สอนเด็กให้เป็นคนดี : ๔. จริยธรรม (๑) เคารพ และซื่อสัตย์

 

บันทึก ๑๙ ตอนนี้ มาจากการตีความหนังสือ Teaching Kids to Be Good People : Progressive Parenting for the 21st Century เขียนโดย Annie Fox, M.Ed.   

ตอนที่ ๔นี้ ตีความจากบทที่ ๒ How Should I Know What to Do? Doing the Right Thing is Good Karma   โดยที่ในบทที่ ๒มี ๔ ตอน   ในบันทึกที่ ๔จะตีความตอนที่ ๑ และ ๒     ในบันทึกที่ ๕ จะเป็นการตีความตอนที่ ๓ และ ๔  

ตอนที่ ๑ของบทที่ ๒เป็นเรื่องความเคารพให้เกียรติคนอื่นเพื่อทำให้โลกสดใสงดงาม    โดยที่คนเราทุกคนมีโอกาสทำได้    ผู้เขียนเล่าเรื่องตนกับสามีช่วยกันเก็บขวดและขยะบนเนินเขาที่เป็นที่สาธารณะหลังบ้าน   ที่ตอนแรกรกรุงรังมาก   แต่เมื่ออดทนเก็บขยะไปได้ระยะหนึ่ง    คนที่มาเที่ยวก็เลิกทิ้งขยะ   ทำให้ทัศนียภาพบริเวณนั้นสวยงาม   และหลังจากผู้เขียนไม่ได้ขึ้นเขาไปนาน และขึ้นไปใหม่ ก็พบว่าสถานที่ยังสะอาดไม่มีขยะ    นี่คือตัวอย่างของการมองโลกแง่ดี   ว่าการทำความดีช่วยโลกได้จริง   ในท่ามกลางกระแสสังคมที่สอนให้คนเราเห็นแก่ตัว และเอาเปรียบกัน

ขยะทางกายภาพยังไม่ร้ายเท่าขยะสังคม   พ่อแม่และครู ต้องไม่ปล่อยให้ลูกหรือศิษย์กลายเป็นขยะสังคม    โดยเฉพาะเมื่อเด็กโตเข้าวัยรุ่น    ที่แรงกดดันชักจูงจากเพื่อน และจากกระแสสังคม รุนแรงมาก    พ่อแม่และครูต้องช่วยให้เด็กพัฒนามาตรฐานจริยธรรมของตนเอง    เพื่อเติบโตเป็นคนดีในอนาคต    และในการช่วยเหลือเด็กนั้นเอง พ่อแม่และครูก็ได้ฝึกฝนตนเองในเรื่องเดียวกันด้วย  

วิธีช่วยเด็ก ทำโดยให้ความเคารพ หรือให้เกียรติแก่เด็ก    ผู้เขียนแนะนำให้ฝึกการพูดคุยสนทนากันในครอบครัว    โดยมีแบบสอบถามบรรยากาศในครอบครัว ให้สมาชิกทุกคนกรอก แล้วนำมาเสวนากัน    โดยสร้างบรรยากาศไม่มีถูกไม่มีผิด มีแต่ความปรารถนาจะให้ในบ้านมีบรรยากาศของความรักความอบอุ่น และการฝึกให้ทุกคนเป็นคนดี ไม่เป็นขยะสังคม 

คำถามของสาว ๑๔   ตนรักชายหนุ่มที่โหดร้ายต่อตน   แต่ก็ไม่กล้าแสดงความไม่พอใจ เพราะเกรงว่าจะสูญเสียเขาไป    ในที่สุดเขาก็ delete ตนออกจากเพื่อนใน เฟสบุ๊ก    ตนได้พยายามเขียนไปง้อ และเฝ้ารอคำตอบ แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบ    ตนคิดว่าเขาโหดร้าย   แต่ก็ทำใจไม่ได้ในเมื่อพบกันทุกวันในวันเปิดเรียน    จะทำอย่างไรดี

คำตอบของผู้เขียน   ตามที่เล่า แสดงว่าชายหนุ่มผู้นั้นไม่ได้มีความนับถือสาว ๑๔ เลย    แล้วสาว ๑๔ จะสูญเสียอะไรเกี่ยวกับเขา   คำแนะนำคือ ให้หันมานับถือตัวเอง    สร้างคุณค่าของตัวเอง    เลิกสนใจคนที่ไม่ให้เกียรติให้คุณค่าต่อตัวเรา

