การใช้ภาษาในเรื่องเป็นภาษากึ่งทางการแบบเรียบๆ เข้าใจได้ง่าย แม้จะไม่ถึงกับสละสลวยปราณีต แต่ก็สามารถอ่านได้ง่ายและสบาย อ่านได้เรื่อยๆ สำนวนรื่นหูและอ่านได้ลื่นไหลโดยไม่รู้สึกติดขัด หรือสะดุด สามารถเข้าใจได้ตลอด ไม่มีศัพท์ยากแม้จะไม่เหมือนกับสำนวนของนักเขียนไทยในยุดปัจจุบัน
ในเรื่องแทบไม่มีบทพรรณนายาวๆ หรือสละสลวยมากนัก แต่การบรรยายสถานที่หรือการแต่งกายนั้นผู้เขียนสามารถทำได้ดีและมองเห็นภาพชัด
...วไลสวมเครื่องแต่งกายสีเขียวกับสีขาว กล่าวคือนุ่งผ้าซิ่นหมี่ พื้นเขียวแต้มดอกขาว เสื้อของหล่อนเป็นแพรสีเขียวประกอบด้วยแพรขาวเพื่อให้เข้ากับผ้าซิ่น สวมถุงแพรสีขาวและรองเท้าหนังขาวตลอดจนผ้าเช็ดหน้าสีขาวผืนน้อย และกระเป๋าหนังใบเล็กที่ถืออยู่ก็เป็นสีขาวขลิบเขียวเช่นเดียวกัน หล่อนมิได้สวมอาภรณ์สิ่งหนึ่งสิ่งใด นอกจากตุ้มหูหยกสีเขียวสดเป็นรูปใบโพธิ์ก้านประดับเพชร รับกับผมอันดำและหยิกเป็นลูกคลื่นเล็กน้อย ทำให้เค้าหน้าของหล่อนน่าดูขึ้นอีกมาก...
นอกจากนี้ยังใช้ภาษาได้เหมาะสมกับอารมณ์ของตัวละคร วไลแม้จะเป็นคนฉลาดพูด พูดจาอ่อนหวาน แต่เมื่ออยู่ในอารมณ์เศร้ากึ่งผิดหวังคับแค้นใจก็ระงับอารมณ์ไม่อยู่ คำพูดที่พูดกับลูกจึงกราดเกรี้ยวเพราะแรงอารมณ์
...หล่อนกัดฟันแน่นชี้มือไปทางพ่อหนู พลางพูดด้วยเสียงอันสั่นรัว
“ทะเล้นเข้ามาทำไม ไสหัวไปให้พ้น! แกมันพวกผู้ชาย โตขึ้นก็จะโกหกเหมือนพ่อ ไปให้พ้น ลูกไอ้คนไม่มีสัตย์!”
เอกลักษณ์ประการหนึ่งของดอกไม้สดก็คือ มักจะบอกข้อคิดที่ได้จากเรื่องไว้เป็นคาถาบาลี หรือเป็นบทกลอนไว้หน้าแรก หรือตอนท้ายของเรื่อง ในเรื่องนี้ ดอกไม้สดยกบทพระราชนิพนธ์มาเกริ่นนำ
ความรัก ถ้าใครหาญหักจักขม
จริงอยู่ดูหน้าชื่นชม แต่มักจะระบมตอนปลาย
หญิงชายเกิดตามธรรมดา เนื้อคู่จักมาสมหมาย
ทางโลกอุปโลกน์หญิงชาย ความเกิดความตายคู่กัน
เป็นกลอนที่ตรงกับข้อคิดหลักของเรื่องที่ผู้เขียนต้องการจะสื่อ ดังที่ได้กล่าวแล้วว่าดอกไม้สดเป็นผู้หญิงที่ค่อนข้างนำสมัย ผลงานก่อนหน้านี้ของเธอเสนอความคิดเรื่องการต่อต้านการคลุมถุงชน (ศัตรูของเจ้าหล่อน) มาถึงเรื่องความผิดครั้งแรก ผู้เขียนก็เสนอความคิดเรื่องสิทธิของผู้หญิงในการตัดสินใจหย่า
