ช่วงนี้ อาจมีหลายท่านไปร่วมงานแสดงมุทิตาจิต
วันพรุ่งนี้ เป็นวันแสดงมุทิตาจิต ถึง 'คุณครู' ท่านหนึ่ง
ที่มีความสำคัญยิ่งต่อชีวิตข้าพเจ้า
.
เมื่อปี 2545 ข้าพเจ้าขึ้นจากชั้นปรีคลินิก สู่ชั้นคลินิก
มีปัญหาการปรับตัว เข้าขั้นซึมเศร้าอ่อนๆ
จนเมื่อได้พบ 'คุณครู' ท่านหนึ่ง
ที่จำได้แม่นคือ ในห้องเรียน ท่านร้องเพลง
เวลามีงานวิทยากร ก็หนีบเหล่านักศึกษาแพทย์ไปทำงานด้วย
ใครก็ตามเมื่ออยู่ใกล้ท่าน
จะรู้สึกตัวเองมีคุณค่า มีพลังชีวิต
.

ข้าพเจ้าจึงเลือกศึกษาต่อในสาขาเวชศาสตร์ครอบครัว
ด้วยเหตุผลข้อแรกคือ เพราะ 'คุณครู' อยู่ที่นี่
ข้อสองคือ ข้าพเจ้าชอบการตรวจผู้ป่วย
ข้อสามคือ ข้าพเจ้าอยากเป็น 'คุณครู' บ้าง
สารภาพความจริงว่า ณ ตอนนั้น คิดเพียงเท่านี้
.
ลุมาถึงปี 2555..10 ปีพอดีคะ ข้าพเจ้าเปลี่ยนจากอาจารย์รุ่นเยาว์ สู่รุ่นกลาง
มีปัญหาความสับสน ภายในจิตใจ
'คุณครู' ยังคงเป็นเสมือนแหล่งน้ำบริสุทธิ์
เป็นแหล่งน้ำที่ข้าพเจ้าเชื่อได้ว่า 
ทุกสิ่งที่ท่านบอก แม้เราไม่เห็นด้วย ท่านก็ไม่เคยคิดร้ายกับเราเลย
ท่านเป็นบุคคล ที่ข้าพเจ้าสามารถถอดหัวโขน แล้วปรึกษาแบบหมดเปลือก
.
ด้วยธรรมชาติเดิม ข้าพเจ้าเป็นคนดื้อ ไม่ค่อยสนใจใคร
หากปราศจาก 'คุณครู' ทำให้ดู อยู่ให้เห็น
ก็คงไม่สามารถ ทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างเป็นสุข..ขึ้น เช่นทุกวันนี้
.
วันนี้ก่อนวันแสดงมุทิตาจิตหนึ่งวัน
ข้าพเจ้านำผลสัมภาษณ์การศึกษาในอีกสาขาหนึ่ง ไปแจ้งท่าน
'คุณครู' กล่าวว่า
"ครูยินดีที่เธอจะต่อยอดที่สูง ครูอยากเห็นการเติบโตต่อจากฐานที่คนรุ่นครูสร้าง
 เพราะยอดสูงได้มากเท่าไหร่ คือหลักฐานแสดงถึงรากฐานที่ดี"
...

ขอบคุณ 'คุณครู' ผู้สร้างแรงบันดาลใจ
สักวัน หนูอยากจะพูดกับคนรุ่นหลังแบบเดียวกันว่า
"ครูยินดีที่เธอจะต่อยอดที่สูง ครูอยากเห็นการเติบโตต่อจากฐานที่คนรุ่นครูสร้าง
 เพราะยอดสูงได้มากเท่าไหร่ คือหลักฐานแสดงถึงรากฐานที่ดี"

....
น้ำตาหยดลงบนคีย์บอร์ด (อีกแล้ว)