ
...................................................................................................................
เดิมผมเป็นนักดนตรีไทย สมัยก่อนนั้น ดนตรีไทยเดิมกับผมนั้นคู่กัน เมียก็ตีขิม พ่อตาก็เป็นครูสอนดนตรีไทย ปู่ก็เล่นระนาดเอก
ผมสีซออู้มาตั้งแต่เรียนอยู่ชั้น ม.๒ สีเป็นเรื่องเป็นราวเสียด้วย เพลงไทยเดิมหลายๆเพลงต้องเคยเล่น เคยซ้อมมาก่อน เคยเล่นออกงานก็หลายหน และงานที่ติดใจที่สุดก็คงเป็นการเล่นดนตรีไทยในงานปีใหม่ของภาควิชา ที่ว่าติดใจคงมิใช่เป็นเพราะความมืออาชีพ แต่ติดใจเพราะความไม่มืออาชีพและเฉพาะกิจ
ตอนนั้น เรารวบรวมเอาอาจารย์ในภาควิชาที่เล่นดนตรีเป็น พอเล่นเป็น พอจะรู้จักเครื่องดนตรีไทย พอจะรู้จักกลองฉิ่งกรับ หรือกระทั่ง "พอรู้สึกว่าอยากมาร่วมเล่นด้วย" มาซ้อมกัน และเราก็ได้อาจารย์สายบัวมาเป็นนักร้อง
"ลาวเจริญศรี" คือเพลงที่ถูกเลือก ผมไม่รู้ที่มาที่ไปว่าใครเป็นคนคัดเลือกเพลงนี้ แต่ผมต้องมีหน้าที่ในการช่วยซ้อมเพลง ต้องฝึกคนที่ไม่เคยเล่นดนตรีมาก่อนให้เริ่มเล่นในระยะเวลาไม่เกิน ๑ สัปดาห์ให้ได้ เรามีคนอยากตีฉิ่ง เพราะคิดว่าฉิ่งตีง่าย (โดยหารู้ไม่ว่า ฉิ่งเป็นเสมือนหัวหน้าวงดนตรีที่คอยคุมจังหวะของทั้งวง) และท้ายที่สุดก็มาจบตรงที่ใช้สัญญาณจากปลายเท้าผมที่คอยเขี่ยตูดให้จังหวะ ชิ๊ง...ฉับ ไปเรื่อยๆ ผมต้องสอนอาจารย์ท่านหนึ่งที่คิดว่าอยากจะมาช่วยตีกลองโทนรำมะนา "ทิงโจ๊ะทิงทิง ทิ้งถ่างทิ้งถ่าง" ตามหน้าทับปรบไก่ แต่แม่เจ้า ขนาดคำว่าจังหวะท่านยังไม่รู้จัก แล้วจะมาตีกลอง ๒ ตัวตามหน้าทับปรบไก่นั้น มันช่างยากเสียกว่าการเข็นรถเบ็นซ์เข้าเกียร์ P ขึ้นยอดเขาเอเวอเรสต์เสียอีก เลยขออนุญาตให้ท่านไปตีโหม่งแทน ไม่ต้องรู้อะไร ดูฉิ่งเอาแทนก็แล้วกันนะครับ ดังฉับเมื่อไหร่ ก็โหม่งพร้อมกันเมื่อนั้น ส่วนโทนรำมะนา เราก็ได้อาจารย์อีกท่านหนึ่งที่มีพรสวรรค์ทางด้านดนตรีอย่างมากมาช่วยชีวิตเอาไว้ เพียงเคาะๆไม่กี่ครั้ง ท่านก็จัดการกับหน้าทับปรบไก่ได้อย่างลงตัว
"อายุเยาวเรศรุ่น เจริญศรี
พระเพื่อนพี่แพงน้อง สองสมร...."
อาจารย์สายบัวเสียงสวย ดนตรีพอไปได้อย่างเรียบร้อย ฉิ่งนำจังหวะได้อย่างดี (ตามการเขี่ยตูด) โหม่งกิตติมศักดิ์ก็โหม่งได้อย่างไม่มีที่ติ
.................................................................................................................
ทุกวันนี้บ้านผมก็ยังเล่นดนตรี ลูกทั้ง ๒ คนเล่นเปียโน จ้าเล่นอูคูเลเล่ ลูกทั้งสองและผมเคยหัดเล่นไวโอลินในช่วงสั้นๆ (สั้นจริงๆ สั้นมากๆ) ผมเคยเป่าแซ็กโซโฟน ตอนนี้อยากเป่าทรัมเป็ต อยากเป่าคลาริเน็ต อยากสีเชลโล่ อยากให้มีการแสดงคนตรีในรูปแบบต่างๆ อยากให้มีการแสดงดนตรีริมถนนรอบโรงพยาบาล หน้าโอพีดี อยากให้มีการโชว์ตีกลองรูปแบบต่างๆ อยากให้มี flash mob บ้าง มันคงสนุกพิลึก
วันนี้ผมเปิด youtube ให้น้องจ้าดู flash mob โดยนักดนตรีวงออเคสตร้าทั้งวง เขาบรรเลงเพลงคลาสสิคในที่สาธารณะ ตื่นตาตื่นใจทั้งพ่อและลูก คิดดูสิครับ คนข้างถนนก็มาร่วมร้องเพลงนี้ไปด้วย ราวกับว่า เพลงคลาสสิคนั้นเป็นเพลงที่พวกเขาคุ้นเคยและฟังกันบ่อยๆ จนร้องกันได้ตามๆกันไป นึกๆเลยไปว่า ถ้าจู่ๆ เราเอาวงไทยเดิมมาทำ flash mob แบบนี้บ้าง เล่นเพลง "ลาวเจริญศรี" บ้าง จะมีคนมาฮัมเพลงร้องตามกันทั้งหมู่ได้หรือไม่
"ดูสิลูก ฝรั่งเค้ามาร่วมร้องเพลงกันด้วย เขาร้องเพลง "ฝรั่งเดิม" กันเป็นหลายคนเชียวนะ แสดงว่าเพลงนี้คงดังจริงๆ" ผมเอ่ย
"เพลงอะไรนะพ่อ" จ้าถาม
"พ่อจำชื่อเพลงไม่ได้หรอกลูก มันเป็นกลุ่มเพลงฝรั่งเดิมน่ะ" พ่อตอบ
มาอีหรอบนี้ทำเอาลูกสาวงงเป็นไก่ตาแตก เธอหันมามองหน้าพ่อเป็นการถามย้ำ
"ก็เรายังมีเพลงไทยเดิมเลยลูก ฝรั่งเล่นเพลงโบราณ เราก็น่าจะเรียกว่าเพลงฝรั่งเดิมได้เน๊าะ"
...........................................................................................................
ปล. ลูกครับ พ่อนึกออกแล้ว เพลงนั้นมันชื่อ "Ode to joy" ครับ
http://m.youtube.com/watch?v=kbJcQYVtZMo
อาจารย์คะร้านBoss เค้าต้องมีอะไรดีแน่ๆเลยค่ะ ตอนหนูเป็นวัยรุ่นหนูฟังเพลง All i wanna do ของ Sheryl Crow ตอนฟังอยู่กับบ้านไม่เห็นจะเพราะเลยแต่วันนั้นเดินเ้ข้าร้าน Boss อะโห...เพราะมว๊าก มันเป็นไปแล้วค่ะอาจารย์ คิดถึง Boss มากเช่นกันค่ะ