ในยุคสมัยของผู้เขียน ผู้ชายมีภรรยามากเป็นเรื่องธรรมดา และผู้หญิงที่แต่งงานแล้วก็มักจะไม่หย่า แม้ว่าจะอยู่อย่างไม่มีความสุขก็ต้องอดทน ต้องรักษาภาพพจน์ของตนเอง และชื่อเสียงของครอบครัว ต้องสนใจสังคม ผู้หญิงที่แต่งงานแล้วหย่าย่อมหลีกหนีไม่พ้นคำนินทาและคำครหา ในสังคมที่ผู้ชายเป็นใหญ่ ความผิดทั้งปวงย่อมตกอยู่กับผู้หญิง ผู้หญิงที่แต่งงานแล้วจึงมีแต่ต้องอดทนเท่านั้น
แต่ในเรื่องนี้ ผู้เขียนเสนอแนวคิดว่า ผู้หญิงก็มีสิทธิหย่าได้ ความรัก ถ้าใครหาญหักจักขม ในเมื่อทนอยู่ไปก็มีแต่ระทมทุกข์ หย่าขาดกันเสียดีกว่า พูดง่ายๆ ว่าเมื่อแต่งงานไปแล้ว สามีไม่ดีก็ไม่ต้องทน อยู่ไปก็ไม่มีความสุข ในเรื่อง ความคิดนี้เป็นสิ่งที่วไลคิดได้ และได้รับการเน้นย้ำอีกครั้งจากอมรา
“คุณพี่คะ คุณพี่ก็เป็นคนคิดได้เอง และพูดเองว่า หลวงปราโมทย์เป็นคนไม่มีค่าสมกับความรักของคุณพี่ แล้วจะไปนึกถึงเขาให้ร้อนใจอีกทำไมล่ะคะ ไม่ควรปล่อยใจปล่อยตัวให้เป็นทุกข์เพราะความที่ล่วงมาแล้ว การที่เขายอมให้คุณพี่เป็นอิสระ คุณพี่ควรจะดีใจไม่ใช่หรือคะ เพราะไม่ต้องไปเกี่ยวข้องกับคนอย่างเขาอีก ลืมเขาเสียสิคะ ลืมความหลังที่ล่วงมาแล้วทั้งหมด แล้วพยายามทำตัวให้ชื่นบานเหมือนแต่ก่อน”
เมื่อพิจารณาตั้งแต่ชื่อเรื่อง “ความผิดครั้งแรก” นั้น ผู้เขียนก็บอกอยู่แล้ว ว่าคือการตัดสินใจแต่งงาน การตัดสินใจแต่งงานของวไลเป็นเรื่องที่ “ผิด” ในทางกลับกัน การตัดสินใจหย่ากับหลวงปราโมทย์จึงเป็นเรื่องที่ “ถูก” ผู้หญิงมีสิทธิตัดสินใจเลือกในสิ่งที่คิดว่าจะทำให้ตนเองมีความสุข ไม่ว่าตัดสินใจแต่งงานหรือตัดสินใจหย่า นับเป็นความคิดที่ค่อนข้างแปลกใหม่ในสมัยนั้น และความกล้าของดอกไม้สดที่นำความคิดนี้มาเป็นข้อคิดหลักของเรื่อง ซึ่งอาจเป็นข้อคิดที่อาจตรงกับความคิดของผู้หญิงหลายคนในสมัยนั้น หากแต่ยังไม่มีใครนำเสนอออกมาเป็นรูปธรรม เช่นที่ดอกไม้สดทำผ่านงานเขียน
ข้อคิดที่รองลงมาก็คือ การแต่งงานเป็นเรื่องสำคัญ ไม่ควรรีบร้อนตัดสินใจ ควรใช้เวลาศึกษานิสัยใจคอของอีกฝ่ายให้ดีเสียก่อน ตลอดจนรับฟังความคิดเห็นและคำทักท้วงจากผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างที่คนที่รู้แน่ว่ารักและหวังดีกับเราอย่างแท้จริง เช่นพ่อแม่ พี่น้อง พิจารณาไตร่ตรองด้วยความสุขุมรอบคอบ เพราะหากตัดสินใจผิด อาจทำให้ไม่มีความสุขไปตลอดชีวิต
