"อาจารย์ Smart Phone" ... (สุขใกล้ ๆ ที่ไม่เคยเห็น : พิทยากร ลีลาภัทร์)

 

อาจารย์ Smart Phone

 

ในบรรดาของใช้ยุคนี้ที่คนส่วนมากมีติดตัวแทบทุกคน
นอกจากเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า นาฬิกาแล้ว
ก็เห็นจะต้องนับโทรศัพท์มือถือไว้ด้วย ว่ามั้ยครับ

ไม่น่าแปลกที่ทุก ๆ เดือนสองเดือนจะมีข่าวโฆษณา
ประชาสัมพันธ์โทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ ๆ ออกมาเสมอ ๆ

สิ่งที่ผมเห็นอย่างหนึ่งในการประชาสัมพันธ์มือถือยุคนี้ คือ
เขาเล่นกับความอยากรู้อยากเห็นของคนได้อย่างน่ากลัว


อยากรู้มากใช่มั้ยว่ามือถือรุ่นใหม่หน้าตายังไง
เขาไม่ให้เห็นตรง ๆ แต่เขาจะปล่อยข่าวในลักษณะของ "ภาพหลุด"
แล้ววางขายไม่พร้อมกัน เพื่อปั่นกระแสให้คนพูดถึงและอยากได้
เพื่อจะสร้างกระแสการมีใช้เป็น "คนแรก ๆ" ทั้ง ๆ ที่มันก็ไม่ได้จำเป็นอะไร
นอกจากต้องจ่ายแพงขึ้นและเสียเงินก่อนคนอื่น

ต้องยอมรับนะครับว่ายุคนี้เป็นยุคเทคโนโลยีการสื่อสารก้าวหน้า
แต่หลายคนว่า การสื่อสารที่ว่าก้าวหน้ามันพัฒนาแต่เครื่องมือและอุปกรณ์
แต่ความสามารถในการพัฒนาจิตของคนใช้ยังน่าสงสัยอยู่

ผมมีข้อสังเกตว่า สมาร์ตโฟนก็ดี แท็บเล็ตก็ดี
มันช่วยทำให้คนอยู่ไกลเหมือนอยู่ใกล้กันมากขึ้น
แต่ขณะเดียวกันกลับทำให้คนที่อยู่ใกล้เหมือนไกลกันออกไป

เคยเห็นมั้ยครับ คนนั่งกินข้าวโต๊ะเดียวกัน แต่ไม่คุยกัน
ต่างคนต่างเล่นเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ หรือไลน์กับคนอื่นผ่านมือถือ
แท็บเล็ตของตัวเอง อันนี้โทษอุปกรณ์ไม่ได้นะ ต้องโทษคนใช้เอง

แนวโน้มความนิยมของโทรศัพท์มือถือกำลังมุ่งไปสู่การพัฒนาสมาร์ตโฟนครับ
กูรูเขาคาดการณ์ว่า ปี พ.ศ.๒๕๕๖ นี้จะเป็นปีแรกที่สมาร์ตโฟนมียอดขาย
แซงหน้าโทรศัพท์มือถือแบบเดิม ๆ แล้ว

แนวโน้มสมาร์ตโฟนหรือมือถือฉลาดรุ่นใหม่ ๆ จะเน้นหน้าจอที่กว้างขึ้น
ตัวเครื่องที่บางลง แบตเตอรี่ที่อึดกว่าเดิม ใช้ได้นานขึ้น
โดยสรุปคืออะไรที่เป็นจุดอ่อนก็ถูกพัฒนาให้ดีขึ้นตามลำดับ

ส่วนเรื่องว่า สตีฟ จ็อบส์ ผู้ล่วงลับจะมีส่วนในการพัฒนาสิ่งเหล่านี้
มากหรือน้อยแค่ไหน อันนี้เราไม่รู้หรอกนะครับ

รู้แต่ว่า ถ้าเป็นการพัฒนาจิตใจของเราเองแต่ละคน
จะเป็นใครหน้าไหนก็มาทำให้เราพัฒนาไม่ได้ ถ้าเราไม่ทำเอง


จะเรียนรู้จากวิธีที่เขาพัฒนาไอโฟนหรือซัมซุงกาแล็กซี่ก็ได้นะครับ
คืออะไรที่เป็นจุดอ่อนของเขา เขาจะปรับปรุงให้ดีขึ้นเสมอ

ฉันใดฉันนั้น อะไรที่เป็นจุดอ่อนของจิตเราก็ปรับปรุงใหม่ซะ
ถ้าปรับปรุงไม่ได้ อย่างน้อยก็อย่าให้มันแย่ลง

 

สมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ ๆ หน้าจอกว้างขึ้น
แล้วใจเราล่ะ แคบลงหรือเปล่า

กล้องของสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ ๆ คมชัดขึ้น ละเอียดขึ้น
แล้วจิตเราล่ะ มีสติคมชัดขึ้น ละเอียดขึ้นบ้างมั้ย


ตัวเครื่องสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ ๆ บางลง
แล้วกิเลสเราล่ะ บางลงหรือหนาขึ้น


แบตเตอรี่ของสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ ๆ เขาว่าทนทานใช้งานได้นานขึ้น
แล้วขันติ-ความอดทนของเราล่ะ มันยาวนานขึ้นหรือสั้นลง


สำนวนโบราณเขาว่า "ดูหนังดูละครแล้วย้อนดูตน" ยุคนี้ต้องพูดว่า
"ดูแท็บเล็ต มือถือ สมาร์ตโฟน แล้วย้อนดูตน" น่าจะเหมาะดีเหมือนกัน


ขออย่างเดียว อย่าพัฒนาช้ากว่าสมาร์ตโฟนก็แล้วกันนะ ^ ^

สุขสันต์วันที่แอ๊ปเปิ้ลแหว่งขายดีกว่าแอ๊ปเปิ้ลเต็ม ๆ ลูกครับ

 

.................................................................................................................................................

ความคิดต่อยอด ...

 

งานเขียนนี้เป็นงานเขียนเล่มที่ ๙ ของคุณ Aston หรือ คุณพิทยากร ลีลาภัทร์
ซึ่งผมเป็นแฟนหนังสือประจำของเขา (ผมมีครบทุกเล่ม)

ชอบการเปรียบเทียบ Smart Phone กับพฤติกรรมคนใน "สังคมก้มหน้า"
ที่มีหลายท่านเขียนถึงอยู่หลายครั้ง

 

"... สมาร์ตโฟนก็ดี แท็บเล็ตก็ดี
มันช่วยทำให้คนอยู่ไกลเหมือนอยู่ใกล้กันมากขึ้น
แต่ขณะเดียวกันกลับทำให้คนที่อยู่ใกล้เหมือนไกลกันออกไป ..."

 

ใกล้ก็เหมือนไกลกัน ...

นับวันคนยิ่งขาดปฏิสัมพันธ์กันมากขึ้น
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สังคมเมืองใหญ่
ที่ผู้คนต่างไม่ยอมสนใจคนที่อยู่ใกล้ ๆ มากกว่า
คนที่เราไม่รู้จัก หรือ คนที่อยู่ไกลกัน

 

ดังนั้น สิ่งที่คุณ Aston เปรียบเทียบมานั้นชัดเจนที่สุด

 

สมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ ๆ หน้าจอกว้างขึ้น
แล้วใจเราล่ะ แคบลงหรือเปล่า

กล้องของสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ ๆ คมชัดขึ้น ละเอียดขึ้น
แล้วจิตเราล่ะ มีสติคมชัดขึ้น ละเอียดขึ้นบ้างมั้ย


ตัวเครื่องสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ ๆ บางลง
แล้วกิเลสเราล่ะ บางลงหรือหนาขึ้น


แบตเตอรี่ของสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ ๆ เขาว่าทนทานใช้งานได้นานขึ้น
แล้วขันติ-ความอดทนของเราล่ะ มันยาวนานขึ้นหรือสั้นลง

 

เราเป็นอะไรไป ยังเหลือจิตใจของคนเป็นคนที่มีหัวใจเท่าไหร่
กับการไม่สนใจคนที่อยู่ข้าง ๆ ...

ความรุนแรงที่สุด ไม่ใช่ การเลิกคบหากัน แต่คือ ความตาย ต่างหาก
ที่เป็นข่าวคราวจากสื่อลักษณะนี้ ...

 

หากเราไม่สามารถควบคุมมันได้ นั่นก็หมายความว่า มันควบคุมเราแล้ว

ชีวิตของเรายังคงมีคุณค่าต่อโลกนี้อยู่ใช่หรือไม่

แล้วคนที่เขารักเราล่ะ ... ยังเหลือคุณค่าอยู่ไหม?

เพื่อน พี่ น้อง พ่อ แม่ ลูก ...

 

ข้อเขียนน่าคิด สะกิดความรู้สึก เผื่อจิตสำนึกจะมองเห็นอะไรบางอย่าง

บุญรักษา ทุกท่านในวันดี ๆ ครับ ;)...

 

.................................................................................................................................................

ขอบคุณหนังสือดี ๆ ...

พิทยากร  ลีลาภัทร์.  สุขใกล้ ๆ ที่ไม่เคยเห็น.  กรุงเทพฯ : อมรินทร์ธรรมะ อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง, ๒๕๕๖.

