“ขอบคุณ”

"พี่หนาน"
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ
คำว่า "ขอบคุณ" มีความหมายลึกซืึงเกินกว่าที่เราเข้าใจมากมายนัก

๒๖/๐๘/๒๕๕๖

*********

 


“ขอบคุณ”

 

เมื่อเวลาประมาณหนึ่งทุ่มของวันที่ ๒๕ สิงหาคม ๒๕๕๖ ผมได้มีโอกาสไปร่วมงาน “พิธีไว้อาลัยผู้เสียชีวิต” ที่โฮงสูตร หรือ “คริสตจักรน้ำลอก” (ความจริงตั้งอยู่ที่บ้านแพะ) ด้านข้างเป็นศาลาโล่ง ๆ กางเต็นท์แอบข้างอีกหลายหลัง พอไปถึงจอดรถเครื่องเสร็จแล้วก็เดินตรงไปที่โต๊ะยาว ๆ ที่มี “ปู่จารย์” ทางพุทธศาสนานั่งอยู่ ใกล้ ๆ กันนั้นก็มีตู้รับบริจาคตั้งอยู่ด้วย

เขาเห็นผมก็กวักมือเรียก “หนานมาเพะ ๆ มานั่งหนี้ เป๋นหมู่กั๋น” ผมก็ยิ้มรับถามว่า “อาจ๋ารย์มาเมินแล้วยัง?” ปู่จารย์ตอบ “มาเมินแล้ว” ผมถามแบบแซว ๆ ว่า “นี่เขามอบหมายหื้อเฝ้าตู้บริจาคกะว่าจ๊ะใดเกาะ” ปู่จารย์ตอบ “กะแม่นกะ คอยจดจื่อหื้อเขาผ่อง” อาวซันนั่งโต๊ะข้าง ๆ ก็พูดสวนขึ้นว่า “ตะคืนเปิ่นกะมาเหลาะ จ๊ะใดเกาะ เข้าไปร่วมพิธีเขาจ๋นแล้วเลยอี้” ปู่จารย์ “อั้นกะ บ่แล้วจะฝั้งลุกมาจะใดหุ น่าเกียด ไผว่าสักเตื่อ” ผมถาม “แล้วเขาบ่อว่าก่ะ ตี่ไปฮ่วมโตยเขา?” ปู่จารย์ว่า “บ่อว่าดอก เขาไขหื้อเฮาไปกั๋นหลาย ๆ แหมก่อนนะ” ช่วงนั้น ส.อบต.อีกหมู่หนึ่ง ลากเก้าอี้เข้ามานั่งใกล้ ๆ ผมก็ถามว่า “ตะคืนได้มากับเขาก่อ?” ส.อบต.ว่า “มาก่ะบ่อมาจ๊ะใด” อาวซันก็แทรกขึ้นมาอีกว่า “ไปฮ่วมพิธีโตยเขาบ่อจบสักกำ ฝั่งหลบออกมาเหียก่อนหนะ” ส.อบต.ว่า “กะมันเมินดุ๊ บึดลุกบึดนั่งบ่อแล้วสักเตื่อ อู้แหมเป๋นเมินเป๋นนาน หลบออกมาเข้าห้องน้ำเหียก่อนหน่อ” แล้วก็พากันหัวเราะ สนทนากันหลากหลายอย่างเกี่ยวกับคนที่ตาย ประเพณีของชาวคริสต์เกี่ยวกับคนตาย

ขณะนั้นฝ่ายเจ้าภาพได้ยก “ขนมอั่วใส้” และ ข้าวโพดต้ม มาให้กินรองท้อง บอกว่า “กิ๋นฮองต๊องกั๋นไปก่อนหนา แถมบึดแล้วพิธีแล้วเขาจะเลี้ยงลาดหน้า” ในช่วงนั้นได้มีกลุ่มเด็กหญิงอายุประมาณ ๘-๑๒ ขวบ นำน้ำอัดลมมาตั้งวงกินกัน ในโบสถ์ก็บรรยายเป็นภาษาเหนือเกี่ยวกับเรื่องของพ่อสอนลูกด้วยเสียงดังว่า “ไอ้น๊องบ่อต้องกลั๋วต๋าย มีป่ออยู่ตึงคน” จังหวะนั้นมีลูกของผู้ตายที่มาให้ผมเขียนป้ายแอบมาถ่ายภาพเด็กกลุ่มนั้นพอดี เด็กคนหนึ่งตกใจแสงแฟรชจึงอุทานด้วยเสียงดัง ๆ ว่า “ไอ้ปันต๋าย มาลักถ่ายฮูปกั๋น” ผมอยู่ใกล้ ๆ จึงหัวเราะด้วยเสียงดังเต็มที่ อะ อะ อะ และพูดว่า “ผ่อหละอ่อนหมู่นี่ดู้ ปากั๋นด่าคนถ่ายฮูปหนะ” คนนั่งข้าง ๆ ผมก็พากันหัวเราะเป็นที่สนุกสนาน

