ผู้นำช่วงชั้นทุกคนทั้งหัวหน้าช่วงชั้น ผู้ช่วยหัวหน้าช่วงชั้น และ หัวหน้าส่วนงานพัฒนาหน่วยวิชา หรือ ทุกคนในกลุ่ม ๑๓ / ๒๐๑๓ มีหน้าที่ที่จะต้องทำห้องเรียนสาธิต เพื่อสร้างการเรียนรู้ให้กับตัวเองในฐานะ “ครูฝึก” ที่จะเข้าไปช่วยก่อให้เกิดการทำงานและการเรียนรู้ให้กับทีมครูที่อยู่ในความดูแลของตน
ปีการศึกษานี้ คุณครูหนึ่ง – ศรัณธร แก้วคูณ หัวหน้าช่วงชั้นที่ ๑ อาสามาเปิดชั้นเรียนเป็นคนแรก หลังจากที่เฝ้าศึกษาเรียนรู้จากการเปิดชั้นเรียนของครูคนอื่นมาหลายครั้งหลายครา
เปิดห้อง เปิดใจ พร้อมปรับเปลี่ยน (ระบบ)
ในภาคเรียนวิริยะ ปีการศึกษา ๒๕๕๖ ครูหนึ่งได้เปิดชั้นเรียนในหน่วยวิชาคณิตศาสตร์ ที่ห้อง ๒/๑ โดยมีเป้าหมายของการเปิดชั้นเรียนอยู่ ๓ เป้าหมายด้วยกัน คือ
- พัฒนาหน่วยการเรียนรู้ เรื่อง “รูปร่างและรูปทรง”
- พัฒนาครู
- พัฒนานักเรียน
นอกจาก ๓ เป้าหมายที่กล่าวไว้นี้แล้ว ยังมีเป้าหมายที่ตั้งไว้สำหรับการพัฒนาตนเอง นั่นคือ การฝึกและการจัดระเบียบวิธีคิดของตนเองให้มีระบบยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่ตนเองประเมินแล้วว่าเป็นจุดอ่อน และเมื่อพบจุดอ่อนแล้ว ก็มีความตั้งใจที่ปรับเปลี่ยนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงภายในตน (ทั้งปรับเปลี่ยนโครงสร้างวิธีคิด ก่อร่างสร้างระบบการทำงานใหม่) ซึ่งจุดอ่อนที่มีอยู่นี้มีผลกระทบต่อการทำงานในเชิงโครงสร้างของหน่วยงาน และในเชิงบริหารจัดการ
เมื่อความอยากเปลี่ยนแปลง มาพร้อมกับความเพียรพยายามปรับ
เมื่อกายพร้อม เจตจำนงมั่นคง ทีมพร้อม และจัดเวลาแห่งการเรียนรู้ร่วมกันได้อย่างลงตัวแล้ว การเปิดห้องเรียนก็เริ่มต้นขึ้นบนกระบวนการ LS (Lesson Study) อย่างเต็มรูปแบบ ครบวงจร ทั้ง “Pre” ก่อนสอน “While” ขณะสอน และ “Post” การสะท้อนหลังสอน
เริ่มต้นขั้นตอนแรก คือ ขั้นตอนของการ Pre แผนการสอน ครั้งที่ ๑ เรื่อง รูปร่าง
ในการ “เปิดชั้นเรียน” ครูผู้เปิดชั้นเรียนจะได้ร่วมเตรียมแผนการเรียนการสอนกับโค้ชและเพื่อนครูอย่างละเอียด ซึ่งในครั้งนี้มี คุณครูปาด - ศีลวัต ศุษิลวรณ์ เป็นโค้ชหลัก และมีเพื่อนครูที่อยู่ในหน่วยวิชาเดียวกันที่เข้ามาร่วมเรียนรู้ด้วยกันในครั้งนี้ ได้แก่ ครูโอ่ง (ผู้ช่วยหัวหน้าช่วงชั้นที่ ๑) และคณะครูคณิตศาสตร์ของช่วงชั้นที่ ๑ ทั้งคณะ ประกอบด้วย ครูสุ ครูบี ครูเล็ก ครูอาร์ม ครูอ้อ ครูมิ้นท์ ครูน้อง โดยมีครูนุ่น (ผู้ช่วยหัวหน้าช่วงชั้นที่ ๒) และครูนุช (หัวหน้าฝ่ายมาตรฐานและการวัดประเมินผล) เข้ามาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้วย ซึ่งในขั้นการ Pre แผนการสอนนี้ สมาชิกทุกคนได้ร่วมกันออกความคิดเห็นในเรื่องการสร้างแผนการเรียนการสอนที่เหมาะสมกับผู้เรียนร่วมกัน
ก่อนการออกแบบการเรียนการสอน หรือการสร้างแผนการสอนทุกครั้ง สิ่งแรกที่ครูต้องทำคือ การหยั่งให้ถึงความรู้ที่สะสมในตัวนักเรียน (ไม่ใช่เริ่มต้นที่แบบเรียน) และความสามารถของผู้เรียนในการที่จะเอาความรู้ที่สะสมมาก่อนหน้านี้มาเผชิญกับความไม่รู้อย่างเหมาะสมกระทั่งเกิดความรู้ใหม่ขึ้น ซึ่งทีมครูในระดับชั้น ๒ ร่วมกันทบทวนและช่วยกันหยั่งถึงความรู้สะสมของนักเรียนระดับชั้น ๒ จากนั้นทีมเริ่มพิจารณาเนื้อหาการเรียนรู้จากหนังสือญี่ปุ่น (ฉบับภาษาไทย) ว่าสอดคล้องกันหรือไม่
