ศาสตร์

พจนานุกรมไทย-ไทย ราชบัณฑิตยสถานได้ให้ความหมายไว้ว่า

  • ศาสตร ศาสตร์

    [สาดตฺระ สาดสะตฺระ สาด] น. ระบบวิชาความรู้ มักใช้ประกอบหลังคําอื่น เช่น วิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์มนุษยศาสตร์. (ส.).

ศาสตร์การแพทย์จึงน่าจะหมายถึง ความรู้ ทางการรักษาให้พ้นจากการเจ็บป่วยและศาสตร์แต่ละแขนงก็มีที่มาที่ไป โดยเฉพาะศาสตร์การแพทย์แผนโบราณ มีผู้คนอีกจำนวนมากที่มีประสบการณ์จากการรักษาโดยแพทย์แผนโบราณ โดยเฉพาะในชนบทที่ห่างไกลการคมนาคม แพทย์แผนโบราณจึงเป็นที่หวังของการแก้ไขปัญหาสุขภาพ การเจ็บไข้ได้ป่วย และเขาเหล่านั้นมักโชคดีที่ไม่ต้องทุกข์ทรมานกับการผจญโรคที่เกิดจากผลข้างเคียงของการรักษา หากว่าเขาเหล่านั้นได้เจอแพทย์โบราณที่แท้จริง แพทย์โบราณก็มีจรรยาบรรณของการแพทย์เช่นแพทย์สมัยใหม่ หาก....ไม่เห็นประโยชน์ส่วนตนมากไปกว่าประโยชน์ส่วนรวม ทุกชีวิตที่เกี่ยวข้องกันย่อมมีความสุข มีการให้ มีแบ่งปัน มีความรัก โอบอ้อมอารี มีเมตตาที่ไม่ต้องซื้อหา หากเกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติของความดี ที่มีในมนุษย์ทุกผู้ตัวตนอยู่แล้วโดยสันดาน

หากผู้ใดที่ได้มีโอกาสศึกษาประวัติความเป็นมาของพระพุทธศาสนา พระพุทธเจ้า ก็จะทราบอยู่แล้วว่าในสมัยพระพุทธกาลนั้นมีการแพทย์แผนโบราณเกิดขึ้น และบุคคลที่ทำให้การแพทย์แผนโบราณเกิดขึ้น และเป็นบรมครูด้านการแพทย์สามารถรักษาโรคต่างๆ ให้หายได้ จนได้รับการยกย่องว่าเป็นเอตทัคคะ นั้นคือ พระอาจารย์ชีวกโกมารภัจจ์ เรี่องราวของท่านมีกล่าวไว้ใน พระไตรปิฎกและคัมภีร์อรรถกถา (วิกีพีเดีย,สารานุกรมเสรี,เข้าถึงเมื่อ 30 กันยายน 2556)

Wat Khungtaphao Herbal Garden 07.jpg

ที่มา:http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8

หมอชีวกโกมารภัจจ์ บรมครูแห่งการแพทย์แผนโบราณ

เป็นบุคคลที่มีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนา

เรื่องราวขีวิตของท่านมีกล่าวไว้ในพระไตรปิฎกและคัมภีร์อรรถกถา

เมื่อฉันมีโอกาสได้ฟังคำเทศนาในพิธีการต่างๆ ฉันมักได้ยินคำว่า

อรรถกถาธรรมในพระไตรปิฎก

ฉันหาได้มีความรู้ลึกซึ้งอย่างไรไม่ในคำว่าอรรถกถา

ต่อเมื่อมีโอกาสใคร่ครวญและศึกษาเพิ่มเติมเพื่อให้ข้อสงสัยในใจหมดสิ้นไป

จึงได้รู้ว่าอรรถกานั้นหมายถึงคำอธิบายพระไตรปิฎกของโบราณที่เราไม่เข้าใจในภาษา

ที่ปรากฏในพระไตรปิฎกนั้นนั่นเอง

คำอธิบายที่ปรากฏนั้นเรียกกันว่าคัมภีร์ เช่น คัมภีร์อรรถกถา(อ่านว่า อัด-ถะ-กะ-ถา)

