วิญญูชนคนสุภาพที่ปรารถนาประเทืองปัญญามาปุจฉาวิสัชชนากันหน่อยนะ

วันนี้ได้อ่านบทความของ ดร.เสรี วงษ์มณฑา ใน fb เชิญชวนให้วิญญูชนคนสุภาพที่ปรารถนาประเทืองปัญญามาปุจฉาวิสัชชนา

 

ผมเห็นว่าเป็นปุจฉาที่ดีมากครับ เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับสังคมไทยในปัจจุบัน ผมอยากเสนอให้อาจารย์เสรีจัดเวทีเสวนาทางวิชาการ อาจจะแยกเป็นแต่ละประเด็น หรือรวมกันทั้งหมด ขึ้นอยู่กับเวลา และทรัพยากร สำหรับผมเองเห็นว่าเรื่องทั้งหมดนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้ นเพราะสังคมอ่อนแอ เราคนไทยทุกคนมีส่วนร่วมทำให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว สังคมเราถูกครอบงำโดยระบบทุนนิยมมาเป็นเวลานาน ทำให้หลงผิด ขอให้คนไทยทุกคนตั้งสติและค่อยๆแก้ปัญหาของสังคม ต้องช่วยกันแก้ไขสังคมให้เป็นสังคมที่มีความเข้มแข็ง เป็นสังคมแห่งความรัก ความสามัคคี มีเหตุมีผล รู้จักการให้ โดยเฉพาะการให้อภัย มองเห็นผลประโยชน์ของส่วนรวม คิดและทำในสิ่งที่สร้างสรรค์ รู้จักให้เกียรติซึ่งกันและกัน  โดยเริ่มจากตัวเรา
ม.ล.ชาญโชติ ชมพูนุท
23 กันยายน 2556

ข้อความข้างล่างนี้คัดลอกจากบทความของ ดร.เสรี วงษ์มณฑา ที่ลงเผยแพร่ในเฟสบุ็ค

วันนี้ใคร่เชิญชวนเหล่าผองน้องพี่ช  วิญญูชนคนสุภาพที่ปรารถนาประเมื องปัญญามาปุจฉาวิสัชชนากันหน่อย นะ

ปุจฉา1: อยู่มาในประเทศนี้ 64 ปี ผ่านนายกรัฐมนตรีมาหลายคนตั้งแต ่จอมพล ป. พิบูลสงคราม มาจนปัจจุบัน ได้ยินได้ฟังคำวิพากษ์วิจารณ์ คำขมคำสรรเสริญ นายกรัฐมนตรีทั้งหลายมาตลอด แต่ยังไม่เคยเห็นนายกรัฐมนตรีคน ไหนที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ด่าทอต่ อว่ารุนแรงเท่ากับทักษิณและยิ่ง ลักษณ์ เป็นเพราะอะไร เป็นเพราะเขามีข้อผิดพลาด หรือความไม่ถูกต้องให้เราตำหนิมากกว่าคนอื่น หรือพวกเรามีอคติ อิจฉาริษยาเขา โง่เขลาเบาปัญญา มีสายตาที่ไม่มีแววจึงมองเห็นดอกบัวเป็นกงจักร ไม่ยอมชื่นชมคนดีที่น่ายกย่อง

ปุจฉา2: ทำไมแต่ก่อนนั้นเราจะชมหรือวิจารณ์นายกรัฐมนตรีหรือรัฐบาลใด เรายังคุยกันได้เป็นเพื่อนกันได้ ถกกันแบบกัลยาณมิตรที่เติมเต็มมุมมองให้กันและกัน เราคิดต่างกันได้โดยไม่แตกแยก ไม่แบ่งฝักแบ่งฝ่าย แต่ทำไมสมัยนี้เราจึงแตกแยกแบ่งสีแบ่งฝ่าย ความคิดเห็นที่ต่างกันทางการเมืองทำไมทำให้เราแตกแยกกันรุนแรงได้ขนาดนี้ จนจะพูดอะไรเกี่ยวกับการเมืองต้องระวังตัวไม่เผลอวิจารณ์การเมืองผิดที่ผิดทางผิดกลุ่ม แม้แต่จะใส่สีเสื้อยังต้องระวัง พวกเราดป็นอะไรไปทำไมจึงกลายเป็นคนใตแคบมากกว่าเดิม เราเป็นเองหรือเราถูกครอบงำโดยวาทกรรมของแต่ละฝ่าย

