๑๐. วิธีการฝึก(สอน)อ่านวรรณคดี
หลักการ : วรรณคดีเป็นสิ่งสร้างสรรค์อันล้ำค่าของมนุษย์ ที่สะท้อนเรื่องราว ชีวิต วัฒนธรรม ความเชื่อ อารมณ์ ความรู้สึกของมนุษย์ในแต่ละยุค ด้วยภาษาที่มีอรรถรสไพเราะ จากการบรรจงเลือกสรรมา จนกระทบอารมณ์อย่างประณีต มีอิทธิพลต่อจิตใจอย่างยิ่ง วรรณคดี ถือว่าเป็น สุดยอดของการเขียน
"...ผู้ใดอ่านวรรณคดีแล้วซาบซึ้ง แสดงว่า ผู้นั้นมีจิตใจ และชีวิตที่สุนทรีย์..."
ขั้นตอนการฝึก
๑. ครูเลือกสรรวรรณคดีต่างสมัยที่มีรูปแบบ กลวิธีการเขียน การใช้ถ้อยคำภาษา ความไพเราะ เหมาะ งาม ทั้งเสียงของคำ และความหมายของคำทุกรูปแบบในแต่ละยุคสมัย มาให้เด็กได้อ่าน /ได้ยิน
๒. ครูอ่านวรรณคดีให้เห็นเป็นตัวอย่าง ไม่ควรใช้เทปบันทึกเสียง เพราะเสียงสูงต่ำ สีหน้า อารมณ์ขณะอ่านสำคัญมาก ทำให้นักเรียนซาบซึ้ง และได้อรรถรสของภาษาไปด้วย เป็นเรื่องสำคัญที่สุด เสียงไม่เพราะไม่เป็นไร คนที่อ่านแล้วได้รสชาติทางภาษามากที่สุด คือ คุณปรีชา ทรัพย์โสภา หรือคุณสุชาดี มณีวงศ์ ผู้อ่านกระจกหกด้าน ฯลฯ
๓. ฝึกให้นักเรียนอ่านตามครูทีละวรรค ละบท เพราะการอ่าน “ออกเสียง” ของวรรณคดีเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
๔. ฝึกให้นักเรียนอ่านออกเสียงวรรณคดีด้วยทำนองน้ำเสียงต่างๆ ด้วยตัวเอง จากเทปวีดิโอก็ได้ หรือครูคอยชี้แนะจังหวะน้ำเสียง ทำนอง สีหน้าที่แสดงถึงอารมณ์ แต่ครูไม่ต้องคาดหวังให้ไพเราะ แค่ถูกจังหวะ ถูกทำนองเสียง อักขระชัดเจนก็พอ เพราะสิ่งที่นักเรียนควรได้ คือ สนุก ยินดี เพลิดเพลิน และ “เข้าถึง”
๕. อ่านเสร็จ ช่วยกันวิจารณ์ทั้งเนื้อเรื่อง ตัวละคร การใช้ภาษา
เทคนิคการฝึก
๑. ใช้หลัก : อ่านให้เข้าใจ ได้ยินเสียงเสนาะ ฝึกเจาะแนวคิดสำคัญ หมั่นวิเคราะห์วินิจฉัย ใส่ใจวิพากษ์วิจารณ์ ประสานกิจกรรม แล้วเชื่อมโยงสัมพันธ์เนื้อหา
๒. เลือกวรรณคดีที่ดีที่สุด มีภาษาไพเราะครบทุกอรรถรส มาให้นักเรียนได้ยิน ได้อ่านออกเสียงตามฉันทลักษณ์ เช่น พระอภัยมณี สามก๊ก ราชาธิราช และควรหามาให้ครอบคลุมทุกลักษณะคำประพันธ์
๓. ชี้ให้เห็นถึงรสวรรณคดี ๔ รส ได้แก่ เสาวรจนี (ชมความงาม), นารีปราโมทย์ (เกี้ยวพาราสี), พิโรธวาทัง (แสดงความโกรธเคือง), และ สัลลาปังคพิไสย (แสดงความเศร้าโศก) เพราะรสเหล่านี้เป็นลักษณะเฉพาะของวรรณคดีไทยที่ช่วยสร้างอารมณ์ความรู้สึกให้กับผู้อ่านได้ดียิ่ง
๔. ควรนำวีดิโอการแสดงลิเก / โขน / การขับเสภาจากวรรณคดีเรื่องต่างๆ มาให้นักเรียนได้ชมบ่อยๆ