เพราะความจน ........สอนให้อยู่อย่างพอเพียง

เพราะอยู่อย่างพอเพียง......จึงมีใช้อย่างเหลือเฟือ

เพราะมีใช้อย่างเหลือเฟือ ....จึงแบ่งปันสู่สังคม

 

                 ดั่งคำที่ว่าชีวิตเลือกเกิดไม่ได้เป็นสัจธรรมของชีวิต แต่ความจริงนั้นเมื่อได้กำเนิดขึ้นมาแล้วบนผืนโลกชีวิตที่เลือกได้คือการทำความดี...และต้องเชื่อมั่นว่า ทำดีแล้วมีสุข และคำคำนี้ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้ว ดังที่นำมาเสนอในโอกาสนี้

              ประสบการณ์ที่มีคุณค่ากับความภาคภูใจของชีวิต เพื่อเป็นกำลังใจแก่คนที่ด้อยโอกาส เพราะดิฉันเกิดมาในครอบครัวที่ยากจน  ซึ่งถือว่าเติบมาจากกองขยะก็ว่าได้ กับความทรงจำที่มีอยู่ขอถ่ายทอดชีวิจริงดังนี้   ได้มีโอกาสลืมตามาดูแลโลกทันที่จำความหลังได้ในวัยก่อนอนุบาลต้องขี่หลังแม่   เพื่อเป็นเพื่อนแม่ไปกรีดยางในในสวนยางพาราในยามรุ่ง จนถึงวัยอนุบาล และเข้าสู่วัยประถมก็ต้องช่วยแม่เก็บน้ำยางก่อนไปโรงเรียนจนเป็นเหตุให้เข้าห้องเรียนสายบ่อยครั้งในชั้นประถมปีที่ 1 พบกับครูไสว ทิพย์กล่อม    ท่านเป็นคนใจดีช่วยทำความสะอาดมือที่เปื้อนน้ำยางจนสะอาดแล้วปล่อยให้เข้าชั้นเรียน   ถึงชั้นประถมปีที่ 3 พบกับ     ครูสุคนธ์  วิเชียรรัตน์   โหดหน่อยก็ต้องนั่งเขกก้อนอิฐจนเป็นที่พอใจของครู เลือดที่ข้อนิ้วกระซิกแดงระเรื่อ  ดูคล้ายกับว่าเป็นความสะใจของครู ที่เป็นความปวดเร้าที่อยู่ในความทรงจำมิอาจลืมเลือนไปได้  ชีวิตจึงไม่มีโอกาสได้ใช้ชีวิตแบบวัยเด็กเหมือนเด็กทั่วไปที่คนอื่นที่เขาพึงมี กลับต้องรับภาระที่หนักอึ้ง เพราะเป็นครอบครัวลูกดกมีลูกถึง  7 คน และไร้ทรัพย์สินเงินทองที่จะเลี้ยงดู  ต้องดำเนินชีวิตด้วยความประหยัด  อยู่อย่างพอเพียงเพราะมีไม่เพียงพอ  อดมื้อกินมื้อ ต้องอดทนก้มหน้าต่อสู้กับชะตาชีวิต มีบ้างที่ทำผิดพลาดไปในวัยเด็ก อาทิเช่น  ขโมยสบู่ครู เพราะไม่เคยมีโอกาสได้มีสบู่ถูตัว ขโมยขนมของแม่ค้าเพราะอดอยากไส้แห้งจริง ๆ  ขโมยสับปะรดอ่อนในสวนของชาวบ้านเพราะหิวโหย ขโมยเงินของครู เพราะอยากมีอุปกรณ์การเรียนเหมือนคนอื่นเขาอยากมีสีน้ำเพื่อระบายในวิชาวาดเขียน   ชีวิตไม่มีสิทธิ์ที่จะฝันถึงอนาคตขอเพียงให้ได้อยู่รอดไปวัน