อนึ่ง หากมีสิ่งใดที่มองเห็นอยู่ว่าอาจก่อให้เกิดปัญหาได้ในภายหลังก็ควรจะแก้ไขให้เรียบร้อยเสียก่อน บางที หากวไลยืนกรานให้หลวงปราโมทย์ตัดขาดกับภรรยาเก่า แทนที่จะเพียงแค่แยกกันอยู่คนละบ้าน หลวงปราโมทย์อาจไม่ยอม และพยายามบ่ายเบี่ยง ทำให้วไลอาจสะกิดใจขึ้นมาว่า ต่อไปหลวงปราโมทย์อาจมีภรรยาคนอื่นอีกก็ได้ เพราะเพียงแค่ให้หย่าขาดจากภรรยาเก่าเขายังไม่ยอม
นอกจากนี้ยังมีข้อคิดรองที่ผู้เขียนพยายามเสนอให้ผู้อื่นทราบอีก ดังนี้
- ความรักมีหลายรูปแบบ ความรักแบบหนุ่มสาวนั้นเปราะบาง และแตกหักได้ง่าย เพราะไม่มีความผูกพันทางสายเลือด ไม่เคยผูกพันกันมาก่อน แต่จะต้องผูกพันกันไปตลอดชีวิตหากแต่งงานกันไป ดังนั้นจึงควรตรึกตรองให้รอบคอบก่อนตัดสินใจ ส่วนความรักของพ่อแม่นั้นเป็นความรักอันบริสุทธิ์และไม่หวังสิ่งตอบแทน ไม่มีใครรักเราเท่าพ่อแม่ ทุกอย่างที่ทำล้วนแต่เพราะความหวังดีต่อลูกทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นการคลุมถุงชนหรืออื่นใด ก็เพราะต้องการให้ลูกมีชีวิตที่ดีและมีความสุข แม้การกระทำของพระยาศรีศุภเวท และพระยาธรรมสาส์นจะต่างกัน คนหนึ่งกีดกันความรักของลูกและพยายามคลุมถุงชน แต่อีกคนยอมทำตามความสุขของลูก แต่ทั้งสองก็รักลูกไม่ด้อยไปกว่ากัน เพราะฉะนั้นแม้จะไม่เห็นด้วยกับความคิด หรือการกระทำของท่าน ผู้เป็นลูกก็ควรจะประนีประนอม ชี้แจงดีๆ ด้วยเหตุผลเช่นที่อำนวยทำ
ในขณะที่ความรักฉันพี่น้องนั้นเป็นความรักที่มั่นคง และมีค่ามาก วไลและอมราแม้จะทะเลาะกันบ้าง แต่ต่างก็รู้ว่าอีกฝ่ายรักและหวังดีกับตนอย่างแท้จริง เมื่อคนหนึ่งมีสุข อีกคนก็สุขด้วย ในทางกลับกัน เมื่อคนหนึ่งเป็นทุกข์ อีกคนก็ย่อมทุกข์ด้วย
“สันดาน! มารยาเหมือนพ่อไม่มีผิด ไปไหนก็ไปซีบอกว่าไปให้พ้น!” หล่อนหยุดพูดเงยหน้าขึ้น ดวงตาฝ้าฟางด้วยน้ำตา มองเห็นร่างของลออเพียงรางๆ กำลังอุ้มพ่อหนูคลานถอยออกไป แล้วจึงเห็นอมราอีกคนหนึ่ง หญิงสาวผู้นี้คุกเข่าลงข้างตัวหล่อน โอบกอดร่างอันสั่นระริกของหล่อนไว้ วไลมิได้ขัดขืนเอนตัวพิงน้องสาว หยดน้ำอุ่นๆหยดลงต้องแขน วไลจึงรู้ว่าหล่อนมิได้ร้องไห้แต่เพียงผู้เดียว อมราผู้เคยคัดค้านมิให้หล่อนเชื่อลมปากของหลวงปราโมทย์นั้น ได้ช่วยหล่อนเป็นทุกข์ และได้ร้องไห้ในความทุกข์ของหล่อนด้วย!
