การขับเคลื่อน ปศพพ. สู่สถานศึกษา: อีสานตอนบน_44 : เวที ผอ.+ รองวิชาการ ลลปรร. "ปศศพ. ไม่ใช่งานเพิ่ม"

อ.ต๋อย
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

วันที่ 17-18 กรกฎาคม 2556  ทีมขับเคลื่อน ปศพพ. อีสานตอนบน จัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (ลปรร.) การขับเคลื่อน ปศพพ.พศ. (ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อการศึกษา) กลุ่มเป้าหมายคือ ผู้อำนวยการโรงเรียนและรองผอ.ฝ่ายวิชาการของโรงเรียนทั่วอีสานที่อยู่ในโครงการขับเคลื่อนฯ ของมูลนิธิสยามกัมมาจล จำนวน 46 โรงเรียน (จากทั้งหมด 54 โรงเรียน)

เป้าหมายสำคัญของทีมขับเคลื่อนฯ ของการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ครั้งนี้ 3 ประการ ได้แก่

  • เพื่อให้ทุกโรงเรียนได้ "ถอดบทเรียนตนเอง"
  • เพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ขับเคลื่อนของผู้บริหาร
  • เพื่อให้ผู้บริหารทุกโรงเรียน รู้ Concept ที่มักเข้าใจผิด และตระหนักว่า "ปศพพ.พศ. ไม่ใช่ภาระเพิ่ม"

เวทีนี้เราได้รับเกียรติจาก ผศ.ดร.พชรวิทย์ จันทร์ศิริสิร ผู้อำนวยการสำนักศึกษาทั่วไป มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มาเป็นประธานเปิดงาน ท่านเล่าเรื่อง "5 บาป การศึกษาไทย" ที่ท่านได้ฟังมาจาก ศ.ดร.ไพฑูรย์ ศิลารัตน์ ผมนำเรื่องนี้มาเขียนตีความที่นี่ครับ 

ผมเริ่มด้วยการ "เล่าเรื่อง" ประสบการณ์ขับเคลื่อนของตนเอง ก่อนจะอธิบายภาพรวมกิจกรรมทั้งหมดต่อไป ดังนี้ครับ


การขับเคลื่อน ปศพพ. ในเขตพื้นที่ภาคกลางและกรุงเทพมหานครฯ พบว่า มโนทัศน์ที่คลาดเคลื่อนเกี่ยวกับ ปศพพ.พศ. คือ

  • การจัดการเรียนรู้บูรณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ถือว่าเป็นภาระงานของครูกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา เนื่องจากเป็นเนื้อหาส่วนหนึ่งของสาระเศรษฐศาสตร์
  • ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงคือการประหยัดอดออมและเกษตรทฤษฎีใหม่

ผมเสนอในที่ประชุมว่า โรงเรียนในโครงการฯ ในพื้นที่ของเรา ไม่มีปัญหาในมโนทัศน์ 2 ข้อนี้ อย่างไรก็ตาม ก็มีข้อสังเกตเป็นมโนทัศน์ที่คลาดเคลื่อน ดังนี้

  •  การมองว่างานขับเคลื่อน ปศพพ. เป็นงานเพิ่มเติมจากงานหลัก เช่น คิดว่าเป็นงานที่ ผอ.รับมา เป็นงานตามนโยบายเพิ่มเติมของนักการเมือง  หรือบางท่านเป็นมุมมองที่ดีว่า เป็นโครงการเพื่อในหลวง ทำเพื่อเทิดพระเกียรติ ....  ความจริงแล้วในหลวงทำเพื่อเรา.....  ท่านพระราชทานหลักปศศพ. ที่เป็น "หลักคิด" เพื่อให้เรา (ในทีนี้คือเด็กๆ) "คิดเป็น" ปศพพ.ที่เป็น "หลักปฏิบัติ" เพื่อให้เด็ก "ทำเป็น แก้ปัญหาเป็น"  ปศพพ.ที่มีเงื่อนไขคุณธรรม เพื่อให้เด็กเป็นคนดี คนมีความสุข เหล่านี้ก็คือ เป้าหมายของหลักสูตรแกนกลาง ที่เป็นหน้าที่หลักของครู ..... เห็นไหมครับว่าไม่ใช่งานเพิ่ม 
  • อีกประเด็นสำคัญ คือ ผมรู้สึกว่าหลายคนยังมีความเห็นว่า สามารถ "จัดเตรียม" หรือ "เตรียมเด็ก" เพื่อรอรับการประเมินฯ ได้ภายในระยะเวลาอันสั้น....แต่ความจริง ค่า "อุปนิสัย" ในคำว่า "อุปนิสัยพอเพียง" ที่เป็นเป้าหมายสำคัญที่อยากให้เกิดเห็นในตัวเด็กนั้น แสดงชัดว่า เป็นสิ่งที่ต้องบ่มเพาะ ปลูกฝังเป็นระยะเวลานาน
  • มีข้อสังเกตว่า หากแบ่งระดับความสำเร็จออกเป็น 3 ระดับ คือ 
    • ขั้นการจัดการเรียนการสอนในห้องเรียนซึ่งปกติจะ "เน้นเนื้อหา" การขับเคลื่อนจึงต้องใช้วิธีการ "สอดแทรก" เข้าไปในกิจกรรมการจัดการเรียนรู้  ซึ่งจะทำให้นักเรียนรู้และเข้าใจในหลัก ปศพพ. เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
    • ขั้น "กิจกรรม" หมายถึง การจัดกิจกรรมเสริมการเรียนรู้ในโรงเรียนทุกๆ กิจกรรม เช่น กิจกรรมชุมนุม โฮมรูม ชมรม ลูกเสือ-เนตรนารี ฐานการเรียนรู้ การจัดทำแหล่งเรียนรู้ ฯลฯ สิ่งสำคัญไม่ใช่ "เนื้อหา" และทั้งยังไม่ใช่เพียง "ทักษะการทำงาน" หรือ "ทักษะชีวิต" เท่านั้น แต่เป็นการ ฝึกกระบวนการเรียนรู้ ให้เกิด "ทักษะการเรียนรู้" เรียนรู้วิธีการเรียนรู้ ได้ด้วยตนเอง  หากได้เพียงเนื้อหาหรือทักษะเฉพาะด้าน ก็เรียกว่าไม่ผ่าน "ขั้นกิจกรรม" ครับ
    • ขั้นนำไปปฏิบัติกับตนเองในชีวิตจริง ขั้นนี้จุดสร้าง "อุปนิสัย" เพราะต้องฝึก "นิสัยพอเพียง"  เช่น คิดเป็นเหตุเป็นผลเป็นนิสัย คิดวางแผนเป็นนิสัย คิดรอบคอบเป็นนิสัย ทำอย่างระวัง และรอบคอบ ตรวจสอบประเมินตน ฝึกฝน พัฒนา เรียนรู้อยู่เสมอ ฯลฯ 
  • ผมเรียนที่ประชุมว่า จากการลงพื้นที่ไปหลายโรงเรียน สิ่งที่พบมากคือ "กำแพง" กำแพงระหว่าง "กิจกรรมการเรียนการสอนในห้องเรียน" กับ "กิจกรรมเสริมในโรงเรียน" กับ "การดำเนินชีวิตจริง" อ่านเรื่องนี้ที่นี่  
  • สุดท้าย "ทักษะในศตวรรษที่ 21" คือก้าวสำคัญที่เรากำลังจะเดินไป โดยน้อมใจนำ ปศพพ. มาใช้ในการขับเคลื่อนฯ



ภาพรวมของการ ลปรร. คือ "ถอดบทเรียน รูปแบบการขับเคลื่อน ปศพพ. ในโรงเรียน และแลกเปลี่ยนแบ่งปัน ฉันกัลยาณมิตร"

