จุดสำคัญคือการให้ความสำคัญต่อความรู้/ปัญญา ปฏิบัติ (phronesis) มากกว่าหรือเท่าเทียม กับความรู้ทฤษฎี และกำหนด/ส่งเสริม.........................................................

 

การเรียนรู้ในศตวรรษที่ ๒๑ ไม่เน้นการ acquire ความรู้ทฤษฎี   แต่เน้นการฝึกประยุกต์ความรู้ทฤษฎี   คือในโลกยุคใหม่ บัณฑิตต้องไม่เพียงแค่รู้   แต่ต้องสามารถใช้ความรู้นั้นได้ในสถานการณ์จริง    

วิธีการสร้างอาจารย์มหาวิทยาลัยโดยการเรียนปริญญาเอก จากการทำวิจัยเพื่อวิทยานิพนธ์ ในห้องปฏิบัติการในมหาวิทยาลัย จึงไม่น่าจะเพียงพอ สำหรับโลกยุคใหม่ ในศตวรรษที่ ๒๑

อาจารย์มหาวิทยาลัยในอุดมคติ สำหรับยุคศตวรรษที่ ๒๑ จึงต้องมีประสบการณ์การทำงาน ในสถานประกอบการ หรือในภาคการผลิต   หรือในที่ทำงานที่ใช้บัณฑิตสาขานั้นๆ 

นี่คือสภาพที่ถือปฏิบัติกันในประเทศเยอรมนี    คณะวิศวกรรมศาสตร์ในเยอรมันจะไม่รับอาจารย์ จากคนที่จบปริญญาเอก หรือจบ postdoc   ต้องไปทำงานในภาคประกอบการเสียก่อนอย่างน้อย ๕ ปี   จึงจะมาสมัครเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยได้   คือเขาให้ความสำคัญต่อความรู้ปฏิบัติมากกว่า หรือเท่าเทียมกับความรู้ทฤษฎี   ในขณะที่ในมหาวิทยาลัยไทย เราเน้นแต่ความรู้ทฤษฎี

ระบบการพัฒนาอาจารย์มหาวิทยาลัยไทย น่าจะพิจารณาตัวอย่างของเยอรมัน  

จุดสำคัญคือการให้ความสำคัญต่อความรู้/ปัญญา ปฏิบัติ (phronesis)    มากกว่าหรือเท่าเทียม กับความรู้ทฤษฎี    และกำหนด/ส่งเสริม ให้อาจารย์ออกไปทำงานในสถานประกอบการเป็นระยะๆ    หรือทำงานร่วมมือ กับสถานประกอบการอยู่ตลอดเวลา 

talent mobility ระหว่างภาคประกอบการ กับภาควิชาการ น่าจะเป็นกลไกสำคัญ ในการยกระดับ เศรษฐกิจและสังคมของประเทศ    รวมทั้งยกระดับอุดมศึกษาของประเทศด้วย 

นอกจาก talent mobility ระหว่างภาควิชาการกับภาคประกอบการ   เรายังต้องการกลไกเชื่อมโยง ระหว่างสองภาคนี้ ให้มีการทำงานร่วมมือกันเป็นเนื้อเดียวกัน

เพื่อความอยู่รอด/ความสามารถในการแข่งขัน ของประเทศ  

เป็นกลไกหนึ่งของการสร้างสังคมเศรษฐกิจบนฐานนวัตกรรม   หนีจากสังคมเศรษฐกิจฐานทรัพยากร    เพื่อหลุดจาก middle-income trap

 

 

วิจารณ์ พานิช

๓ ส.ค. ๕๖