- ผู้หญิงนั้นเมื่อแต่งงานแล้ว มีฐานะเป็นภรรยาก็ควรทำหน้าที่ให้เหมาะสมกับการเป็นภรรยาที่ดี วไลเป็นภรรยาที่ดีของหลวงปราโมทย์มาโดยตลอด แม้รู้ว่าสามีนอกใจ ก็พยายามอดทน ปรับปรุงตัวให้ดีขึ้น หาวิธีเอาอกเอาใจ และประนีประนอมเท่าที่ทำได้ การที่วไลขอหย่าไม่ใช่เพราะหุนหันพลันแล่นเอาแต่ใจ แต่เธออดทนจนไม่สามารถทนได้แล้ว ครั้นเมื่อเป็นแม่ ก็ต้องทำหน้าที่แม่ให้ดี มีความรับผิดชอบ วไลรู้ดีว่าหลวงนฤบาลดีกว่าหลวงปราโมทย์มากมาย และคงไม่ทำให้เธอผิดหวังหรือเสียใจ แต่เธอก็ต้องเลือกรักษาหน้าที่ความเป็นแม่ไว้ก่อน
- คนสองคนจะแต่งงานกันได้นอกเหนือจากความรักแล้ว ต้องมีความเข้าใจเป็นพื้นฐาน เมื่อแต่งงานแล้วก็ต้องมีความรับผิดชอบให้หน้าที่สามีหรือภรรยาที่ดี รู้จักปรับตัวเข้าหากัน แก้ไขสิ่งบกพร่อง และรู้จักประนีประนอม ชีวิตคู่จึงจะราบรื่นและผาสุก
นอกจากข้อคิดต่างๆ แล้ว ดอกไม้สดยังแสดงให้เห็นถึงความจริง ความรู้สึกนึกคิดของมนุษย์ปุถุชน แสดงให้เห็นความเข้าใจในธรรมดาโลก และความเข้าใจมนุษย์ของผู้เขียน ทำให้ผู้อ่านเข้าใจโลกและชีวิตมากขึ้น
ความผิดครั้งแรกแม้จะเป็นนิยายที่มีการดำเนินเรื่องแบบเรียบๆ มีโครงสร้างหลักคล้ายนิยายรักทั่วๆ ไป และไม่มีอะไรซับซ้อน แต่ก็เป็นนิยายที่มีคุณค่าในเรื่องของทัศนคติและข้อคิดที่ได้ ข้อคิดหลักของเรื่องที่ว่าด้วยสิทธิของผู้หญิงนั้น แม้จะเป็นเรื่องธรรมดาในปัจจุบัน ไม่มีความแปลกใหม่หรือน่าสนใจเท่าใดนักในยุคสมัยที่สิทธิสตรีเพิ่มสูงขึ้นจนใกล้เคียงกับบุรุษ แต่ผู้อ่านต้องยอมรับว่าในสมัยของผู้เขียนนั้น เรื่องนี้นับเป็นความแปลกใหม่ เป็นเสียง “เรียกร้อง” ที่ควรค่าแก่การศึกษาและให้ความสนใจทีเดียว
นอกจากนี้ ความเป็นนิยายครอบครัวที่แฝงข้อคิดในการดำเนินชีวิต ข้อคิดเกี่ยวกับความรัก การแต่งงาน การครองคู่ และการอยู่ร่วมกันเป็นครอบครัวก็นับเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านทั้งสิ้น
ดังนั้น ความผิดครั้งแรกจึงเป็นนิยายเล่มหนึ่งของดอกไม้สด ที่น่าสนใจและมีคุณค่าน่าอ่านด้วยเหตุผลหลายประการดังที่ได้กล่าวมาแล้วเบื้องต้น