 
พิธีเปิดวันนี้ ได้รับเกียรติจาก ผศ.ดร.พชรวิทย์ จันทร์ศิริสิร ท่านเล่าเรื่อง 5 บาปทางการศึกษา ผมเขียนบันทึกเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้ที่นี่ครับ 
 
 
 
 
 
 
 
ถอดบทเรียนตนเอง "รูปแบบการขับเคลื่อน ปศพพ.ในโรงเรียน"
 
กระบวนการที่ออกแบบไว้ จำเป็นต้องให้ แต่ละโรงเรียนได้เตรียม กระดาษคลิปชาร์ทนำเสนอ "รูปแบบการขับเคลื่อน ปศพพ." ของตนเองมา ..... นี่เป็นครั้งแรกที่ใช้วิธีนี้ ผมคิดว่า วิธีนี้อาจจะใช้ได้เฉพาะกับโรงเรียนพอเพียง ที่คนส่วนใหญ่พอเพียง "รับผิดชอบสูง"  การมอบหมายงานล่วงหน้า ก่อนเดินทางมา "อบรม" แบบนี้ หากไม่พอเพียงจะรู้สึกว่า "เพิ่มงาน" ทันที .... แต่วันนี้แทบจะไม่มีแบบนั้นเลยครับ 
  • เมื่อแต่ละท่านลงทะเบียนเสร็จ เราจะเชิญให้นำ "คลิปชาร์ท รูปแบบการขับเคลื่อน" ของโรงเรียน ไปติดตามผนัง "ข้างฝา" โดยให้เดินหาป้ายชื่อโรงเรียนของตน ....จากจำนวน 54 ป้ายโรงเรียน เหมือนดูจะหายาก แต่ความจริงไม่เลยครับ เราแยกประถมศึกษาและขยายโอกาสไว้ "ข้างฝา" ด้านหนึ่ง ส่วนมัธยมศึกษาอยู่ "ข้างฝา" อีกด้าน
  • เทคนิคคือ แบ่งกลุ่มโรงเรียนออกเป็น 4 กลุ่ม กลุ่มที่ 1, 2 เป็นระดับประถมฯ กลุ่มที่ 3, 4 เป็นระดับมัธยมฯ  แบ่งการแลกเปลี่ยนออกเป็น 3 ช่วงเวลา 2 ขยักคือ "คุยคู่" กับ "คุยอิสระ" ดังนี้ 
    • ช่วยแรกคือ "คุยคู่" ในที่นี้หมายถึง คู่โรงเรียน ให้โรงเรียนที่คลิปชาร์ทถัดกันจับคู่กัน ช่วงแรก (ประมาณ 15 นาที) ให้กลุ่มที่ 1 และ 3 เป็นผู้ยืนประจำคลิปชาร์ทของตน นำเสนอรูปแบบการขับเคลื่อนของตนให้คู่จากกลุ่มที่ 3, 4 ฟัง 
    • ช่วงที่ 2 (ประมาณ 15 นาที) สลับให้กลุ่มที่ 3, 4, เป็นผู้นำเสนอรูปแบบการขับเคลื่อนฯ ให้กลุ่ม 1,2 ฟังบ้าง 
    • ช่วงสุดท้าย (ประมาณ 30 นาที) เปิดฟรีอิสระ ให้สามารถเดิน Shopping ความรู้จากโรงเรียนที่่อยากดูอยากเห็น กันอย่างอิสระ 

กิจกรรมแลกเปลี่ยนแบบนี้ ไม่ควรประกาศตายตัว "ติดรูปแบบ ติดเวลา" ว่า "...หมดเวลาแล้วครับ ..." หรืออะไรแบบนั้น เพราะความจริง การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ได้เกิดขึ้นตั้งแต่กำลังติดคลิปชาร์ทโน่นแล้ว....

 
 

 

 
 
 
 ดูรูปทั้งหมดที่นี่ครับ 
 
(ต่อบันทึกต่อไปครับ)

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน วิถีแห่งความพอเพียง



ความเห็น (0)