Park Jee Sang


นิสิตระดับบัณฑิตศึกษา สาขาวรรณคดีไทย
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน
Username
puck02
สมาชิกเลขที่
89462
เป็นสมาชิกเมื่อ
เข้าระบบเมื่อ
ประวัติย่อ

ประวัติการศึกษาและทำงาน

ปี 2554-2556 กำลังศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา (ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต) สาขาวรรณคดีไทย บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขนบางเขน

ปี 2555 -2556 ปฎิบัติงานในตำแหน่งนิสิตผู้ช่วยปฏิบัติงาน รายวิชาไทยศึกษา 01999032 ศูนย์วิชาบูรณาการ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน

ปี 2550-2554 สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี (ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาภาษาไทย เกียรตินิยมอันดับ 1 เหรียญเงิน) จากคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

    - ภาคปลาย ปี 2554  (ตุลาคม 2554-กุมภาพันธ์ 2555) เข้าร่วมโครงการสหกิจศึกษา มหาวิทยาลัยนเรศวร ปฏิบัติงานในตำแหน่งนักอักษรศาสตร์ กลุ่มภาษาและวรรณกรรม สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร

ปี 2549 เคยศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาเทคโนโลยีชีวภาพ คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร (ลาออก เนื่องจากไม่ใช่แนวทางที่ต้องการ)

ปี 2543-2548 สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและปลาย จากโรงเรียนพรหมพิรามวิทยา อำเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก

ปี 2537 -2542 สำเร็จการศึกษาระดับประถมศึกษาจากโรงเรียนพิรามอุทิศ (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น เทศบาลพิรามอุทิศ) อำเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก

ภูมิลำเนา

- เกิดเมื่อวันจันทร์ ที่ 17 สิงหาคม 2530 เวลา 10.00 น. ตึกพิษณุไมตรี โรงพยาบาลพุทธชินราช เป็นบุตรคนโตของคุณแม่บุษยมาศ  แสงเงิน (ทองน้อย) และคุณพ่อจเร แสงเงิน

- ก่อนเกิดแม่ฝันว่า มีเทวดาโยนพระขรรค์ให้แม่แล้วบอกกับแม่ว่า ถ้ารับไม่ได้ไฟจะไหม้นะ สรุปแม่รับได้! 

- ตอนวัยแรกเกิดเป็นคนสุขภาพไม่แข็งแรง เคยป่วยเป็นโรคปอดบวมจนแทบจะเอาชีวิตไม่รอด

- เติบโตที่หมู่บ้านเนินทอง ต.พรหมพิราม อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก 

- วัยเด็กอยู่กับยายเสียเป็นส่วนใหญ่ (เกิดจนถึง 12 ขวบ) ยายปลูกฝังให้ทำบุญเสมอด้วยการตักบาตรตอนเช้าบริเวณหน้าบ้าน โดยจะโดนยายตีเสมอเมื่อตื่นไปใส่บาตรไม่ทันพระ

ความภาคภูมิใจในชีวิต

1. ภาคภูมิใจอย่างยิ่งทีได้เกิดและโตที่อำเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก

2. ได้รับรางวัลชนะเลิศ นักเรียนทุนพระราชทานในโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้นขนาดใหญ่ระดับจังหวัด ปี 2545

3. นักศึกษาทุนวันกรมพระปรมานุชิตชิโนรส 11 ธันวาคม 2554 รับรางวัลกับ ฯพณฯ ธานินทร์  กรัยวิเชียร ณ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม

4. สอบติดสำรองลำดับที่ 11 ข้าราชการราชบัณฑิตยสถาน ขึ้นทะเบียนเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2555

ความสนใจ

1. ปฏิบัติธรรม สวดมนต์ นั่งสมาธิ รักษาศีล บริจาคทาน เดินตามอริยมรรค 8 ประการ ฯลฯ อันเป็นคำสั่งสอนแห่งองค์พระศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าโคดมและเป็นคำสอนแห่งพระพุทธเจ้าทุกพระองค์

