โดย ปัฐมานันท์ แสงพลอยเจริญ
การนำเข้าและใช้สินค้าของต่างประเทศ
วินทร์ได้เสียดสีการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ ประเภทสินค้าแบรนด์เนมและร้านจากต่างประเทศ ทำให้คนในอนาคตไม่รู้จักสินค้าของไทย และอาจคิดได้ว่าสินค้าที่เรานำเข้าจากต่างประเทศนั้นคือเครื่องใช้แบบไทยแท้ ดังนี้
นักโบราณคดีและนักประวัติศาสตร์สันนิษฐานว่าคนโบราณนิยมสลักชื่อของตัวเองลงบนเครื่องใช้ของตน เนื่องจากเครื่องใช้โบราณเหล่านั้นส่วนใหญ่มีชื่อเจ้าของติดอยู่ เช่น คาลวิน ไคลน์, อลิซาเบธ อาร์เด็น, เอสเต ลอเดอร์, ไนกี้, รีบอกซ์, โซนี, ยามาฮ่า, ฮิตาชิ ฯลฯ เครื่องใช้โบราณเหล่านั้นได้รับการขุดค้นครั้งใหญ่เมื่อปี 3810 จัดเป็นวัตถุที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์อย่างสูงที่หลงรอดมาจากน้ำท่วมโลก
ภาพถ่ายสามมิติเก่าของร้านค้าเมืองไทยยุคแรก เช่น ร้านเยาฮัน อิเซตัน ไดมารู แฮร์รอด เซนต์ไมเคิล ฯลฯ หลายร้านในนี้ยังคงมีอยู่จนถึงปัจจุบัน
จากตัวอย่างจะเห็นได้ว่านักโบราณคดีในอนาคตนั้นตีความผิดไปจากความเป็นจริง เพราะแท้จริงแล้วชื่อที่สลักนั้นคือชื่อยี่ห้อสินค้ามิใช่ชื่อของผู้ใช้ ซึ่งการที่วินทร์ใช้กลวิธีเสียดสีผู้ใช้สินค้าแบรนด์เนมเช่นนี้เพื่อให้กลุ่มคนเหล่านั้นหันกลับมานิยมของไทยกันบ้าง เพราะหากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไปลูกหลานไทยก็จะเข้าใจผิด และภาพถ่ายสามมิติของร้านค้าเมืองไทยในยุคแรกที่เป็นของต่างชาติและหลายร้านยังคงเปิดขายอยู่ในอนาคตนั้น บ่งบอกว่าประเทศไทยในอนาคตจะถูกยึดครองจากร้านค้าของต่างชาติ และเป็นที่น่าเสียดายว่าไม่มีร้านค้าไหนเป็นของคนไทยเลย
การเปลี่ยนแปลงวิธีการแต่งคำประพันธ์
วินทร์กล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงวิธีการแต่งคำประพันธ์ที่ไม่เป็นไปตามขนบดั้งเดิม กลอนที่ได้รับการยอมรับกลับกลายเป็นกลอนเปล่า ดังที่วินทร์ได้กล่าวถึงบทกลอนของกวีในยุครัตนโกสินทร์ท่านหนึ่งไว้ดังนี้
เข้าชมพระราชวังและวัดพระแก้วที่มีหิมะเกาะหลังคาตลอดปี สวยงามมาก อุณหภูมิลบ 20 องศาเซลเซียส กวีรัตนโกสินทร์ยุคปลายท่านหนึ่งบรรยายวัดแห่งนี้ในปี 3760 ดังนี้
“น้ำแข็งบนยอดจั่ว
เยือกเย็นชั่วนาตาปี
เชิงชายซ่อนชายใต้หิมะขาว
กรุงเทพแห่งชาวเทพแดนสวรรค์…”
เมื่อพิจารณาถึงฉันทลักษณ์ของกลอนบทดังกล่าว เราจะทราบว่ากลอนบทนี้มีลักษณะคล้ายกับกลอนเปล่าที่เด็กวัยรุ่นนิยมแต่งกัน ก็ทำให้เป็นที่น่าเสียดายว่าหากคนไทยละทิ้งสมบัติทางภาษาของไทย คือ ขนบทางกาพย์ กลอน ฉันท์ ฯลฯ ไปแล้ว ต่อไปในอนาคตลูกหลานไทยจะรู้จักฉันทลักษณ์ที่ถูกต้องได้อย่างไร ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของคนในปัจจุบันที่ควรอนุรักษ์เอกลักษณ์ไทยในจุดนี้เอาไว้บ้างเพราะนับวันก็ยิ่งหาคนสนใจน้อยลงไปทุกที
