วิธีคิดแบบไม้บรรทัด ของรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการคนปัจจุบัน ที่จะใช้ข้อสอบกลางวัดผลเด็กระดับประถมและมัธยมทั่วประเทศ ขณะที่ คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สปฐ.) รับลูกรีบออกข้อสอบรอสำหรับใช้ในปีหน้า พร้อมประกาศกร้าวว่าเด็กคนไหนสอบไม่ผ่านต้องซ้ำชั้นเพียงอย่างเดียว ส่วนตัวผมคิดว่าเป็นความคิดที่ล่าหลังสุดๆ และไม่ได้ช่วยแก้ไขปัญหาระบบการศึกษาของประเทศ กลับจะช่วยตอกลิ่มความสกปรกของปัญหาให้เกรอะกรังมากขึ้น
ก่อนที่จะใช้ข้อสอบเดียวทั่วประเทศ กระทรวงฯ ควรพัฒนามาตรฐานการศึกษาให้เหมือนกันทั่วประเทศ (เป็นไปได้ยาก) เพราะศักยภาพของแต่ละโรงเรียนต่างกัน และไม่ควรผลิตคนให้เป็นแบบเดียว ถามว่าคน
ที่จะได้เปรียบคือใคร? ตอบได้ทันทีว่า เด็กในเมืองที่มีครูเก่งๆ มีอุปกรณ์การเรียนครบ มีครูมาสอนพิเศษ ขณะเดียวกันเด็กตามท้องไร่ท้องนา เด็กที่อยู่ในป่าเขา จะมีโอกาสได้รับการเรียนรู้อย่างในเมืองเมืองหรือไม่ แล้วจะเอามาตรฐานเด็กในเมืองมาวัดกับเด็กบ้านนอกผมว่า “ความคิดตื้นเกินไปหรือเปล่าครับ”
หากว่าปีหน้าใช้นโยบายนี้จริงๆ ผมว่าเด็กที่อยู่ในชนบท ซึ่งเป็นเด็กส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน (ยังไม่ต้องพูดถึงว่าข้อสอบที่ออกมาจะมีความเป็นกลางมากน้อยเพียงใด ) ผมลองนึกดูคร่าว พอจะมองเห็นภาพดังนี้
1.โรงเรียนกวดวิชาสอนพิเศษต้องเกิดขึ้นทั่วประเทศไทยมากกว่าปัจจุบันสองเท่า ไม่เว้นแม้กระทั่งในชนบท ผู้เป็นพ่อแม่ จะต้องหาเงินส่งลูกเรียนพิเศษ เวลาในครอบครัวมีน้อย
2.หากว่าเด็กในโรงเรียนส่วนใหญ่สอบไม่ผ่านปลายภาคเรียน ครูผู้สอนต้องถูกประเมิน ดังนั้นครูส่วนใหญ่ต้องพยายามให้เด็กตัวเองสอบผ่าน โดยอาจจะใช้วิธีพิเศษนั้นก็คือการบอกข้อสอบ ถามว่า สพฐ จะมีกลไกดูแลเรื่องนี้อย่างไร?
3.เป็นการให้ความสำคัญกับงานทางวิชาการมากเกินไปจนละเลย คุณภาพด้านจิตใจ องค์ความรู้ท้องถิ่น และมิติทางสังคม สุดท้ายระบบการศึกษาก็จะกลายเป็นการแข่งขันในเรื่องของคะแนน เมื่อถึงเวลานั้นจริงๆ สภาพจิตใจเด็กไทยเป็นอย่างไร? ลองพิจารณาดู
ข้อเสนอของผม หากว่าจะพัฒนาระบบการศึกษาไทยจริงๆ ควรต้องพัฒนาระบบคุณภาพครู พัฒนาหลักสูตร และกิจกรรมส่งเสริมการเรียนนอกระบบโรงเรียน น่าจะเป็นแนวทางที่เด็กไทยจะได้รับอานิสงค์จากการปฏิรูปการศึกษาได้บ้าง มากกว่าการที่จะออกข้อสอบจากส่วนกลางแล้วให้เด็กทั่วประเทศทำข้อสอบเดียวกัน มันเหมือนกับการตัดเสื้อแล้วให้เด็กทั่วประเทศใส่แบบเดียวกัน
-สวัสดีครับ..
-น่าคิด..ครับ
-ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับ..
...ข่าวจากสื่อฯบางครั้งรู้มาไม่ครบถ้วนนะคะ...ระดับรัฐมนตรีคงไม่ใช่ทำงานคนเดียว...ข้อสอบกลางหลายประเทศก็ใช้เป็นลักษณะข้อสอบวัดความถนัด และทัศนคติ...เพื่อดูว่าผู้เรียนจะสามารถเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้นได้หรือไม่...แตกต่างจากข้อสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางเรียนในแต่ละวิชาที่แต่ละโรงเรียนออกข้อสอบเองเพื่อวัดความรู้ความเข้าใจและความสามารถหลังจากที่สอนจบแล้ว...