2. ชักชวนผู้คนมาบริจาคทานหรือปฏิบัติธรรมเท่าที่กำลังของตนจะทำได้

3. ขณะนี้ (2556) กำลังทำวิทยานิพนธ์เรื่อง "ไตรภูมิฉบับหอสมุดแห่งชาติกรุงปารีส: การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างคติพุทธกับพราหมณ์-ฮินดู" วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวรรณคดีไทย โดยมีรองศาสตราจารย์ ดร. เสาวณิต  วิงวอน เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา

4. สนใจในวรรณกรรมที่เกี่ยวกับจักรวาลวิทยาของคนไทยในอดีต อาทิ ไตรภูมิพระร่วง สมุดภาพไตรภูมิอยุธยา-ธนบุรี ไตรภูมิโลกวินิจฉยกถา ไตรภูมิฉบับท้องถิ่น ฯลฯ อันเป็นความคิดสำคัญของคนไทยในอดีต

5. สนใจในวรรณกรรมทางพระพุทธศาสนา อาทิ กามนิต-วาสิฏฐี เรื่องราวเกี่ยวกับพระโพธิสัตว์ การบำเพ็ญบารมีของพระพุทธเจ้าแต่ละพระองค์ ฯลฯ

6. สนใจในวรรณกรรมประเภทจารึกหรือตัวอักษร เช่น ศิลาจารึก คัมภีร์ใบลาน สมุดไทย ฯลฯ โดยเห็นถึงความสำคัญของเอกสารเก่าแก่อันเป็นมรดกแห่งภูมิปัญญาที่สำคัญอย่างยิ่งของบรรพบุรุษไทยในอดีต

7. มโณปณิธาน คือ การที่ได้มาเกิดในประเทศไทยปัจจุบันตั้งแต่ปี 2530 จนถึงวันนี้ คิดอย่างเดียวว่า "ต้องมาทำเพื่อคนอื่น ช่วยเหลือผู้อื่นให้ได้มากที่สุดเท่าที่กำลังของตนจะทำได้" ไม่เคยคิดเรื่องการเบียดเบียนผู้อื่นให้เกิดความทุกข์ บุคคลที่เป็นต้นแบบสำคัญคือพระอริยสงฆ์ในประเทศไทยทุกองค์ (หลวงตามหาบัว หลวงพ่อฤาษีลิงดำ หลวงพ่อเกษม เขมโก หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม หลวงพ่อราม ปรักโม หลวงพ่ออุบาลี อตุโล ฯลฯ) และมิ่งขวัญของคนไทยทุกคน คือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราชและพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์

8. มีความประสงค์จะเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย เป็นความใฝ่ฝันที่บังเกิดขึ้นตั้งแต่เรียนปริญญาตรี สาขาภาษาไทยชั้นปีที่ 1 (2550) และความฝันนี้กำลังเข้าใกล้ความจริงเข้าไปทุกขณะ

9. เมื่อเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยได้แล้ว เป้าหมายต่อไปคือการทำตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ เรียนต่อระดับปริญญาเอก          รองศาสตราจารย์และศาสตราจารย์ ตามลำดับ (อาจคิดว่าผมทะเยอทะยานแต่คนเราต้องมีความฝันไว้เพื่อเดินไปให้ถึง ไม่เสียใจ ถ้าไม่ถึงฝั่ง เพราะมั่นใจว่าได้ทำเต็มที่ทุกขณะ)

10. ตั้งปณิธานไว้อีก 1 ข้อ คือ เมื่อได้ลาภยศ เงินทอง คำสรรเสริญใดๆ จะไม่ "หลงตัว" เพราะความหลงตัวเป็นบ่อเกิดแห่งความหายนะอันสร้างความน่ารังเกียจให้ทั้ง "ตนเอง" และ "ผู้อื่น" (สิ่งเหล่านี้ผมจะทำได้หรือไม่ กาลเวลาเท่านั้นที่จะเป็นเครื่องพิสูจน์)

ลักษณะนิสัยส่วนตัว

เป็นคนที่จริงจังและจริงใจไม่ว่าจะกับงานหรือบุคคลรอบข้าง ผมถือเสมอว่าผู้คนต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตคือประสบการณ์และของขวัญที่จะทำให้เราเติบโตด้วยความแข็งแรง มีภูมิคุ้มกันและสามารถเผผชิญปัญหาที่เข้ามาในชีวิตได้

 

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี