วันที่ 21 กรกฎาคม 2556 ผมมีโอกาสได้นอนพักในห้องเดียวกับ อ.ศุภมิต จาก โรงเรียนชุมชนห้วยค้อมิตรภาพที่ ๒๐๖ อ.พล จ.ขอนแก่น ในขณะที่เราเดินทางมาร่วมกิจกรรมของมูลนิธิสยามกัมมาจล ที่จังหวัดกาญจนบุรี
ผมตั้งคำถามว่า กับ อ.สนิต เพื่อนร่วมห้องนอนค้างด้วยกัน ว่า ห้วยค้อทำอย่างไรถึงได้เป็น ร.ร.ศรร.ปศพพ. แล้วนั่งฟัง จับประเด็นได้ดังนี้ครับ
- แต่ก่อนโน้น (ประมาณปี 2548) มูลนิธิศุภนิมิตรแห่งประเทศไทย เข้ามาให้การสนับสนุนในโครงการ "ครอบครัวสาธิตชีววิถีเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน" เริ่มที่กลุ่มเป้าหมายเป็นครอบครัวของนักเรียนตั้งแต่ ป.1 - ม.3 ที่มีปัญหา 30 ครอบครัว บางครอบครัวจะมีพี่น้องหลายคน ส่วนใหญ่จะมีปัญหาพ่อแม่หย่าร้าง พ่อแม่เสียชีวิต จึงต้องอาศัยอยู่กับยาย (คิดเป็นประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ของนักเรียนทั้งหมด) โดยมูลนิธิจะให้พันธุ์ปลาดุกครอบครัวละ 500 ตัว แม่ไก่พร้อมไข่ครอบครัวละ 5 ตัว และพันธุ์ผักต่างๆ และส่วนหนึ่งสนับสนุนบ่อกลางของโรงเรียนเพื่อเป็นอาหารกลางวันของนักเรียน คิดเป็นมูลค่าเพียง 30,000 บาท และแบ่งพื้นที่โรงเรียนออกเป็นส่วนเล็กๆ ให้แต่ครอบครัวดูแล โครงการนี้ทำให้นักเรียนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีไข่ มีปลา และมีผักกินโดยไม่ต้องซื้อ และมีส่วนเหลือเอาไปขาย ทำให้เกิดอานิสงส์ทำให้ผู้ปกครองพอใจมาก โดยเฉพาะผู้ปกครองส่วนใหญ่ซึ่งไม่มีที่ทำกิน ต้องทำอาชีพรับจ้าง ผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรมนี้ ทำให้ชาวบ้านดูแลใส่ใจ จนทำให้เกิดความต่อเนื่อง จนทำให้นักเรียนเกิดทักษะในการดำรงชีวิตแบบ พึ่งตนเอง
- ประมาณปี 2549 ผู้อำนวยการขณะนั้น มีความเห็นว่า บ่อปลาและเล้าไก่ที่เรียงรายอยู่ในบริเวณโรงเรียนนั้นทำให้ภูมิทัศน์สวยงาม และให้เหตุผลว่าบ่อน้ำนั้นไม่ปลอดภัยกับนักเรียน (ก่อนหน้านั้นไม่มีเด็กได้รับอันตรายใดๆ) จึงส้่งให้ถมดินเพื่อปลูกไม้ยืนต้น เหลือไว้เพียงบ่อกลางของโรงเรียน ในขณะที่โครงการ "ออยสการ์" ซึ่งได้รับความร่วมมือจากญุี่ปุ่น เข้ามาส่งเสริมให้ปลูกป่า โดยนำพันธุ์ไม้ยืนต้น เช่น ประดู ยูคาร์ ฯลฯ และสนับสนุนให้เกิดกิจกรรมร่วมกันระหว่างครอบครัว จึงเกิดโครงการ "แม่ลูกผูกพันร่วมกันทำนา" โดยจัดให้มีกิจกรรมดำนาร่วมกันในตอนบ่ายของวันแม่ หลังจากที่เสร็จพิธีไหว้แม่ในตอนเช้า และจัดกิจกรรม "ดำวันแม่-เกี่ยววันพ่อ" เพื่อร่วมกันเก็บเกี่ยวข้าว นอกจากกิจกรรมนี้จะทำให้โรงเรียนได้ข้าวสำหรับโครงการอาหารกลางวันแล้ว ยังส่งผลให้เด็กๆ เกิดความผูกพันกับครอบครัวมากขึ้น ถัดจากนาข้าว อ.เบญจมาศ (ครูแกนนำ) ยังพาเด็กปลูกดอกทานตะวัน วัตถุประสงค์สำคัญคือ ฝึกทักษะและคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของเด็ก นับแต่นั้น การปลูกข้าวและดอกทานตะวันกลายเป็น "ฐานการเรียนรู้" สำคัญของห้วยค้อฯ
- ต้นปี 2550 ชาวบ้านไม่พอใจที่ ผอ.โรงเรียน กลบบ่อปลาและที่ดินทำกินที่แบ่งให้แต่ละครอบครัว กรรมการสถานศึกษาได้มาคุยกับทางโรงเรียน ได้ข้อสรุปให้ ผอ.ย้ายไปโรงเรียนใหม่ เป็นโอกาสให้ ผอ.สวัสดิ์ มะลาหอม ได้เข้ามามีบทบาทในการขับเคลื่อน ปศพพ. จนต่อมาได้กลายเป็น ร.ร.ศรร. ปศพพ. ในปี 2555
- ปี 2551 หลังจากเปลี่ยนผู้อำนวยการ โครงการยุวเกษตร ของสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม หรือ สปก. เข้ามาให้การสนับสนุนพันธุ์ปลาและอาหารเลี้ยงปลา 5,000 ตัว ให้พันธุ์ผักพันธุ์ผัก ส่งเสริมการปลูกผักในโรงเรียน
- กิจกรรมทำดูแลรักษาความสะอาดร่วมกัน แต่ละหมู่บ้าน แต่ละครอบครัว มีบริเวณรับผิดชอบร่วมกัน โดยที่ครูไม่ต้องควบคุมดูแล...
