การดำเนินการในเรื่อง "บัณฑิตคืนถิ่น" ในระดับครอบครัวนั้น เป็นเรื่องละเอียดอ่อนมาก และต้องวางแผน กล่อม และตระล่อมด้วยความนุ่มนวล และระมัดระวังอย่างมาก ทั้งระบบทรัพยากร ระบบความคิด และระดับจิตวิญญาณ

เฉพาะในระดับลูกของเรา ก็ยากระดับหนึ่ง
ถ้าจะต้องพ่วง "เขย" และ "สะใภ้" มาพร้อมๆกันด้วยแล้ว จะยากเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่า

ที่สมาชิกหลายท่านยังไม่เข้าใจ และมักมองข้ามอุปสรรคเหล่านี้

เพราะเป็นการเพิ่มปัจจัยของครอบครัวพ่อแม่ของเขยและสะใภ้เข้ามาเป็นตัวแปร และข้อต่อรองอีกหลายระดับ

ว่าจะกลับ "คืนถิ่น" ไปที่ไหน ต้องทั้งตกลง ต่อรองกันให้ลงตัว และชัดเจน

แม้อุปสรรคเล็กๆ ในจุดใดจุดหนึ่ง ก็อาจจะทำให้แผนใหญ่ของครอบครัวล้มลงได้
เช่น...........

ผมต้องยอมจ่ายเงินชดใช้ทุน(การศึกษาที่ผ่านมา)แทนลูกสาว 4 แสนบาท
เพื่อแลกกับการที่เขาไม่ต้องจากบ้านในเมืองขอนแก่น ไปเป็นแพทย์ชนบท ต่างอำเภอ (ในจังหวัดขอนแก่น)

ก็ยังต้องวางแผนละเอียดยิบ และตกลงกันให้ชัดเจนระหว่างผม ภรรยา และญาติพี่น้องใกล้เคียง ว่าให้เข้าใจตรงกัน และพูดอะไรก็อย่าขัดกัน

จึงลงตัวได้ด้วยดี ใน 50 % ของครอบครัวของผม

ในกรณีของลูกชายผม "ที่ยังลังเลสงสัย" ในเส้นทางชีวิตตัวเองนั้น ผมก็ทุ่มเท เตรียมเปิดทางถอยให้เขาไว้แล้ว ทั้งที่อยู่ ที่ทำงาน และสิ่งที่เขาอยากได้ในชีวิตของเขา

แต่เขาก็ยัง "ลังเล" และไปติดกับของระบบคิดของคู่ครอง (สะใภ้ของผม) และระบบคิดของครอบครัวเดิม(ที่เป็นอุปสรรคต่อการย้ายมาทำงานที่ขอนแก่น) ของลูกสะใภ้ของผม

ที่เป็นปัจจับทั้งเชิงซ้อน และซับซ้อนเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่า

จึงทำให้อีก 50% ที่เหลือของการดึงลูกกลับบ้าน ในแผน "บัณฑิตคืนถิ่น" ของผม ยังไม่ประสพผลสำเร็จ แม้จะลงทุนไปแล้วมากพอสมควรทีเดียว

แต่ อิอิอิอิอิอิอิ...........ได้ 50 % ก็ยังดี

นี่คือการรายงานเชิงรายละเอียด(อีกนิดหนึ่ง) ของส่วนของครอบครัวผมเอง ให้กับสมาชิกของโครงการนี้ เพิ่มเติมจากการ "เสวนาบัณฑิตคืนถิ่น" เมื่อวานนี้ 30 กันยายน 2556 ที่บ้านตามา จังหวัดบุรีรัมย์

อิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิ