คางคกขึ้นวอ กิ้งก่าได้ทอง วัวลืมตีน กับการเลื่อนไหลทางสังคม

โดย วาทิน ศานติ์ สันติ (แก้ไข 27/6/2558


โบราณจารย์เลงเห็นสันดานมนุษย์ยโสโอหังเชิดหน้าชูคอเมื่ออยู่ใกล้ชิดเจ้านายมาก จนลืมไปว่าตนเองว่าเป็นขี้ครอกสันดานหยาบช้าไม่ต่างอะไรกับคนธรรมดาสามัญ บางคนเลวร้ายชอบเดินชี้นิ้วสั่ง มองเพื่อนร่วมงานเป็นลูกน้องของตน ทั้ง ๆ ที่ตัวเองมันก็ขี้ข้ารับเงินเดือนเขาเหมือนกัน โบราณท่านจึงได้คิดสำนวนมาเปรียบเปริยคนจำพวกนี้ว่า "คางคกขึ้นวอ"

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒.หน้า ๒๔๔ ให้ความหมายว่า คนที่มีฐานะต้อยต่ำพอได้ดิบได้ดีมักแสดงกริยาอวดดีลืมตัว อีกความหมายหนึ่งคือ คนชั้นต่ำที่ไม่เคยมีเคยได้สิ่งที่เกินคาดหมายแล้วมามีได้ขึ้น เป็นกริยาที่เห็นว่าตื่นเห่อต่าง ๆ

เป็นการเปรียบเทียบกริยาของคนที่พอได้ดีมักแสดงกริยาอวดดีลืมตัวกับคางคก ที่ลักษณะประจำของคางคกมักจะเชิดหัวชูคางเวลาที่เกิดอะไรขึ้นกับมัน โดยมีเรื่องเล่าว่า

คางคกตัวหนึ่งได้ตามเสด็จพระราชาโดยพระองค์ทรงเมตตาให้นั่งบนวอพระที่นั่งด้วย ครั้นเมื่อคางคกกลับมายังหมู่บ้านของตน คางคกก็ยังเชิดหัวชูคอทำท่าเหมือนยังนั่งอยู่บนวอของพระราชา (ดนัย เมธิตานนท์. ๒๕๔๘ : ๑๙)

ตั้งแต่โบราณยุคสังคมสมบูรณาญาสิทธิราช ประชาชนทั้งแผ่นดินสามารถเลื่อนไหลทางสังคมได้ตลอดเวลา เช่นหากใครทำดี โดยเฉพาะมีความดีความชอบจากการทำศึกสงครามก็จะเลื่อนฐานะของตนเองได้อย่างรวดเร็ว หากรบแพ้ หรือผิดกฏการทำสงครามจากผู้มียศฐาบรรดาศักสูงก็จะถูกปรับลงมาเป็นไพร่ได้เช่นกัน แนะนำให้ท่านอ่านวรรณกรรมสุดคลาสิกของไทยเรื่อง "ขุนศึก" ของไม้เมืองเดิม จะมีการเลื่อนไหลทางสังคมมากมาย

ตำแหน่งขุนนางในราชสำนักเป็นหนึ่งตัวอย่างอันดี หากจะให้เลื่อนฐานะรวดเร็วกว่านั้นก็ต้องพึ่งอำนาจเงิน ตำแหน่ง "โชฎึกราชเศรษฐี" เป็นตำแหน่งขุนนางที่ดูแลการค้าขายที่มีมาแต่กรุงศรีอยุธยา มีหน้าที่ดีแลการค้าฝุั่งซ้ายของประเทศ เช่น จีน ญวน ชวา จึงเรียกตำแหน่งนี้ว่า "กรมท่าซ้าย" มักจะให้ชาวจีนเข้ามาดูแล เนื่องจากมีความสามารถในด้านการค้าเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นคนจีนกก็สามารถมีฐานะทางสังคมได้สูงเช่นกัน การเข้ามาดำรงตำแหน่งนี้ก็ใช้เส้นสายหลายทาง ใช้เงินโปรยทางมากมาย จากนั้นก็แสวงหารายได้จากการคุมตำแหน่งกรมท่าซ้ายดังกล่าว