แม้ว่าวัฒนธรรมที่ดีงามหลายอย่างของไทยจะเลือนหายไป แต่เมื่อพิจารณาจากเรื่องสั้น แล้วเราจะพบว่าสิ่งที่ยังเป็นปัญหาของคนไทยในปัจจุบันก็ยังคงอยู่ เช่น แหล่งเที่ยวกลางคืน อาชีพขายพวงมาลัย แท็กซี่ข่มขู่ผู้โดยสาร การขายพระเครื่องและเครื่องรางของขลัง หรือผลงานที่เกิดจากความมักง่ายก็มีอยู่ ดังนี้
ชีวิตราตรีที่กรุงเทพฯยังเข้มข้นแม้อากาศจะหนาวมาก ขอแนะนำบรรยากาศของบาร์ริมถนนพัฒน์พงศ์ เหล้าดี อาหารดี หุ่นยนต์สวย ราคาไม่แพง มีการเต้นอโกโก้โดยหุ่นยนต์
...ไม่เป็นการปลอดภัยที่จะนั่งแท็กซี่ลอยฟ้าป้ายดำ เนื่องจากมีการแย่งและข่มขู่ผู้โดยสารอยู่เนือง ๆ
…สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาที่นี่เป็นครั้งแรก อย่าแปลกใจที่ท่านจะพบเห็นเด็กขายพวงมาลัยตามสี่แยกในเมืองหลวงแห่งนี้
จากโรงแรมมีรถลอยฟ้าพาท่านไปชมพระธาตุดอยสุเทพภายใตหลังคาโดมแก้วยักษ์ ภายในปรับอากาศสบาย ด้านหลังโดมมีศูนย์พระเครื่องที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีพระเครื่อง ผ้ายันต์ ตะกรุด ปลัดขิก นานาชนิดจำหน่ายกว่าสองล้านชิ้นในแต่ละวัน ส่วนใหญ่ทำด้วยพลาสติกสังเคราะห์ที่ดูเหมือนดินมาก แต่คงทนกว่าห้าพันเท่า พระเครื่องรุ่นที่แพงที่สุดได้แก่รุ่น ไอ เลิฟ ยู ธุรกิจพระเครื่องเป็นกิจการนานาชาติที่ทำเงินเข้าประเทศมากมายในแต่ละปี
...พนมรุ้งเป็นทั้งศูนย์ประวัติศาสตร์และศูนย์การค้าที่ใหญ่ที่สุด นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดซื้อของที่ระลึกต่าง ๆ มีรูปปั้นพลาสติกจำลองงานประติมากรรมที่มีชื่อเสียงต่าง ๆ ของไทย เช่น นารายณ์บรรทมสินธุ์ สถูปเจดีย์ในขนาดย่อส่วน ไปถึงพระเครื่องนานาชนิด
บ่ายชมผลงานศิลปะบนกำแพงของคนโบราณเมื่อสองพันปีก่อน วาดโดยศิลปินนิรนาม ภาพส่วนใหญ่เป็นแบบนามธรรม วาดด้วยสีพ่นแบบสเปรย์กระป๋องลวงลายต่าง ๆ หลากสีสวยงามมาก ทางรัฐบาลได้เก็บรักษาอย่างดีเพราะเป็นงานเก่าแก่ที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ คำจารึกบางคำเช่น “อ.น.ศ. พ่อมึงเอง”, “ย.ม.”, “ม.ค.ป.ด.” ฯลฯ ยังเป็นที่ศึกษาของนักโบราณคดีและนักภาษาศาสตร์
จากตัวอย่างดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าประเทศไทยในอนาคตไม่ได้พัฒนาขึ้นไปมากกว่าเดิมเลย เพราะสิ่งที่เป็นปัญหายังคงอยู่ ซ้ำร้ายผลงานที่เกิดจากความมักง่ายกลับถูกยกย่องจากนักโบราณคดีและนักภาษาศาสตร์ หรือประเทศไทยกลายเป็นแหล่งของความงมงายที่ใหญ่ที่สุดในโลก ความศรัทธาพุทธศาสนาหายไปจนหมดสิ้นด้วยอำนาจเงินและธุรกิจ ทำให้ผู้อ่านรู้สึกสะเทือนใจว่าในขณะที่วัฒนธรรมที่ดีงามสูญหายไปหมด สิ่งที่ไม่ดีกลับดำรงอยู่ได้ เมื่อเป็นเช่นนี้อนาคตของประเทศไทยจะเหลืออะไร
