เริ่มต้นเล่า ...

 

เมื่อครั้นใช้ชีวิตอยู่ เมืองหลวงอันศิวิไลซ์ ...

ผมใช้พาหนะ คือ "รถเมล์" กับ "การเดิน"

เป็นเวลา ๑๐ กว่าปี

 

เมื่อครั้นเรียนปริญญาตรี อยู่เมืองพระองค์ดำ ...

ผมใช้พาหนะ คือ "จักรยาน" กับ "รถเมล์"

เป็นเวลา ๔ ปีกว่า ๆ

 

เมื่อครั้นเรียนปริญญาโท อยู่เมืองช้าง

ผมใช้พาหนะ คือ "จักรยาน" กับ "รถแดง"

เป็นเวลา ๕ ปี

 

เมื่อครั้นเข้าสู่การทำงานแล้ว

ผมใช้พาหนะ คือ "มอเตอร์ไซค์"

เป็นเวลา ๑๕ ปี

 

เมื่อครั้นเข้าสู่เดือนนี้ และ ปีนี้ (๒๕๕๖)

ผมใช้พาหนะ คือ "มอเตอร์ไซค์" กับ "รถจิ๊บเล็ก"

เวลานั้นเพิ่งเริ่มต้นกับเจ้าจิ๊บเล็ก

 

 

เรื่องเล่าต่อมา ...

 

เมื่อครั้นใช้ "จักรยาน" ก็มีเพื่อนผู้หวังดี บอกว่า ทำไมถึงไม่ซื้อ "มอเตอร์ไซค์" ล่ะ?
มันเหนื่อยนะการขี่จักรยาน เวลาไปเรียนหรือไปทำงาน เหงื่อก็จะออกเลอะเสื้อผ้า

เมื่อครั้นใช้ "มอเตอร์ไซค์" ก็มีเพื่อนผู้หวังดี บอกว่า ทำไมถึงไม่ซื้อ "รถยนต์" ล่ะ?
บ้านก็อยู่ไกล ไหนจะเป็นครูบาอาจารย์ เวลาแดดออก็ร้อน เวลาฝนตกก็เปียก
เวลาหน้าหนาวก็หนาวเหน็บ

(ต่อมา) เมื่อครั้นใช้ "รถยนต์มือสอง" ก็จะมีเพื่อนผู้หวังดี บอกว่า ทำไมถึงไม่ซื้อ "รถยนต์มือหนึ่ง" ไปเลยล่ะ?
รถยนต์มือสอง เสียค่าซ่อมมากมายและจุกจิก เสียงก็ดัง ไม่เห็นประหยัดพลังงานช่วยโลก

 

 

แล้วมีก็เรื่องเล่าต่ออีกว่า ...

 

พอยังไม่ีมี "บ้าน" เช่าหอพักอยู่หลายปี ก็มีผู้หวังดีมาแนะนำว่า ทำไมถึงไ่ม่ซื้อ "บ้าน" สักทีล่ะ?
ค่าเช่าหอก็พอ ๆ กับค่าผ่อนบ้านนั่นแหละ แถมยังได้บ้านเป็นของตัวเองด้วยนะ

พอมี "บ้าน" เป็นของตัวเอง ก็มีผู้หวังดีมาแนะนำว่า ขาย "บ้าน" นี้ทิ้งเถอะ?
เพราะมันไกลที่ทำงาน จะได้ประหยัดค่าน้ำมันรถ และไม่ต้องเดินทางให้เหนื่อย

 

 

 

ชีวิตนี้ยังเป็นของเราอยู่หรือเปล่า?

 

มีแต่ผู้คอยหวังดีที่พยายามบงการชีวิตของเราอยู่ตลอดเวลา
โดยไม่เคยถามเราว่า "สิ่งที่เขาหวังดีนั้น เราต้องการไหม?"

เราเกิดในกองเงินกองทองไหมที่จะมีปัญญาหาเงินมาซื้อของที่เขาต้องการ
โดยคิดว่า "เรา (ควรจะ) ต้องการ"

 

คนทุกคนมีต้นทุนชีวิตที่ไม่เท่ากัน ใครจะไปเหมือนใครได้
ใครจะมีเส้นทางชีวิตเหมือนที่ัตัวเองคิด

เราควรจะมีเส้นทางชีวิตเป็นของเราเองมิใช่หรือ?
เราควรมีอิสรภาพเป็นของตัวเองมิใช่หรือ?

แล้วไยใคร ๆ ชอบมาเลือกทางเลือกให้กับเรา
ทั้ง ๆ ที่เราหาได้ต้องการในเส้นทางนั้นไม่?

 

พ่อแม่หลายครอบครัว เลือกเส้นทางชีวิตให้กับลูก
ทั้ง ๆ ที่ไม่เคยถามลูกสักคำว่า "ลูกต้องการไหม?"

ลูก ๆ หลายครอบครัว ซื้อของให้พ่อแม่เพื่อแสดงความกตัญญู
ทั้ง ๆ ที่ไม่เคยถามพ่อแม่สักคำว่า "พ่อแม่ต้องการไหม?"

 

"อิสรภาพทางความคิด" กลายเป็นสิ่งที่ผู้ที่ถูกกระทำโหยหา

บางคนก็ "แค่คิดว่า มันดี" ดังนั้น "ต้องมีความสุขสิ"
แต่ไม่เคยรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้น เื่มื่อผลที่ออกมามันไม่ดีอย่างที่ตนคิด

 

ดังนั้น การเรารักใครสักคนด้วยความบริสุทธิ์ใจ
เราสามารถมอบความหวังดีให้กับเขาได้

แต่อย่าเข้าไปบงการชีวิตของเขา ตามที่เราต้องการ
เพราะชีวิตของใครก็เป็นของใคร

ใครจะมารับผิดชอบชีวิตของใครไม่ได้ทั้งหมดของชีวิตหรอก

 

จงมอบ "อิสรภาพแห่งชีวิต" คืนเขาไป

แต่มอบ "ความจริงใจ" เข้าไปแทน

 

แค่รำพึงอีกครั้ง

บุญรักษา ทุกท่าน ;)...