ประเทศไทยเสียกรุงสองครั้งเพราะชาติอ่อนแอ เป็นความอ่อนแอด้วยไม่สามัคคีกันก็คือมีความขัดแย้งกัน ข้าศึกยกทัพมาจากแดนไกลเป็นไปได้ยากที่จะชนะคนที่อยู่กับที่และมีป้อมปราการ นั่นคือประวัติศาสตร์ที่มีไว้ถอดบทเรียน

ข้าศึกในอดีตเมื่อชนะจะเข้ายึดทรัพย์สินและกวาดต้อนคนไปเป็นเชลย แต่สังคมทุนนิยมในปัจจุบันทรัพย์สินคือสิทธิบัตร สิทธิเรียกร้อง และ ทรัพยากรธรรมชาติทั้งใต้ดิน บนดิน รวมถึงในอากาศ การยึดและการกวาดต้อนได้ถูกจัดการด้วยกระบวนการที่ซับซ้อนอย่างยิ่ง

ความขัดแย้งที่ปรากฎอยู่ในปัจจุบันมีสาเหตุหลักมาจาก อำนาจรวมผลประโยชน์ และ อุดมการทางการเมือง มีตัวละครหลักของแต่ละฝ่ายมีไม่กี่คน แต่ผู้ร่วมขบวนหรือแนวร่วมที่เป็นพลังขับเคลื่อนมาจากภาวะของกระแส

เหมือนภาพยต์แต่ละเรื่องตัวละครต้องอยู่ในทิศทางที่ผู้กำกับกำหนด ตัวละครได้ค่าตัวตามบทบาทและความนิยมเป็นที่พอใจไม่เกินนั้น แต่ผู้อำนวยการสร้างและหรือผู้กำกับมีความเสียงกับการขาดทุน แต่มีโอกาสได้กำไรหากหนังทำเงินเช่นเรื่อง "พี่มากพระโขนง"

การต่อสู้ทางระอบประชาธิปไตย ผ่านการชุมมนุมเรียกร้อง ที่มีมาตรการและยกระดับตามวิธีการต่างๆโดยที่มีเป้าหมายมีเหตุผล และ ไปตรงตามเหตุและปัจจัย ถ้ามีผลสรุบลดความเหลื่อมล้ำ และ ทุกคนได้เข้าถึงโอกาส ตือ การจัดการความขัดแย้งในโครงสร้างเดิมให้หมดไป แต่ถ้าผลสรุปว่าผลประโยชน์ไปตกอยู่ที่ภาคส่วนใดภาคส่วนหนึ่ง เราส่วนใหญ่เป็นเพียงตัวละคร หรือว่าความขัดแย้งนั้นเป็นผู้จัดการเรา