แดนอิสรภาพ
คือความสงบในจิตใจ

................

เมื่อเงยหน้า
มองขึ้นไปยังท้องฟ้า
หมู่เมฆ
ที่จะค่อยๆเปลี่ยนไปอย่างช้าๆอยู่ตลอดเวลา
ก็มักจะเป็นแหล่งชวนให้ผู้คนเกิดจินตนาการ
สร้างเรื่องราวกว้างไกล
ฝันใฝ่อย่างเสรี

ผืนฟ้าและหมู่เมฆ
ลอยล่อง เลื่อนไหล
กว้างไกลไปถึงไหน
ก็ไม่เกินไปกว่าความคิดจิตใจ
และจินตนาการฝันใฝ่ของมนุษย์
จะไปถึง

ครั้นเมื่ออยู่สูงพ้นไปเหนือหมู่เมฆ
ผืนฟ้ากลับหมดสิ้นการเริ่มต้นและการสิ้นสุด
เสมือนเป็นอีกแดนหนึ่ง
ที่ทุกสิ่งกลับผสมกลมกลืนกัน
กลายเป็นเหลือเพียงมิติเดียว
ไม่มีเมฆ
จนเหมือนกับ'มีแต่ความไม่มี'

มิติความแยกส่วนออกจากกัน
ของหลายสิ่งที่เราเคยรู้จัก กลับหายไป
มิติความมืด ความสว่าง
กลางวันและกลางคืน
ก็กลืนสู่กัน
เหลือเพียงความเป็นน้ำหนักอ่อนแก่
ให้เห็นเป็นความต่อเนื่องบนมิติเดียว

จากความว่างเปล่าเวิ้งว้าง
ค่อยๆเป็นสีฟ้า น้ำเงินเข้ม
และดำมืดมิด จนให้นิยามไม่ถูก
ว่าจะเรียกว่าเป็นผืน
หรือเป็นมวลสร้างสิ่งใด

มิติแสงเงาก็หายไปสิ้น
ราวกับลืมตาโพลง
อยู่ในความว่างเปล่า
เกินการระบุขอบเขต
เกินการกล่าวถึงได้

ณ แดนแห่งนั้น
จินตนาการพลันหยุดนิ่ง
ความคิดพลันหดตัวลง
เหลือเพียงเห็นและรู้สึกได้
ต่อความกว้างใหญ่

ความสงบ ความศานติ
บนอิสรภาพของใจ.

 

ภาพถ่าย : ทัศนียภาพท้องฟ้า ๑๐ กิโลเมตรเหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง
ถ่ายภาพ : วิรัตน์ คำศรีจันทร์ ๒๕ กันยายน ๒๕๕๖