สักพักน้องของเพื่อนคนถ่ายภาพก็มาชวนผมเข้าไปในโบสถ์ ในโบสถ์จัดพิธีอย่างเรียบง่ายสวยงามลงตัว ด้านบนมีรูปสัญลักษณ์ของไม้กางเขนซึ่งอันไม่ใหญ่นักพร้อมด้วยเทียนที่ส่องแสงหนึ่งเล่มตั้งอยู่ ด้านหลังเป็นม่านสีน้ำตาลเข้ม ถัดมาเป็นที่นั่งหรือเก้าอี้ยาว ๆ ต่อด้วย สแตนด์สองตัว ซ้ายขวา สำหรับผู้ทำพิธีสองท่านยืนนำทำพิธี ต่อด้วยโลงศพและพวงหรีดตั้งวางอยู่ด้านขวามือของผู้มาร่วมพิธี ผมก็ไปนั่งฟังเขาพูดในโบสถ์เขามีเอกสารแจกให้หนึ่งแผ่น หน้าหลังมีเนื้อหาที่บ่งบอกถึงพระเจ้า คำสอนนิดหน่อยและเนื้อเพลงที่ชาวคริสต์เขาใช้ร้องกัน ในตอนที่ยืนขึ้น การเล่นเปียโนเข้ากับการร้องประสานเสียง แบบบรรยากาศสด ๆ ซึ่งผมฟังแล้วก็ให้รู้สึกว่าไพเราะมาก

จากนั้นก็จะมีการเทศน์ของ ครูศาสนาท่านหนึ่ง ที่มาจากบ้านปางงุ้น เขตต.น้ำพี้ เสร็จแล้วก็จะเป็นคำขอบคุณของ อาจารย์ประจำที่ดูแลโฮงสูตรที่นี่ ต่อท้ายด้วยการร้องเพลง แล้วก็คำขอบคุณของตัวแทนญาติผู้ตาย ก็เป็นอันเสร็จกิจกรรม สิ่งที่ครูศาสนาที่นี่พูดบ่อย ๆ ก็คือ คำว่า “ขอบคุณ” “ขอบคุณพระเจ้า” “ขอบคุณน้องครูศาสนาที่มาสอน” “ขอบคุณชาวคริสต์ทุกท่าน” “ขอบคุณญาติ ๆ ที่มาจากต่างจังหวัด” “ขอบคุณผู้ทำอาหารเลี้ยงแขก” “ขอบคุณผู้มาร่วมงาน” "ขอบคณ...ฯลฯ..."

หลังจากออกมาจากโบสถ์แล้วผมก็มานั่งกับกลุ่มที่โต๊ะเดิมเพื่อรับประทานราดหน้า เจ้าภาพจะมีกาแฟและขนมมาเสิร์ฟหลังอาหารเท่ากับจำนวนคนด้วย  ก่อนกินราดหน้าพี่หนานเกียรติซึ่งออกมาจากโบสถ์ทีหลังผมมานั่งที่เก้าอี้หน้าถ้วยราดหน้าก็พูดขึ้นว่า “ต้องขอขอบคุณพระเจ๊า ตี่เปิ่นประทานลาดหน้ามาหื้อในเวลาตี่ต้องก๋าร บะเด่วนี่” ผมก็เสริมว่า “ต้องขอขอบคุณแม่ครัวตี่จ่วยหื้อประหยัดกับข้าวบ้านเมียไปแหมหนึ่งมื้อ” ทำให้หลาย ๆ คนพากันหัวเราะชอบอกชอบใจ

เมื่อกล่าวถึงคำว่า “ขอบคุณ” หลายครั้งเข้า จิตก็ให้คิดย้อนไปถึงคำสอนของท่าน ว.วชิรเมธีที่ได้เคยอ่านมานานแล้วว่า


