"แพ้เป็นพระ ชนะเป็นมาร"

คิดว่าสุภาษิตนี้ หลาย ๆ คนคงรู้จัก ได้ยิน หรืออาจจะเคยใช้พูดกันอยู่บ่อย ๆ วันนี้แม่ดาวจะขอนำเสนอความหมายในอีกมุมหนึ่งที่ตัวแม่ดาวเองก็ไม่เคยคิดถึงในความหมายมุมนี้มาก่อนเลย ต้องขอบพระคุณพระอาจารย์ไพศาล วิสาโลที่ได้นำสุภาษิตนี้มากล่าวไว้ในการบรรยายครั้งหนึ่ง ซึ่งแม่ดาวก็ฟังมาจาก CD นี่แหละ

แพ้เป็นพระ ชนะเป็นมาร ในความหมายที่แม่ดาวเคยเข้าใจ คือ การสอนให้เราอดทนอดกลั้นต่อสิ่งยั่วยุ หรืออาจสอนให้เรายอมรับต่อความพ่ายแพ้ที่เกิดขึ้นอย่างใจปกติ หมายถึงใจของเรามีธรรมนำกิเลส เราสามารถเอาชนะกิเลสในใจเราได้ นั่นคือแพ้เป็นพระ ส่วนคำว่า ชนะเป็นมาร ความหมายคิดเอาเองว่า คงเหมือนกันการปลอบใจตัวเราเองประมาณนี้ ตามความเข้าใจเดิม

วันหนึ่งได้นั่งฟังธรรมะบรรยายของพระอาจารย์ไพศาล (ยึดเองว่าเป็นพระอาจารย์ เพราะได้เรียนรู้ธรรมจากการอ่านการฟังจากท่านแล้วเกิดปัญญา อิอิ) ท่านได้นำสุภาษิตนี้มาบรรยาย ท่านกล่าวว่า สุภาษิตนี้ คำว่าแพ้เป็นพระ ไม่ต่างจากความหมายที่แม่ดาวเข้าใจข้างบน แต่คำว่า ชนะเป็นมารนี่ ท่านอธิบายได้สว่างกันเลยทีเดียว ท่านว่า คำว่าชนะเป็นมาร ไม่ใช่คำพูดเพื่อให้เราปลอบใจตัวเอง แต่หมายถึง คนที่ชนะนั้นจะเป็นมาร เมื่อ เกิดความรู้สึกหึกเฮิมลำพองใจ ดูถูกผู้พ่ายแพ้ เกิดมานะ ยึดมั่นเห็นผิดในความชนะของตนจนไปทำลายผู้พ่ายแพ้ให้เกิดความเจ็บช้ำน้ำใจ ไม่รู้ถ่ายทอดออกมาได้ครบถ้วนตามที่ท่านกล่าวไว้ไหม เนื่องจากฟังมานานแล้ว ถ่ายทอดจากความระลึกได้ หน่วยความจำในสมองมีน้อย ใช้ความเข้าใจถ่ายทอดออกมาจ้า

วันนี้เป็นวันดี วันพระ ประจวบกับได้อ่านบทความดี ๆ ของพี่โน (สรวงมนฑ์ สิทธิสมาน) “สอนลูกเรียนรู้จากการเป็นผู้ชนะ”เลยอยากนำเรื่องนี้มาส่งต่อจ้า เอาไว้สอนลูกกันเนอะ “แพ้เป็นพระ ชนะเป็นมาร”

เราสามารถนำสุภาษิตนี้มาสอนลูกได้ดีทีเดียว ไม่เพียงแต่เด็ก ๆ ได้เรียนรู้สุภาษิตไทย แต่ยังสามารถเพิ่มความใสบริสุทธิ์ให้ใจเขาด้วยเนอะ  เด็ก ๆ มักชอบเป็นฮีโร่ ชอบเป็นผู้พิทักษ์ความเป็นธรรม ชอบเป็นฝ่ายธรรมะ สอนสุภาษิตนี้ตามความหมายนี้ จะทำให้เด็กๆ คล้อยตามได้ไม่ยากนะ .... มีเด็กคนไหนไหมนะ อยากเป็นฝ่ายมารมากกว่าธรรมะเนี้ย หรืออาจจะมีฮ่าๆๆๆ 

ท้ายนี้ แนบ link บทความดี ๆ จากพี่โน "สอนลูกเรียนรู้จากการเป็นผู้ชนะ" 

http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9560000114552&Html=1&