ในเวลา ๒ วัน ผมสะเทือนใจจากการทำงานที่ไร้คุณภาพของเจ้าหน้าที่ราชการถึง ๒เหตุการณ์    จึงนำมาปรับทุกข์สู่กัน     วันที่ ๔ ก.. ๕๖ ผมไปร่วมประชุมปรึกษาหารือ เรื่องแนวทางการประเมินคุณภาพการศึกษาแบบ eLearning หรือ online learning  ในรอบการประเมินรอบที่ ๔   ที่ สมศ. ตามที่เล่าในบันทึกที่แล้ว    โดยมีรถและคนขับรถไปด้วย    คนขับรถของผมบอกว่า เจ้าหน้าที่ของ สมศ. ประทับตราให้จอดเพียง ๒ ชั่วโมง   เพราะอาจารย์มาประชุม ๒ ชั่วโมง”    ผมบอกคุณศุภชัย ผู้เชิญผมไปร่วมประชุม   ว่าเขาประทับตราให้เพียง ๒ ชั่วโมง    แต่การประชุมเลย ๒ ชั่วโมงไปแล้ว เวลานั้น ๑๒.๓๐ น.   หาเจ้าหน้าที่คนนั้นไม่พบ ไปกินอาหารเที่ยง    ผมจึงต้องจ่ายเงินค่าจอดรถเกินเวลาไป ๓๐ บาท    เป็นการจ่ายชดเชยการทำงานไม่มีคุณภาพของเจ้าหน้าที่ของ สมศ.

เวลาพบเรื่องแบบนี้ ผมจะนึกตำหนิผู้บริหารหน่วยงานในใจ    ว่าไม่เอาใจใส่ฝึกพนักงานระดับล่าง ให้ทำงานแบบมีวิจารณญาณเป็น   คนเหล่านี้จะเป็น ปรอทวัดความสามารถของผู้บริหาร ในด้านการจัดการ    เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานที่ผมเป็นผู้บริหาร จะได้รับการฝึกหรือพัฒนาเรื่องทำนองนี้เป็นอย่างดี   และกลายเป็น corporate culture  ที่สะท้อนการทำงานอย่างมีคุณภาพ แม้ในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ    และเป็นการฝึกคนให้มีนิสัยที่ดีติดตัวไป เป็นคุณแก่ชีวิต

เช้าวันที่ ๕ ก.ย. ๕๖ มีแฟ้มเสนองานมาจากมหาวิทยาลัยมหิดล   โดยผมทำงานบนรถ (เวลามีคนถามว่า ออฟฟิศของผมอยู่ที่ไหน คำตอบคือ บนรถ’)    มีหนังสือมาจาก สกอ. ๒ เรื่อง เรื่องแรกเลขที่ ศธ 0506(5) 993  ลงนามโดยรองเลขาธิการ   เรื่อง ขอความร่วมมือชะลอการเปิดหลักสูตรและสถานศึกษานอกที่ตั้ง    ผมอ่านแล้วบอกตัวเองว่า นี่คือการทำงานแบบไม่ใช้หัวคิด   ส่งเอกสารแบบไม่สนใจหน่วยงานที่เป็นฝ่ายรับ    เป็นวิธีทำงานที่ผมสอนลูกน้องตลอดมาเกือบ ๔๐ ปี ว่าอย่าทำงานแบบนี้    คนที่เป็นฝ่ายรับจะรู้สึกดูถูก   ว่าทำงานโดยไม่รู้จักฝ่ายรับ หรือไม่สนใจ   ผมบอกลูกน้องว่าหากทำงานแบบนี้ เอาลิงหรือเครื่องจักรมาทำก็ได้    เพราะไม่ต้องใช้หัวคิด

คือเรื่องหลักสูตรและสถานศึกษานอกที่ตั้ง มหาวิทยาลัยมหิดลไม่ทำ    เป็นที่รู้กันทั่ว    เพราะเราเคร่งครัดด้านคุณภาพ  

เรื่องแบบนี้ ผมอ่านว่าเป็นกระจกสะท้อนคุณภาพของฝ่ายบริหาร    คิดแล้วสงสารประเทศไทย

 

หมายเหตุ

       บันทึกนี้เขียนบนรถยนต์ ระหว่างเดินทางไป สำนักงานใหม่ของ สสส. ที่ซอยงามดูพลี เช้าวันที่ ๕ ก.ย.    พอไปถึง เจ้าหน้าที่ต้อนรับเห็นคนแก่ และเหลียวซ้ายแลขวาหาอะไรสักอย่างก็เข้ามาต้อนรับ   ทำให้ผมยิ่งเห็นความแตกต่างระหว่างหน่วยงานที่ล้าหลังกับหน่วยงานที่มีระบบการจัดการดี   

     และวันที่ ๖ ก.. ผมก็ได้รับ อีเมล์ จากเจ้าหน้าที่ของ สมศ. ขอเลขบัญชีธนาคารเพื่อโอนค่าเบี้ยประชุมให้    นี่ก็เป็นตัวอย่างการทำงานที่ไม่เอาไหน   ทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่   ทำงานน้อยให้เป็นงานมาก

 

 

วิจารณ์ พานิช

๕ ก.ย. ๕๖   ปรับปรุง ๖ ก.ย. ๕๖