ขอบคุณความไม่มี ที่ทำให้รู้วิธีลุกขึ้นสู้
ขอบคุณความยากจน ที่ทำให้เป็นคนมุมานะ
ขอบคุณความล้มเหลว ที่ทำให้เกิดความเชี่ยวชาญ
ขอบคุณความผิดพลาด ที่ทำให้ฉลาดยิ่งกว่าเดิม
ขอบคุณความริษยา ที่ทำให้กล้าสร้างสรรค์สิ่งใหม่
ขอบคุณคำวิพากษ์วิจารณ์ ที่ทำให้ผลิบานอย่างไร้ข้อตำหนิ
ขอบคุณความไม่รู้ ที่ทำให้รู้จักครูชื่อประสบการณ์
ขอบคุณความผิดหวัง ที่ทำให้ตั้งสติเพื่อลุกขึ้นมาใหม่
ขอบคุณศัตรูที่แกร่งกล้า ที่ทำให้รู้ว่าเรายังไม่ใช่มืออาชีพ
ขอบคุณมหกรรมคอรัปชั่น ที่ทำให้เราอยากสร้างสรรค์การเมืองใหม่
ขอบคุณความป่วยไข้ ที่ทำให้เราตั้งใจดูแลสุขภาพ
ขอบคุณความทุกข์ ที่ทำให้รู้ว่าความสุขมีค่าแค่ไหน
ขอบคุณความพลัดพราก ที่ทำให้เราสละจากความยึดติดถือมั่น
ขอบคุณเพลิงกิเลส ที่ทำให้เรามีเหตุอยากถึงพระนิพพาน และ...
ขอบคุณความตาย ที่ทำให้ฉากสุดท้ายของชีวิตสมบูรณ์แบบ


สิ่งที่ได้จากงานนี้ คือ ได้รู้ได้เห็นสิ่งใหม่ ๆ ที่ไม่เคยรู้ไม่เคยเห็นมาก่อน ได้เห็นความประหยัด ความไม่มีอบายมุข การพนัน เหล้าเบียร์ในงานบุญ ความเรียบง่าย ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ของชาวพุทธและคริสต์ ที่ช่วยเหลือเอื้ออาทรต่อกันในยามยาก  แม้จะต่างลัทธิศาสนากัน แม้ตัวผมเองยังไม่เคยรู้ด้วยซ้ำว่าเพื่อนที่เราเคยคบหารักใคร่กันมาเมื่อครั้งยังเป็นหนุ่มน้อยนั้น นับถือศาสนาคริสต์...แย่มาก ๆ เลย

 

 

หมายเหตุ   เดิมทีตั้งใจไว้ว่าจะเขียนเป็นอนุทิน แต่เห็นว่าเนื้อหายาวมากก็เลยต้องเปลี่ยนที่บันทึก เผื่อจะได้อ่านพร้อมกันได้หลาย ๆ ท่าน

 

 

 

 

ขอบคุณโกทูโนว์ที่ให้พื้นที่บันทึก

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน My Village



ความเห็น (5)

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณครับ

เขียนเมื่อ 

 

       “หนานมาเพะ ๆ มานั่งหนี้ เป๋นหมู่กั๋น” .... เก่งมากๆๆ ที่เขียนภาษาได้ดี นะคะ .... เขียนภาษาเป็นภาษาพูด นั้น แสดงฝีมือของผู้เขียน ... ขอคารวะจริงๆค่ะ  "พี่หนาน" .... และยังสื่อสารการอนุรักษ์ ภาษาเหนือด้วย ดีจริงๆค่ะ

      P'Ple .... เขียนผิดประจำๆๆ เลยค่ะ ... ขอบคุณพี่หนาน นะคะ... ช่วยมาตลอดเลย นะคะ

 

       

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณจ๊าดนักเจ้า้ 
มะเดวนี บ่ะค่อยได้หัน คำเมือง เจ้า
มาอยู่ภาคกลางเหียเมิน ได้หัน คำเมืองจากหนาน แล้วฮื้อกิ๊ดเติงเจียงใหม่ เจ้า

ถ้ามีเวลา ว่าจะไปเอี่ยวแหมเตื้อ ประมาณ ลูกช้าง ปิ๊กบ้าน ^____^

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณกำลังใจจากหลาย ๆ ท่านที่มอบให้มากครับ

 nobita
 Dr. Ple
 พ.แจ่มจำรัส
 ดร.จูล
 GD
เขียนเมื่อ 
  • ขอบคุณดอกไม้สวย ๆ จากคุณ nobita มากครับ
  • ขอบคุณคุณพี่เปิ้ล ที่ให้กำลังใจและให้คำชมพร้อมกับชี้แนะข้อคิดดี ๆ ให้ผมตลอดมา
  • ขอบคุณ ดร.จูล ที่ให้เกียรติร่วมแสดงความคิดเห็นมากครับ