การทอดทิ้งสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์
สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ถูกคนทอดทิ้งเช่นกัน ดังที่วินทร์ได้กล่าวถึงการบูรณะปราสาทหินพนมรุ้งครั้งใหญ่เมื่อสองร้อยปีก่อนปี 4001 ดังนี้
พนมรุ้งมหาเทวาลัยในโดมแก้วปรับอากาศ ปราสาทหินแห่งนี้เลื่องชื่อมานานกว่ายี่สิบศตวรรษ โดมพนมรุ้งมีเอกลักษณ์แบบไทย ๆ ที่หาชมได้ยาก เดิมทีในยุคแรกนั้นที่นี่เป็นปราสาทร้างกลางแจ้งซึ่งจมดินมานานถึงสองร้อยปี หลังจากที่นักโบราณคดีค้นพบมันอีกครั้ง ทางราชการก็มีมติให้ทำการบูรณะเพื่อเป็นอุทยานแห่งประวัติศาสตร์ และเห็นพ้องต้องกันให้สร้างโดมแก้วขนาดยักษ์ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดของปราสาท ภายในปรับอากาศเย็นสบาย และมีออกซิเจนมากกว่าข้างนอก แม้มองจากพื้นดินก็สามารถแลเห็นท้องฟ้าได้ชัดเจนเหมือนไม่มีโดมแก้วกำบังอยู่
การปล่อยให้สถานที่สำคัญทางปะวัติศาสตร์จมหายไปกลางดินเช่นนั้น ทำให้เราทราบว่าคนในอนาคตคงไม่ค่อยสนใจวัฒนธรรมและภูมิปัญญาของไทยเท่าใดนัก แต่วินทร์ก็ไม่ได้ทำให้คนอ่านรู้สึกสะเทือนใจมากเกินไป เพราะเขาได้กล่าวถึงการบูรณะปราสาทแห่งนี้จนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของไทยอีกครั้งหนึ่งได้ เพราะฉะนั้นคนไทยในปัจจุบันจึงควรเห็นความสำคัญของแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และควรอนุรักษ์เอาไว้ เพื่อให้แหล่งท่องเที่ยวเหล่านี้เอื้อประโยชน์ต่อการท่องเที่ยวของไทยต่อไป ซึ่งหมายถึงเงินตราจำนวนมากมายจากต่างชาติที่จะสะพัดเข้าสู่ประเทศในที่สุด
เมื่อพิจารณาถึงค่านิยมและความเชื่อที่เปลี่ยนแปลงไปทำให้คนในปัจจุบันต้องหันกลับมาพิจารณาตเองว่าทำให้วัฒนธรรมไทยสูญหายไปหรือไม่ เพราะวินทร์ได้เสนอภาพของอนาคตที่วัฒนธรรมไทยหายไปจนเกือบหมดทั้ง วัฒนธรรมด้านอาหาร ภาษาก็เป็นต่างชาติ ฯลฯ หากเป็นเช่นนี้ก็นับว่าประเทศไทยได้ตกเป็นเมืองขึ้นทางวัฒนธรรมของต่างชาติไปเสียแล้ว และต่อไปประเทศไทยจะเหลืออะไรที่เป็นไทยแท้
ความเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ : ความพินาศของคนไทยในอนาคต
วินทร์ได้กล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติไว้หลายประการ เช่น การสูญเสียทรัพยากรธรรมชาติ ผลกระทบจากมลภาวะที่ส่งผลต่อความเป็นอยู่ของคนในอนาคต ซึ่งจะทำให้ลูกหลานไทยมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ค่อนข้างลำบาก เนื่องจากภูมิอากาศที่ร้อนจัด เย็นจัด และเต็มไปด้วยสารเคมี โดยมีรายละเอียดดังนี้
จากอุทยานแห่งชาติสู่ทะเลทรายห้วยขาแข้ง