หรือบางสำนักเรียกว่าปกรณ์อรรถกถาบ้าง

ส่วนผู้ที่แต่ง คำอธิบายในพระไตรปิฎกเรียกว่า อรรถกถาจารย์

สำหรับการเรียนวิชาแพทย์ หรือศาสตร์ทางแพทย์โบราณต้องศึกษาจากสำนักเรียน

ของศาสตราจารย์ทิศาปาโมกข์โดยผู้ที่ตั้งใจศึกษาต้องใช้เวลาในการเรียนรู้

นานถึง 16 ปี หากพระอาจารย์ชีวกโกมารภัจจ์ได้ใช้เวลาในการศึกษา

นานเป็นเวลา 6 ปี 7 ปี จึงสำเร็จ และพระอาจารย์เลือกที่จะเรียนวิชาแพทย์

ด้วยเหตุผลว่าวิชาแพทย์เป็นวิชาที่ไม่ทำร้ายเพื่อนมนุษย์ร่วมโลก

ภายหลังจบหลักสูตรการรักษาช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์ ครั้งหนึ่งท่านได้เดินทางไปรักษา

อาการประชวรของพระเจ้าพิมพิสารจากโรคริดสีดวงทวาร

ทำให้ท่านเป็นที่รู้จักของคนทั่วไป ชื่อเสียงขจรไกลไปทุกทิศ มีลูกศิษญ์มากมาย

และขยายมาสู่แถมเอเชียในสมัยขอมโบราณ

อาณาจักรขอมเจริญรุ่งเรืองด้วยการแพทย์โบราณในช่วง พ.ศ1725 - 1729

อันเป็นยุคสมัยที่พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ครองราชสมบัติในช่วงนี้มีการจัดสร้างสถานพยาบาล

ขึ้นเป็นครั้งแรก และมีชื่อเรียกว่า อโธคยาศาลา และมีสถานที่รักษาถึง 108 แห่ง

มีผู้ทำหน้าที่รักษาพยาบาลในยุคขอมถึง 92 คน และมีพิธีกรรมบูชาพระไภสัชยคุรุไวฑูรย์

ก่อนที่จะให้อาหารและยาแก่ผู้ป่วย นับเป็นยุคที่การแพทย์โบราณ

ได้ให้บริการการรักษาแบบเป็นทางการมากขึ้น

ที่มารูปภาพ:http://www.sac.or.th/main/article_detail.php?article_id=104category_id=19

ในสมัยทราวดี ได้ค้นพบหินบดยา ไม่แน่ใจว่าภาพนี้

เป็นยุคเดียวกับที่ตำราได้กล่าวไว้หรือไม่

ศูนย์ข้อมูลกลางทางวัฒนธรรม
ที่มาของภาพ:http://www.m-culture.in.th/moc_new/album/46180/
ศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ข้อมูลทางวัฒนธรรม
ในศิลาจารึกของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ในสมัยสุโขทัย
ได้มีการสร้างสวนสมุนไพรไว้ที่ อำเภอคีรีมาศ

เป็นสวนสมุนไพรขนาดใหญ่ อยู่บนเขาหลวง หรือเขาสรรพยา

เพื่อให้ราษฏร์ได้เก็บสมุนไพรไปใช้รักษายามเจ็บไข้ได้ป่วย

นับเป็นพระมหากรุณา เมตตา ของชาวไทยในยุคนั้นจนถึงปัจจุบัน

การแพทย์แผนโบราณเจริญเจริญรุ่งเรืองมาก ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์

มีการทำตำราแพทย์ขึ้นเป็นครั้งแรก ตำราการแพทย์แผนโบราณ

และตะวันตกเริ่มเข้ามาประสมประสาน เพื่อให้มีการศึกษาขึ้นนั้นมีขื่อว่า

ตำราพระโอสถพระนารายณ์ และเป็นตำราเภสัชกรรมไทยโบราณเล่มแรก

มีมาตราตวงยาเรียกว่า"ทะนาน"ศึกษาเพิ่มเติมเรื่องมาตราตวงยาได้ที่

เกร็ดความรู้สารานุกรมไทย-บ้านจอมยุทธ

และอ่านเพิ่มเติม เพิ่มเติมเรื่องภาพและทะนานที่ พิพิธภัณฑ์ ชั่งตวงวัด

ขอบคุณที่มา : http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B8%

http://avatar.tarad.com/article?id=37700?lang=thlang=th

http://www.baanjomyut.com/library/knowledge_of_encyclopedias/211.html

http://dict.longdo.com/search/*%E0%B8%97%E0%B8%B0%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%99*

http://www.oknation.net/blog/print.php?id=682501

http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=6286

ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาอ่านคะ เส้นทางประวัติศาสตร์แพทย์แผนไทยยังมีต่อขอไปบันทึกหน้าค่ะ

ได้เวลาทำงานแล้ว ขอให้มีความสุขมากๆนะคะ

ขอบคุณค่ะ