ในห้วงช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้มีโอกาสข้ามไปยังฝั่งลาว โดยได้รับคำเชิญจากท่านท้าวสุรชัย ซึ่งมีตำแหน่งเป็นที่ปรึกษาของสหกรณ์การเกษตรของเมืองปากซ่อง ซึ่งเป็นเมืองหนึ่งของแขวงจำปาสัก (ในอนาคตจะพัฒนาเป็นนครจำปาสักรองจากนครเวียงจันและนครหลวงพระบาง) ได้ให้โอกาสเข้าไปดูลักษณะงานด้านเกษตรที่ถือว่ามีศักยภาพค่อนข้างมากในด้านการปลูกพืชเมืองหนาว โดยเฉพาะพืชกาแฟและกะหล่ำปลี แต่ปัญหาของเกษตรกรรมที่นี่ ลึกๆ แล้วก็จะดูคล้ายๆฝั่งบ้านเราอยู่เหมือนกันคืออิทธิพลของการใช้สารเคมีที่เป็นพิษยังคงมีอยู่มาก และกะหล่ำปลีนั้นจะถูกส่งออกไปขายยังต่างประเทศ และประเทศที่ซื้อมากที่สุดคือประเทศไทยของเรานั่นเอง
การพัฒนาของประเทศลาว ที่ตื่นตัวและรองรับการรวมตัวกันเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC : Asean Economics Community)จึงมีนโยบายผลักดันให้ระบบการเกษตรของประเทศลาวทั้งหมดนั้น หันไปในแนวทางเกษตรอินทรีย์เกษตรปลอดสารพิษ เป็นส่วนใหญ่ ปัญหาจึงอยู่ที่ตัวเกษตรกรที่ยังคงเคยชินกับการทำเกษตรแบบที่สะดวกสบายคือใช้สารเคมีที่เป็นพิษและมีวางขายอยู่มากมายในเมือง ปากซ่อง (ดูๆ แล้วก็คล้ายๆกับเกษตรกรในบ้านเราอยู่เหมือนกันนะครับ) แต่ข้อแตกต่างหลังจากที่รัฐบาลของ สปป. ลาวได้สั่งการลงมานั้นทำให้ประชาชนของเขาตื่นตัวและปฏิบัติตามอย่างฉับพลัน เพราะประเทศของเขานั่นค่อนข้างที่จะเคารพกฎหมายและปฏิบัติตามกฎหมายกันอย่างเคร่งครัด จึงทำให้เราได้ข่าวเกี่ยวกับลาวที่มุ่งเน้นส่งเสริมให้ประเทศของตนเองนั่นมุ่งสู่ประเทศเกษตรกรรมในรูปแบบปลอดสารพิษและมุ่งสู่อินทรีย์กันมาอยู่ตลอดเวลา นอกจากข่าวล่าสุดที่เราได้ยินมาไม่นานนี้คือ ประเทศลาวคือ “แบตเตอร์รี่แห่งเอเชีย”
การได้ไปสัมมนาพูดคุยกันในครั้งนี้ ทางฝั่งลาวต้องการคัดเลือกบริษัทต่างๆ ที่มีศักยภาพด้านการดูแลจัดการปัจจัยการเกษตรในรูปแบบที่ปลอดภัยไร้สารพิษ และสามารถช่วยเหลือเกษตรกรของลาวให้มีศักยภาพที่จะสามารถทำเกษตรกรรมในรูปแบบปลอดสารพิษผลิตพืชผลทางการเกษตรที่ปลอดภัยออกมาป้อนผู้บริโภคทั่วโลก โดยที่มีรูปแบบในลักษณะที่พึ่งพิงอิงอาศัยซึ่งกันและกันไม่ได้มุ่งหวังแต่จะเข้าไปกอบโกยแต่ผลประโยชน์กลับมาแต่เพียงอย่างเดียว หน่วยงานหรือบริษัทใดๆที่ต้องการเข้าไปสัมผัสหรือต้องการขยายตลาดในแขวงจำปาสัก ซึ่งมีเมืองหลวงอยู่ที่ปากเซ ก็สามารถที่จะลองเข้าไปดูก็ได้นะครับโดยเฉพาะพืชกาแฟ พืชผักเมืองหนาว และที่ยังไม่เห็นเลยก็คือไม้ดอกเมืองหนาวก็น่าสนใจอยู่ไม่น้อยเช่นกันครับ พวกกุหลาบ ทิวลิป ดาวเรือง คาเนชั่น ฯลฯ
หรือในแขวงอื่นๆของลาวพืชเศรษฐกิจในบ้านเราเช่น ยางพารา ปาล์ม ข้าว ก็มีอยู่ไม่น้อยนะครับ หน่วยงานตรงนี้จะเป็นประตูมุ่งไปสู่อีก 17 แขวงของลาวทั้งประเทศ โดยทุกสหกรณ์จะมีงบประมาณสนับสนุนโดยตรงหลายพันล้านบาทอยู่ครับ
มนตรี บุญจรัส
ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ www.thaigreenagro.com