เขาเป็นนักอ่านตัวฉกาจ เขาอ่านวรรณกรรมยากๆ หลายเรื่อง เขาสามารถท่องจำบทร้อยกรองยาวๆ ของเชกสเปียร์ได้ เขาศึกษาพุทธศาสนาและเซนจากหนังสือหลายเล่ม และตอนนี้เขาก็เป็นนักเขียนด้วย

 

หนังสือของคีอานู รีฟส์

เกศินี จุฑาวิจิตร

               ฉันรู้จักเขามาเกือบยี่สิบปีแล้ว เป็นการรู้จักห่างๆ แบบไม่มีอะไรให้ห่วงๆ 

            หากก็ชื่นชมและประทับใจเรื่อยมากับผลงานของเขา  ไม่ว่าจะเป็นมาดเข้มๆ ใน Speed  เท่สุดๆ ใน Matrix  หรือ สง่างามราวเทพอวตารลงมาใน Little Buddha

            ข่าวคราวเกี่ยวกับเขาก็มีมากมายหลายกระแสทั้งเรื่องดีและไม่ดี   แม้กระทั่งกล่าวหากันว่าเขาอาจเป็นแวมไพร์หรือแดรกกูลา  เหตุเพราะเคยมีภาพถ่ายลึกลับของชายคนหนึ่งอายุกว่าหนึ่งร้อยปี... ชายคนนั้นหน้าเหมือนเขาราวกับแกะ ... หรือเขาจะคือชายคนนั้น ... บรรดาขาเมาธ์เว้ากันให้แซ่ด.. ซ้ำร้ายในวัยใกล้ 50 นี้ เขาก็ยังดูดีเกินหน้าเกินเกินตาผู้ชายวัยเดียวกันมากมาย...หรือเขาจะ “อมตะ” ตลอดกาล

            นิตยสาร Secret ฉบับที่ 127  ได้ลงเรื่องราวของเขา “5 เรื่องดีๆ ของคีอานู รีฟส์”

            เรื่องแรก ชีวิตที่ (ไม่) ถูกทำร้าย  แม้เขาจะประสบกับเรื่องแย่ๆ อยู่หลายช่วงหลายตอน  แต่เขาก็กลับอยู่กับมันและแปรเปลี่ยนเรื่องร้ายให้กลายเป็นเรื่องดีๆ ได้

            เรื่องที่สอง เงินไม่มีความหมายสำหรับเขา พูดง่ายๆ  เขายอมลดค่าตัวจากการแสดงภาพยนตร์เพื่อแบ่งปันให้กับคนอื่น

            เรื่องที่สาม เขาเป็นคนน่ารัก สุภาพ มีน้ำใจ เรียกว่า เป็นพระเอกทั้งในจอและนอกจอ... perfect อย่างยากที่จะมีผู้ใดเสมอเหมือน

            เรื่องที่สี่ เขาเป็นคนที่แฟนๆ รัก จนตั้งวันฉลองให้ ทั้งมีการช่วยตั้งเพจในเฟซบุ๊ก ช่วยบริจาคเงินให้องค์กรการกุศลต่างๆ ในนามของเขา

            และ เรื่องสุดท้ายที่หลายคนอาจไม่ทราบ เขาเป็นหนอนหนังสือตัวยง  ทั้งๆ ที่ตอนเป็นเด็ก  คีอานูมีภาวะที่เรียกว่า “การเรียนรู้บกพร่อง” ทำให้มีปัญหาเรื่องการเรียนและชอบที่จะไปเล่นฮอกกี้มากกว่าอยู่ในห้องเรียน  ครั้นโตขึ้นการณ์กลับกลายเป็นว่า เขาเป็นนักอ่านตัวฉกาจ  เขาอ่านวรรณกรรมยากๆ หลายเรื่อง เขาสามารถท่องจำบทร้อยกรองยาวๆ ของเชกสเปียร์ได้ เขาศึกษาพุทธศาสนาและเซนจากหนังสือหลายเล่ม และตอนนี้เขาก็เป็นนักเขียนด้วย ผลงานเล่มแรก คือ Ode to Happiness

            การที่เขาเป็นคนดีและทำเรื่องดีๆ ดังกล่าวข้างต้นนั้น  ฉันไม่รู้หรอกว่า จะเป็นด้วยอิทธิพลของหนังสือเล่มใด  แต่เชื่อว่าการอ่านหนังสือไม่ว่าจะเป็นวรรณกรรมคลาสสิกหรือวรรณกรรมตลาด  จะช่วยบ่มเพาะและเจียระไนความรู้สึก “ด้านใน” ของตัวเองและทำให้เรามองโลกอย่างเข้าใจคนอื่น   การที่จะเข้าใจทั้งตัวเองและเข้าใจทั้งคนอื่น อาจเริ่มด้วยการอ่านวรรณกรรม เพราะวรรณกรรม ก็คือบันทึกสังคมที่ว่าด้วยชีวิต อารมณ์ ความคิดความรู้สึก

            และถ้าจะชอบคีอานู รีฟส์มากจนถึงขนาดไปหาหนังสือที่เขาอ่านและเขียนมาอ่านเล่นๆ ในยามว่าง.. ก็ไม่ว่ากัน !!!