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน หอมกลิ่นหนังสือ



ความเห็น (16)

เขียนเมื่อ 

อ.วัส ขยันอ่านและขยันแนะนำ

พี่ได้หนังสือของท่านชุติปัญโญ เพราะอ่านจากบันทึกอ.วัสนี่แหละ

ขอขอบคุณ ค่ะ

เขียนเมื่อ 

เรียน พี่หมอเล็ก ภูสุภา ครับ

ผมก็แฟนประจำท่านชุติปัญโญด้วยไงครับพี่ ;)...

ช่วงนี้ผมเห็นหนังสือของท่านชุติปัญโญเอามาลดราคาถูกลงครึ่งหนึ่งด้วยครับ

ผมว่า ลดแบบนี้แล้ว เสียดายจังนะครับที่หลายคนไม่ทราบว่า
หนังสือของท่านมีคุณค่าเพียงใด

ขอบคุณพี่หมอเล็กเช่นกันครับ ;)...

เขียนเมื่อ 

หลายคนบอกว่า ไม่กล้าโชว์โทรศัพท์แบบเก่า (กดปุ่ม) แต่ผมว่า เท่ห์มาเลยกับการใช้โทรศัพท์แบบเก่า ของผมยังกดปุ่มครับ

เขียนเมื่อ 

พี่ว่า...ขึ้นอยู่กับจิตใจของแต่ละคนแล้วละคะตอนนี้...ว่าจะคิดได้หรือไม่ได้...

มันเป็นความเปลี่ยนแปลงสำหรับโลกมนุษย์...เชื่อเถอะว่า...ทุก ๆ สิ่ง มีเกิดก็ต้องมีดับ...

มีเริ่มก็ต้องมีจบ...มันเป็นวัฏจักรหรือวงโคจรของการเติบโตค่ะ...

(สงสัยพี่ก็ต้องมาย้อนดูตัวพี่บ้างแล้วละคะ คริ ๆ ๆ)...

เขียนเมื่อ 

สังคมก้มหน้า

บ้านเรามีมากเลย

ที่เจ็บใจคือเป็นนิสิตในห้องครับ

ที่เชียงใหม่มีไหมครับ

เขียนเมื่อ 

เท่ห์สุด ๆ แล้วครับ ท่านอาจารย์ nmintra ;)...

ขอบคุณมากครับ

เขียนเมื่อ 

กระแสสังคมแห่งกิเลสที่พัดพาคนอ่อนไหวตามวัฏสงสาร
หากเดินตาม "ทางสายกลาง" จึงดี
หากเดินก้าวล่วงมากเกินไป ควรเดินกลับมา

เราควรหันมามาองตัวเองนั้น ถูกต้องแล้วครับ

ขอบคุณครับพี่ บุษยมาศ ;)...

เขียนเมื่อ 

มีแน่นอนครับ ท่านอาจารย์ ขจิต ฝอยทอง ;)...

ผมไล่เปิง ... อย่างเดียวครับ นักศึกษาแบบนั้น ;)...

เขียนเมื่อ 

ตามแบบคนบ้านอย่างพี่ ...ก็ยังมิมีใช้ ปล่อยให้เพื่อนมันต่อว่าต่อขานต่อไป ...:)

เขียนเมื่อ 

Very Good ครับพี่แจ๋ว หนูรี 555

เขียนเมื่อ 

งานหนังสือมอชอปีนี้หนูก็คงไม่พลาดคะ (ตามรอยอาจารย์)

เขียนเมื่อ 

ดีมาก ลูกศิษย์ ตอกมัดกล้า วิ้ว วิ้ว 555

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณข้อคิดดีๆ ค่ะอาจารย์

เขียนเมื่อ 

- ขอบคุณ อาจารย์ที่ช่วย - สะกิด - สะท้อน - ให้สังคม สะเทือน บ้างสักนิด ก็ยังดีนะคะ

- นิสิต ที่สอน ประเภท "สังคมก้มหน้า" เราจะ เจรจา ตกลงกันก่อน เริ่ม Class ค่ะ

   เพื่อ แสดงความเคารพ ให้เกียรติ ซึ่งกันและกัน ในการเรียนการสอน  --- จึุงทำให้บรรยากาศ ในชั้นเรียน ดีขึ้นมากกว่าเดิมค่ะ ---

 

 

เขียนเมื่อ 

ยินดีและขอบคุณมากครับ คุณ tuknarak ;)...

เขียนเมื่อ 

ทำเท่าที่จะทำได้นะครับ คุณ Joy ;)...

ขอบคุณมาก ๆ ครับ ;)...