ตอนที่ ๒ ของบทที่ ๒ เป็นเรื่อง ความซื่อสัตย์    ทำอย่างไรจึงจะช่วยให้ลูกหรือศิษย์พัฒนานิสัยสัตย์ซื่อในตน   ในขณะที่สภาพแวดล้อมรอบตัวเด็กเต็มไปด้วยความฉ้อฉล   และที่น่าเศร้าใจก็คือ ครูบางคนเป็นคนไม่ซื่อสัตย์  

พ่อแม่และครู ต้องพูดคุยเรื่องราวและคุณค่าของความซื่อสัตย์    โดยหยิบยกเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในสังคมมาแลกเปลี่ยนความเห็นกัน    ผู้ใหญ่ผ่านโลกมามากกว่า สามารถเลือกหยิบยกกรณีตัวอย่างคุณค่าที่เกิดจากความซื่อสัตย์มั่นคงในคุณธรรม มาเล่าให้ลูกหรือศิษย์ฟัง    เพื่อปลูกฝังอุดมคติ ซื่อกินไม่หมด คดกินไม่นาน

คำถามของแม่   ลูกสาวอายุ ๑๖  จัดอยู่ในกลุ่มนักเรียนเรียนดี และเป็นนักกีฬาประจำโรงเรียน    แล้ววันหนึ่งเธอก็โกหก   เธอให้เพื่อนชายลอกการบ้าน   แล้วโกหกครูว่าเธอวางสมุดการบ้านไว้ เพื่อนหยิบไปลอกเอง   เธอโกหกแม่ว่าไปนอนบ้านเพื่อนผู้หญิง   แต่จริงๆ แล้วไปนอนบ้านเพื่อนชายที่พ่อแม่ไม่อยู่บ้าน   ตำรวจมาที่บ้านนั้นและพบสุราและยาเสพติด   แม่เป็นห่วงว่าลูกจะเสียคน

คำตอบของผู้เขียน   แนะนำว่าการตำหนิว่าโดนเพื่อนชักนำไปในทางเสื่อมไม่ช่วยแก้ปัญหา    เพราะลูกสาวเป็นคนฉลาด   ไม่น่าจะถูกชักจูงได้ง่าย   และจริงๆ แล้วการตัดสินใจเป็นของลูกสาวเอง    แนะนำให้หานักจิตวิทยา หรือนักครอบครัวบำบัด (family therapist) ที่ลูกสาวร่วมเลือก   เพื่อให้ลูกสาวได้ถอนตัวออกมาจากทางเสื่อม     

เรื่องคำแนะนำในการแก้ปัญหาวัยรุ่นนี้ แตกต่างกันในสังคมต่างวัฒนธรรม   ในสังคมไทยน่าจะได้มีคนทำงานวิจัยและพัฒนา เพื่อสร้างความรู้ ทักษะ และบริการ ในการช่วยเหลือพ่อแม่และครู ให้มีทักษะแนะนำชี้ทางดีให้แก่ลูกหรือศิษย์ อย่างได้ผล 

ในความเห็นของผม ยุทธศาสตร์คือ   ช่วยให้ ฝ่ายเทพในตัวเด็ก ฉายแสงสร้างความมั่นใจ และเคารพตัวเอง   แล้วมีพฤติกรรมด้านบวก จนติดเป็นนิสัย 

 

 

วิจารณ์ พานิช

๑๐ มี.ค. ๕๖

บนเครื่องบินไปวอชิงตัน ดีซี

 

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สภามหาวิทยาลัย



ความเห็น (2)

เขียนเมื่อ 

- เยี่ยม มากค่ะ  อาจารย์

- ขอบพระคุณ อาจารย์  นำสิ่งดีงาม  มาให้เสมอ

- หนู จะนำไป ปฏิบัติ กับครอบครัว  และ  เด็ก ใน Class นะคะ

เขียนเมื่อ 

อ่านตัวอย่างจากสาว ๑๖ แล้ว ผมคิดถึงหลายคนที่ผมรู้จัก ไม่สามารถแก้ไขได้ เพราะ เป็นคน "โกหก" และ "ขโมย" ในที่นี้คือแอบทำแอบหนี เช่น เอาผงห่มคลุมหมอนไว้ หลอกแม่ว่าไม่ได้หนีไปเที่ยว ส้งเกตว่า ผู้เขียนหนังสือแนะนำให้หาหมอ ในทางพุทธ "อุปนิสัย" สั่งสมได้ข้ามภพชาติ วิธีแก้คือการเจริญสติจนพัฒนาตื่นรู้