ทะเลทรายห้วยขาแข้งเป็นสิ่งหนึ่งที่แสดงถึงการสูญเสียผืนป่าสำคัญของไทย เพราะในปัจจุบันเราทราบว่าห้วยขาแข้งนั้นเป็นอุทยานแห่งชาติที่ใหญ่ที่สุดของประเทศและกินเนื้อที่หลายจังหวัด แต่ถ้าหากอุทยานแห่งชาติแห้งแล้งจนกลายเป็นทะเลทรายนั้น แสดงว่าต้องมีการตัดไม้ทำลายป่าจำนวนมหาศาล จนทำให้ผืนป่าที่ยิ่งใหญ่กลายเป็นทะเลทรายได้ เมื่อป่าหายไปความชุ่มชื้นก็หมดไปเช่นกัน ดังนั้นพืชที่จะดำรงอยู่ได้คือกระบองเพชร ดังที่วินทร์ได้กล่าวถึงทะเลทรายห้วยขาแข้งไว้ดังนี้
เช้าตรู่รถทัวร์ลอยฟ้าจะพาท่านไปชมทะเลทรายที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย ขนาดของมันราว 120,000 ตารางกิโลเมตร ทะเลทรายส่วนที่สวยงามที่สุดได้แก่ทะเลทรายห้วยขาแข้ง ซึ่งกินพื้นที่ราว 6,000 ไร่ของหลายจังหวัด เป็นแห่งปลูกต้นกระบองเพชรกว่า 1,700 พันธุ์ ทะเลทรายที่มีชื่อแห่งนี้ถูกบันทึกไว้ในหนังสือกินเนสส์มานานกว่าสามร้อยปีแล้วว่า ต้นตะบองเพชรที่นี่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ใหญ่พอเจาะเป็นช่องให้รถยนต์วิ่งผ่านได้ถึงสองเลน
จากตัวอย่างแสดงให้เห็นว่าวินทร์จงใจเสียดสีการตัดไม้ทำลายป่าของคนในปัจจุบันว่าหากยังคงทำลายผืนป่าต่อไป ในอนาคตห้วยขาแข้งก็จะกลายเป็นทะเลทรายในที่สุด และยังจงใจเน้นว่าทะเลทรายห้วยขาแข้งมีต้นกระบองเพชรที่นี่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกซึ่งแสดงว่าพื้นที่บริเวณนี้ต้องแห้งแล้งมานานมากแล้ว
การทำลายทรัพยากรป่าไม้และทะเล
นอกจากนี้วินทร์ยังเสียดสีการทำลายป่าไม้และทะเล จนหมดไปจากประเทศ จนทำให้มีการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตไม้เทียมและจำลองสัตว์ป่าเทียม ดังนี้
นับแต่ไม้หมดจากประเทศไทยมาตั้งแต่ปี 2040 อุตสาหกรรมด้านนี้ก้าวหน้าไปมากจนกลายเป็นสินค้าออกในอันดับต้น ๆ ของประเทศ เทคโนโลยีการทำไม้เทียมที่มีคุณภาพเหนือกว่าไม้จริงพัฒนามาตลอดหนึ่งพันปีจนสมบูรณ์สุดขีดในราวปี 3820
มีการจำลองสัตว์ป่านานาพันธุ์ที่ทำด้วยปูน เหมือนจริงมาก และไม่เป็นอันตรายต่อนักท่องเที่ยวดังเช่นเคยเกิดขึ้นมาแล้วในบางประเทศใกล้เคียงที่ยังมีป่าทึบ เช่น พม่า เวียดนาม
หากท่านเป็นนักดำน้ำ ที่นี่เป็นสวรรค์ของท่านอย่างที่สุด เพราะทะเลเกาะสมุยไม่มีปะการังให้เป็นอันตรายต่อการดำน้ำของท่านอย่างเด็ดขาด อีกทั้งไม่รกสายตาอีกด้วย
นักท่องเที่ยวควรเยือนอุทยานป่าโกงกางจำลองที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่ฝั่งสิเกา ท่านจะชื่นชมกับบรรยากาศป่าโกงกางในอดีต พื้นที่กว่าหกพันไร่ถูกเนรมิตเป็นป่าโกงกางที่สร้างด้วยพลาสติกคงทนแข็งแรง ด้านหลังมีลำธารวิทยาศาสตร์ใหญ่ที่สุดในเอเชีย มีสัตว์ทะเลจำลองทุกชนิดแหวกว่ายไปมาอย่างเหมือนจริงที่สุด
การที่ผลิตไม้เทียมออกมาจนมีคุณภาพสูงสุดได้นั้นนับว่าเป็นความสำเร็จบนความสะเทือนใจของผู้อ่าน เพราะหมายความว่าไม้ได้หมดจากประเทศไปนานแล้ว และตัวเลขในปี 2040 ที่ไม้หมดไปจากประเทศนั้นอาจเป็นความจริงได้ หากคนไทยยังคงแสวงหาผลประโยชน์และทำลายป่าอยู่เช่นนี้ นอกจากนี้วินทร์ยังเสียดสีว่าประเทศเพื่อนบ้านของเรายังคงสามารถรักษาพันธุ์สัตว์ป่าได้จึงยังพอมีอันตรายจากสัตว์ป่าอยู่บ้าง ส่วนประเทศไทยนั้นสัตว์ป่าสูญพันธุ์ไปจนหมดแล้ว จึงเหลือแต่ของปลอมให้ชม และการที่ไม่มีปะการังนั้นกลับกลายเป็นผลดีต่อการดำน้ำเพราะไม่ทำให้เกิดอันตราย สิ่งเหล่านี้นับว่าวินทร์ต้องการเสียดสีให้ผู้อ่านรู้สึกสะเทือนใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น
การปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ
วินทร์จงใจเสียดสีการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ โดยเขาได้กล่าวถึงความวิปริตทางอากาศที่เกิดขึ้นกับภาคเหนือและกรุงเทพ ดังนี้
จากจังหวัดเลยสู่จังหวัดเชียงใหม่ อุณหภูมิจะสูงขึ้นเรื่อย ๆ นักท่องเที่ยวจะเห็นเมืองประวัติศาสตร์หลายเมืองที่จมกลางทะเลทราย เช่น แพร่ น่าน ฯลฯ เมืองเหล่านี้เดิมเป็นเมืองที่มีป่าไม้มาก่อน เมื่อไม้หมดป่าได้กลายเป็นเมืองร้างไปในที่สุด
หลังจากนั้นแวะดอยอินทนนท์ทางรถบัสลอยฟ้า ดอยแห่งนี้เป็นเขาที่สูงที่สุดในประเทศ... จากข้างบนสุดของดอยมองลงมาจะเห็นทิวทัศน์ทะเลทรายที่สวยที่สุดในโลก กว้างขวางสุดลูกหูลูกตา อากาศบนยอดดอยร้อนมาก แต่นักวิทยาศาสตร์บางคนเชื่อว่าในสมัยโบราณที่นี่หนาวจัด
ข้ามฟ้าด้วยเครื่องบินถึงเมืองกรุงเทพฯ มหานครแห่งอดีต กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่ตายแล้วตั้งแต่ปีค.ศ. 2682 และย้ายเมืองหลวงขึ้นเหนือไปเรื่อย ๆ จนถึงปี 3123 เมืองหลวงสุดท้ายก็คือบุรีรัมย์ ตลอดทั้งปีที่นี่มีหิมะโปรยลงมาไม่ขาดสาย อากาศในกรุงเทพฯเย็นจัด โปรดเตรียมผ้าห่ม เสื้อกันหนาวมาด้วย ที่นี่ท่านจะพบกับความแตกต่างระหว่างภูมิอากาศภาคเหนือกับภาคกลางอย่างสุดขั้ว สาเหตุที่ภูมิอากาศต่างจากภาคอื่น ก็เนื่องจากในยุคปฏิกิริยาเรือนกระจกที่นี่มีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลอยขึ้นไปเกาะชั้นบรรยากาศมากเป็นพิเศษ
การที่อากาศวิปริตที่ทั้งร้อนขึ้นและเย็นจัดนั้นเกิดจากสาเหตุที่แตกต่างกันออกไป โดยอากาศร้อนจัดนั้นเกิดจากการตัดไม้ทำลายป่าจนความชุ่มชื้นหมดไป เมื่อไม่มีผืนป่าที่คอยดูดซับน้ำและความเย็น อากาศในบริเวณโดยรอบจึงร้อนระอุและกลายเป็นทะเลทรายในที่สุด ส่วนอากาศหนาวจัดนั้นเกิดจากปฏิกิริยาเรือนกระจกที่มีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลอยขึ้นไปเกาะชั้นบรรยากาศมากเป็นพิเศษจนทำให้แสงแดดไม่สามารถส่องลงมายังพื้นผิวโลกได้ อากาศจึงหนาวจัดในที่สุด ด้วยอากาศที่หนาวจัดและเย็นจัดเช่นนี้ก็ทำให้น่าคิดว่าแล้ววิถีชีวิตของลูกหลานไทยจะเป็นเช่นไร