การจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ หรือ ภาษาต่างๆ ยังต้องมีกิจกรรมการท่องศัพท์เสมอ  ครูอ้อยเป็นครูแล้ว  ยังต้องท่องคำศัพท์เสมอในแต่ละวัน  แต่สำหรับครูอ้อยจะเป็นการท่องแบบทบทวน  เพื่อไม่ให้เกิดการสับสนหรือความผิดพลาด

 

นักเรียนมักจะไม่ชอบการท่องคำศัพท์  อาจจะเนื่องมาจากการที่นักเรียนไม่ชอบการอยู่นิ่ง  นักเรียนมักจะชอบกิจกรรมการใช้กำลังกาย  การพูดจาอย่างไม่มีความหมาย หรือไม่มีประโยชน์เสียมากกว่า

 

ดังนั้น  นักเรียนที่มักจะชอบมาท่องคำศัพท์มักจะเป็นนักเรียนหญิง  และมักจะไม่กล้ามาหาครู  ทำไมเป็นอย่างนั้น  นักเรียนบางคนให้พ่อแม่ผู้ปกครองนำพามาหาเพื่อท่องคำศัพท์  พ่อแม่มาหาแล้วก็นำพาประโยคต่างๆที่ปัดความรับผิดชอบคือ  ครูไม่ค่อยให้นักเรียนท่องคำศัพท์

 

เมื่อนึกถึงครั้งที่ยังเด็ก  เมื่อครูสั่งให้ท่องคำศัพท์  เป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของนักเรียนทีเดียว  ที่จะต้องไปหาครู  ไปท่องคำศัพท์กับครู  ที่จะท่องกันในห้องเรียนนั้น  คงไม่ได้  เพราะครูต้องสอนนักเรียน

 

ครูอ้อยเมื่อยังเป็นเด็ก  ไปท่องคำศัพท์ที่ห้องพักครูในยามกลางวันเสมอ  บางวันก็ได้ท่อง  บางวันก็ไม่ได้ท่อง  เพราะนักเรียนจำนวนมาก  ต้องต่อแถวยาวมากกว่าจะได้ท่อง

 

แต่นักเรียนสมัยนี้  ไม่เคยมีมาเข้าแถวยาวเลย

 

 

นักเรียนมีความห่างเหินกับครูมาก  ไม่ค่อยมาหาครู  เลยไม่รู้วิชา  ธรรมชาติของนักเรียนสมัยนี้ที่มาโรงเรียน  คือ  การมาได้เล่น  เล่นอย่างเดียวกับกิจกรรมที่ครูจัดการให้  เรียนไป  รู้ไปอย่างไม่มีความหมาย

 

นักเรียนส่วนใหญ่  ไม่คิด  พูดแบบไม่คิด  และทำแบบไม่คิด

 

นักเรียนส่วนใหญ่  ไม่รู้จักการใช้เวลาให้เกิดประโยชน์

 

มีจำนวนน้อยนักที่จะมาหา  มาใช้เวลาให้เกิดประโยชน์  ใครล่ะที่จะผลักดัน  ใช่พ่อแม่ไหม

 

บอกกับบุตรหลานกับตัวเองหรือไม่ว่า  มาท่องศัพท์กับครูบ้าง  ครูอ้อยรออยู่ตั้งแต่ ตีห้าครึ่ง ถึง  เจ็ดโมงครึ่งที่จะท่องศัพท์