อีกตำแหน่งหนึ่งที่สำคัญคือ "กรมท่าขวา" ชื่อตำแหน่ง "จุลาราชมนตรี" (ภายหลังเขียน "จุฬาราชมนตรี" ซึ่งกลายเป็นตำแหน่งผู้นำทางศาสนาไป ) เป็นตำแหน่งที่ดูแลการค้าฝั่งขวาของประเทศ ชาติที่มาค้าขายเช่น อินเดีย เปอร์เซีย ยุโรป มักจะให้ชาวเปอร์เซีย อินเดีย ดูแลเนื่องจากมีความสามารถในการค้าขายเช่นกัน

ในประวัติศาสตร์ไทยเรามีบุคคลสำคัญคนหนึ่งที่เลื่อนฐานะอย่างรวดเร็ว จนสามัญชนจนกลายเป็นคนสนิทของพระนารายณ์มหาราชคือ "คอนแสตนติน ฟอลคอน" ชาวกรีกซึ่งภายหลังได้รับตำแหน่ง "เจ้าพระยาวิชาเยนทร์" ดูแลพระคลังสินค้า ในสมัยอยุธยาตำแหน่งนี้ทรงอำนาจมหาศาล มีสิทธิ์ผูกขาดการค้ากับต่างประเทศ กำหนดราคาสินค้าเองทุกประการ เลือกซื้อสินค้าได้ก่อนประชาชน และแทบไม่เคยจ่ายเป็นเงิน แต่จ่ายเป็นสินค้าที่กำหนดเอง เรียกว่า ได้กับได้ เราเรียกวิธีการค้าขายแบบนี้ว่า "ระบบพระคลังสินค้า" อีกทั้ง ฟอลลคอน ยังมีอิทธิพลทางการเมือง กับขุนนาง กับชาวต่างชาติ ฟอลคอลจึงเลื่อนฐาะทางสังคมอย่างรวดเร็วและเป็นที่เกลียดชังของขุนางและพระบรมวงศานุวงศ์มากมาย เมื่อสิ้นพระนารายณ์มหาราช ฟอลคอนก็จบชีวิตลงอย่างน่าอนาถ เปรียบได้ว่า จากนนรกสู่สวรรค์และตกนรกอย่างรวดเร็ว

นี่คือตัวอย่างเพียงเล็กน้อยทางประวัติศาสตร์ที่ ทำให้เห็นว่า การเลื่อนไหลทางสังคมเป็นไปได้ไม่ว่าจะสร้างคุณงามความดี หรือ ด้วยอำนาจเงินก็ตาม หากใครอยู่ในฐานะสูงแล้ว กระทำความดีสร้างคุณให้ประเทศชาติ ก็จะได้รับการตอบแทนที่ดี แต่หากใครอยู่ในฐานะสูงแล้ว แต่ทำตัวเลวทรามต่ำช้าแสวงหาผมประโยชน์จากหน้าที่การงาน ข่มเพื่อนร่วมงาน มองไม่เห็นหัวผู้ที่ส่งเสริม มันผู้นั้นก็สมควรได้รับโท

นักการเมือง ข้าราชการไทย หลายท่านน่าจะจำเป็นเยี่ยงอย่าง พนักงานบริษัทเอกชนและองค์กรต่างก็ควรสำนึกไว้เสมอ "ขึ้นได้ก็ลงได้"

ลักษณะดังกล่าวคล้ายกับสำนวนไทยเช่น กิ่งก่าได้ทอง และ วัวลืมตีน เป็นต้น ดั่งปรากฏในโคลงสำนวนสุภาษิตไทยดังนี้

“ขี้ค่าโชคเข้าช่วย ถูกหวย

ยากจกโชคอำนวย ลาภให้

อวดหยิ่งนึกว่ารวย ลืมโคตร ตนเอง

คางคกขึ้นวอได้ เชิดหน้าชูคอ”

(สุทธิ ภิบาลแทน. ๒๕๔๕ : ๖๖)

ท่านผู้อ่านที่รัก ท่านคิดว่าในองค์กรที่ท่านร่วมงานมีคนสันดานเยี่ยงคางคกร่วมด้วยหรือไม่

(ส่วนหนึ่งจากรายงานเรื่อง เอกลักษณ์ไทยในภาษาและวรรณกรรม ระดับปริญญาโท ไทยศึกษา ของผู้เขียน)

อ้างอิง

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์นามมีบุคส์. ๒๕๔๖.

ดนัย เมธิตานนท์. บ่อเกิดสำนวนไทย. กรุงเทพฯ : มิติใหม่. ๒๕๔๘.

สุทธิ ภิบาลแทน. โคลงสำนวนสุภาษิต. พิมพ์ครั้งที่ ๒. กรุงเทพฯ : ไทยร่มเกล้า. ๒๕๔๕.