ปรากฏว่ากิจกรรมการเตรียมแผนการสอนครั้งที่ ๑ นี้ ไม่ใช่แค่การมาร่วมกันสร้างแผนการเรียนรู้ แต่ทีมกลับได้เรียนรู้และได้ร่วมกันวางแผนหลักสูตรคณิตศาตร์ในระดับชั้น ๒ ร่วมกัน ทีมพบว่า การจัดเรียนเนื้อหาของหนังสือเรียนคณิตศาสตร์ (ฉบับภาษาไทย) ที่ช่วงชั้นที่ ๑ นำมาใช้เป็นแนวทางในการจัดกระบวนการเรียนรู้นั้น มีการกระโดดจากบทหนึ่งไปอีกบทหนึ่ง
ทั้งทีมได้พยายามค้นหาคำตอบด้วยการนำหนังสือเรียนคณิตศาสตร์ (ฉบับภาษาอังกฤษ) มาเทียบเคียงจึงพบว่า เนื้อหาการจัดการเรียนการสอนของหนังสือเรียนคณิตศาสตร์ของญี่ปุ่นในฉบับภาษาไทยและภาษาอังกฤษมีเนื้อหาไม่ตรงกัน เนื่องจากมีการปรับปรุงในฉบับภาษาอังกฤษ ทีมจึงได้ศึกษาเนื้อหาในส่วนของแบบเรียนฉบับภาษาอังกฤษ เปรียบเทียบกับแบบเรียนฉบับภาษาไทย พร้อมทั้งตีความว่าร่วมกันว่า แต่ละเนื้อหา แต่ละกิจกรรม ที่ร้อยเรียงกันมาเช่นนี้ ต้องการให้เด็กเข้าในแนวคิดเรื่องอะไร เพื่ออะไร และแนวคิดนี้จะนำไปสู่แนวคิดอะไรได้อีก เช่น การสร้างรูปสี่เหลี่ยม สามเหลี่ยมบนตารางจุด ทำให้เด็กเข้าใจแนวคิดเรื่องอะไรจากเนื้อหา กิจกรรมนี้ และความเข้าใจในเรื่องนี้นำไปสู่เรื่องอะไรในที่สุด
เมื่อทีมมาถึงจุดที่ต้องตัดสินใจในการเลือกเส้นทางในจัดกระบวนการเรียนการสอนให้กับนักเรียนระดับชั้น ๒ ครูปาดได้ชวนให้ทีมมาพิจารณาว่า “จะเดินหน้าต่ออย่างไร”
๑. ยึดหนังสือเรียนภาษาไทย และเดินตามหนังสือนั้น
๒. เปลี่ยนไปใช้เนื้อหาตามแนวทางของหนังสือภาษาอังกฤษ
๓. ใช้หนังสือเล่มภาษาไทยเป็นหลัก แล้วเติมส่วนที่จำเป็นที่มีในแบบเรียนคณิตศาสตร์ ฉบับภาษาอังกฤษ
หลังจากที่แต่ละคนยกเอาเหตุผลมาประกอบการตัดสินใจโดยทั่วกันแล้ว จึงได้ทำการตัดสินใจร่วมกันว่าจะใช้หนังสือเล่มภาษาไทย และเติมส่วนที่จำเป็นที่มีในแบบเรียนคณิตศาสตร์ฉบับภาษาอังกฤษลงไป และในปีการศึกษาหน้าจึงค่อยเปลี่ยนไปใช้หนังสือเรียนภาษาอังกฤษเป็นแนวทางในการจัดเรียงกระบวนการเรียนรู้ ดังนั้น การที่ทีมจะช่วยกันค่อยๆ ปรับขยับโครงสร้างการจัดการเรียนการสอนเสียใหม่ตั้งแต่ในภาคเรียนวิริยะ ซึ่งเป็นช่วงกลางปีการศึกษา ก็น่าจะเป็นผลดี
จากการปรับโครงสร้างหลักสูตร สู่การปรับโครงสร้างวิธีคิดของตัวเอง
จากการตั้งประเด็นคำถามของครูปาด ที่มีลักษณะเป็นลำดับชัดเจนเพื่อให้ทีมครูคณิตศาสตร์ร่วมกันศึกษาแบบเรียน คือ
- เรื่องนี้ต้องการให้ผู้เรียนเข้าใจในแนวคิดหลักเรื่องอะไร
- เรื่องนี้ผู้เรียนควรต้องมีความรู้สะสมเรื่องอะไรมาก่อนนี้ จึงจะเกิดความเข้าใจในเรื่องนี้ได้
- เรื่องนี้นำไปสู่ความเข้าใจเรื่องอะไร หรือปูพื้นฐานไปสู่ความเข้าใจในเรื่องอะไร
การเรียนรู้และทำงานร่วมกันกับครูทีมคณิตศาสตร์เพียงครั้งเดียวนี้ ได้ทำให้ตัวครูหนึ่งเกิดการตั้งประเด็นกับตัวเองจากการที่ครูปาดให้คิดทบทวนกลับไปกลับมา เพื่อให้ทุกคนแม่นยำในวิธีคิดกันเสียก่อน และเมื่อได้มาย้อนทวนประสบการณ์ก็พบว่าการเรียนรู้ในครั้งนั้นทำให้ตัวเองค่อยๆ มองเห็นแสงรำไรๆ และเห็นทางที่จะพาตัวเองเข้าสู่กระบวนของการศึกษาชั้นเรียน แต่ก็ยังไม่ชัดเจนเท่าไรนัก
ศรัณธร แก้วคูณ บันทึก