- กิจกรรมไปกลับปลอดภัย ให้พี่น้องแต่ละครอบครัวดูแลมารับส่งกัน โดยจะมีกิจกรรมเข้าแถวก่อนกลับบ้านทุกวัน ให้พี่รับน้องกลับบ้าน กลับพร้อมกันทั้งครอบครัว
- กิจกรรมหน้าเสาธง ให้มีการแบ่งภาระรับผิดชอบร่วมกัน หลังเคารพธงชาติ เป็นกิจกรรม "จิตศึกษา" โดยแต่ละระดับชั้นจะมีผู้นำในการทำกิจกรรม
- กิจกรรมเวรประจำในการเตรียมอาหารให้พอเพียงกับทุกคน ทุกคนรับประทานอาหารพร้อมกัน ทานข้าวหม้อเดียวกัน เป็นครอบครัวเดียวกัน จึงรักกัน หลังรับประทานอาหารก็ช่วยกันล้างจานชามภาชนะ มีเวรประจำผลัดกันทำความสะอาด
- กิจกรรมแปรงฟัน ให้พี่ ม.1- ม.3 ตรวจสอบความสะอาดเรียบร้อยให้น้อง ป.1-ป.6 ทุกวัน
...กิจกรรมค่ายครอบครัวลูกเสือพอเพียงร้อยเรียงสู่อาเซียน บูรณาการระหว่างค่ายลูกเสือและค่ายส่งเสริมภาษาอังกฤษ โดยให้ทุกฝ่ายได้เข้ามามีส่วนร่วม ทั้งครู ตัวแทนนักเรียน คณะกรรมการสถานศึกษาและผู้ปกครอง ตั้งแต่มีส่วนในการวางแผน ร่วมเตรียมงาน และร่วมในวันงาน ขั้นตอนหลักของค่าย มีดังนี้
- ปลูกผักเอง วางแผนให้ทุกคนได้มีส่วนร่วมในการปลูกผัก โดยประมาณเวลาให้พอดีกับวันจัดค่าย "เมื่อผักโต เราจัดค่าย"
- นอกจากกิจกรรมเดินทางไกล กิจกรรมรอบกองไฟ และฐานผจญภัยต่างๆ แล้ว ได้จัดให้มีงานวิชาการ ภาษาอังกฤษ ในลักษณะเป็น ฐานการเรียนรู้ในค่าย
- แบ่งลูกเสือคละชั้น แต่ละกลุ่มมีพี่ ม.3 น้อง ม.1-2 ป.1-6 จัดให้มีภารกิจร่วมกัน ให้จัดเตรียมภาชนะเองในการรับประทานเนื้อย่างเกาหลีร่วมกัน เรียกว่า "อาหารคุณธรรม"
- ให้พี่สอนน้องทำเนื้อย่าง ให้น้องกินให้อิ่มก่อน พี่ค่อยกินทีหลังพร้อมกับผู้ปกครอง
- มากินกันทั้งหมู่บ้าน แต่ละครอบครัวรับลูก ป.1-3 กลับบ้านหลังเลิกกิจกรรมรอบกองไฟ
- ให้นักเรียนได้ "ถอดบทเรียนร่วมกัน" พบว่าผู้ปกครองพึงพอใจมาก
...กิจกรรม "ห้วยค้อโรงเรียนที่ฉันรัก" เพื่อส่งเสริมจิตสำนึกการรักษาสิ่งแวดล้อม และปลูกฝังให้รักโรงเรียนและชุมชนของตนเอง โดยจัดให้ครอบครัวเดียวกันและบ้านใกล้กันรับผิดชอบบริเวณเดียวกัน กวาดใบไม้มากองรวมกันก่อนนำไปทำปุ๋ยหมักใส่ต้นไม้ เรียกว่า "เศรษฐีใบไม้"
...กิจกรรม "ดอกทานตะวันบานที่บ้านห้วยค้อ" หลังจากเก็บเกี่ยวข้าว ทุกคนจะได้ปลูกดอกทานตะวัน ดูแลรักษา นำไร่ทานตะวันไปบูรณาการกับการเรียนการสอนในลักษณะฐานการเรียนรู้บูรณาการ 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้
ท่านผู้อ่านบันทึกนี้ คงเห็น "ข้อความสี" ความหมายและความนัยของกิจกรรม "ฐานใจ" ทั้งหมดนั้น ทักทอสายใยรักของครอบครัว ทำให้โรงเรียนให้เป็น บ้านหลังใหญ่ นี่คือปัจจัยของความสำเร็จของ ผอ.และครูโรงเรียนชุมชนห้วยค้อมิตรภาพที่ ๒๐๖ ผมขออนุญาตเรียก รูปแบบการเรียนรู้โดยการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงแบบนี้ว่า "การเรียนรู้ฐานครอบครัว" หรือ Family-based Learning หรือย่อเป็น FBL

(ดูรูปทั้งหมดที่นี่ครับ)
(ตอนนี้ห้วยค้อฯ กำลังเขียนเรื่องเล่า หนังสือเล่มเล็ก อีกไม่นานเกินรอครับ)
ขอชื่นชมกิจกรรมที่ดีมีประโยชน์นะคะ...