ปุจฉา 3: ทำไมในอดีตที่ผ่านมา เราฟังคนที่คิดต่างวิพากษ์วิจารณ์นักการเมืองที่เรารักและชื่นชมได้โดยไม่คิดจะตอบโต้ด้วยถ้อยคำหยาบคายต่ำทราม เพราะเราถือว่าเขาไม่ได้ด่าเรา เขาด่านักการเมือง แต่สมัยนี้ทำไมคนบางคนทนไม่ได้เมื่อได้ยินการวิพากษ์วิจารณ์นักการเมืองที่ตนรัก และจะกลายเป็นคนก้าวร้าวทั้งทางวาจาและร่างกาย ข่มขู่คุกคามกัน ด่าทอต่อว่ากันด้วยถ้อยคำที่หยาบคายเหมือนเร่โกรธกันมาเป็นร้อยๆปี ทำไมเราต้องออกรับแทนนักการเมืองที่เรารักรุนแรงกันขนาดนี้ เรารัก เราชื่นชม เราเทิดทูนหรือเราลุ่มหลง เราเป็นสมาชิกพรรค เป็นลิ่วล้อ หรือเป็นสาวก

ปุจฉา4: ทำไมเราจึงให้ความสำคัญกับอำนาจตุลาการลดลง เราลืมไปแล้วหรือว่าประชาธิปไตยมีสามอำนาจคือ บริหาร นิติบัญญัติ และตุลาการ ทำไมคนบางกลุ่มบางพวกจึงดูถูกศาล ไม่ยอมรับคำพิพากษาของศาล และจะใช้ฝ่ายนิติบัญญัติใช้เสียงข้างมากตัดสินความผิดถูกต่างๆแทนอำนาจตุลาการ ทำไมเราจึงลืมไปว่านิติบัญญัติมีอำน่จในการออกกฎหมายและตรวจสอบรัฐบาล ไม่ได้มีหน้าที่ตัดสินว่าใครผิดใครถูกตามประมวลกฎหมายอาญา ถ้าหากฝ่ายนิติบัญญัติชี้ว่าใครผิดใครถูกได้ด้วยการลงคะแนนเสียง แล้วเราจะเอาอำนาจตุลาการไปไว้ที่ไหน

ปุจฉาเหล่านี้ชวนให้เราต้องวิสัชชนาเพราะปรากฏการณ์แห่งปุจฉาเหล่านี้มีผลกระทบความเจริญก้าวหน้าและความสามัคคีของคนในชาติซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นในการทำให้ประเทศเดินหน้า

ขอเชิญแฟนๆในเพจนี้ช่วยกันวิสัชชนาหาคำตอบมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอย่างสุภาพและให้เกียรติซึ่งกันและกันเยี่ยงกัลยาณมิตรผู้ตระหนักในสมบัติผู้ดี แลพหากคิดต่างกันก็ขอให้พูดว่า "ขอมองต่างนะคะนะครับ" โดยไม่ต้องใช้คำคุณศัพท์เชิงลบประเมินกัน ให้ถือหลักว่าในการถกอภิปรายต้องรักษาสัมพันธ์กัน อย่าให้ความคิดที่แตกต่างสร้างความแตกแยกและชิงชังกัน ไม่เช่นนั้นเราจะร่วมกันนำพาประเทศชาติเดินหน้าต่อไปไม่ได้

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บทความของ ม.ล.ชาญโชติ ชมพูนุท



ความเห็น (1)

เขียนเมื่อ 

คนที่ออกความเห็นเป็นกลางก็จะเป็นคนที่มองเห็นในแนวเดียวกับอ.เสรีนั่นแหละค่ะ และเราก็ไม่มีวันจะเข้าใจคนที่สุดโต่งไปอีกทางเพราะด้วยเหตุผลทั้งหลายทั้งปวงที่เป็นสามัญสำนึกนั้น ไม่ได้สะกิดใจสะกิดความคิด สติสัมปชัญญะของคนกลุ่มนั้นได้นะคะ เท่าที่เคยพบเจอก็จะเห็นได้ว่าการพูดคุยแลกเปลี่ยนกับคนแบบนั้นเป็นไปไม่ได้เลยค่ะ เขาจะสุดๆกันทั้งนั้น เสียเวลาเปล่าค่ะ ดูไม่เห็นหนทางที่จะปรับเปลี่ยนอะไรได้หากคุณธรรม จริยธรรมยังเอาชนะความลุ่มหลง การปิดหูปิดตา ผลต่างตอบแทนแบบเกินพอดีท่วมหัวท่วมหูของคนที่ยังมีอำนาจหน้าที่ใหญ่ๆโตๆของบ้านเมืองเราไม่ได้