ๆ และได้มีโอกาสเรียนต่อก็พอใจแล้ว เมื่อโตขึ้นเข้าสู่ประถมปลายได้มีโอกาสรับจ้างทำงานเลี้ยงเด็กวันละ 5  บาท รับจ้างถากหญ้าโคนต้นยางต้นละ 70  สตางค์ เพื่อต่อชีวิตให้ได้เรียนต่อก็พอใจแล้ว จนกระทั่งจะเข้าสู่วัยมัธยมหาขี้ยางได้เงิน  20 บาท เพียงพอต่อค่าสมัคร  จึงแอบหนีพ่อ-แม่ไปสมัครเรียนต่อเข้าสู่มัธยมปี่ที่ 1 โรงเรียนย่านตาขาวรัฐชนูปถัมภ์ ซึ่งเป็นโรงเรียนประจำอำเภอ คือ ที่ทำงานในปัจจุบันนั่นเอง ภาระอันหนักอึ้งจึงครบรอบเวียนมาถึงอีกครั้งหนึ่งที่ต้องมีค่าใช้จ่าย    เพราะฉะนั้นช่วงเวลาโรงเรียนปิดภาคเรียนเดือนเมษายน -พฤษภาคม  มีเวลามากมายที่พอจะหาเงินค่าเทอม ค่าเสื้อผ้า อุปกรณ์การเรียนจึงต้องแบกรับงานรับจ้างทุกอย่างที่ขวางหน้า หากมีเวลาเหลือบ้างก็เดินเก็บกะลางตามชายคาบ้านในชุมชน       นำไปแลกกับกะลาที่รองรับน้ำยางซึ่งมีขี้ยางติดอยู่จากสวนยางในชุมชน  นำมาแช่น้ำ และทุบเอากะลาออกเหลือแต่ขี้ยางนำไปขายเพื่อจ่ายเป็นค่าเทอม จนสามารถเรียนต่อได้มาด้วยความสำเร็จอีกครั้งหนึ่ง  จึงได้มีโอกาสเป็นนักเรียนห้องเก่งของโรงเรียน    แต่เป็นคนที่ขาดความมั่นใจในตัวเอง   เพราะขาดโอกาสหลายอย่างที่ไม่เท่าเทียมกับคนอื่นเขา   ชีวิตหนีไม่พ้นต้องทนสู้ต่อไปภารกิจประจำวัน คือ หลังเที่ยงคืนเวลาประมาณตี 1.00 น. ตื่นขึ้นมาเพื่อช่วยแม่กรีดยางก่อนไปโรงเรียนหลายครั้งที่อาบน้ำไม่ทันมันสายเกินไปจึงไปโรงเรียน  โดยที่ไม่ได้อาบน้ำ     กลิ่นตัวคงโชยน่าดูถึงไม่แปลกใจที่ถูกเพื่อนรังเกียจ     ชีวิตจึงไม่มีอะไรเทียมกับใครเขา กลาย เป็น  “เปรตอยู่ในหมู่ปราชญ์”   ต้องอาศัยความอดทนแต่อยู่ในสังคมคนเก่ง  ลำบากใจตรงที่ไม่มีกิน    ถูกดูถูกเหยียดหยามในความไม่มี    ไม่มีโอกาสได้นั่งรถรับจ้างจึงต้องเดินเท้าเปล่าไปโรงเรียนระยะทาง 4  กิโลเมตร โดนเพื่อล้อเลียนถูกโห่ ว่าไมได้นั่งรถเหมือนพวกเขา แต่ก็ไม่เวลาอาย ไม่มีเวลาเจ็บ      เพราะภาระหน้าที่ที่ต้องสู้รออยู่มากมายเหลือเกินที่ต้องเผชิญเป็นรายวัน อาหารกับข้าวชั้นดีที่ให้คือไข่ต้ม หรือปลาซาดีนปิ้งหรือหมกในกองไฟ   แต่ส่วนใหญ่ไม่มีให้กินจึงต้องแอบไปนั่งห้องสมุดทำเป็นว่าอ่านหนังสือ  ฟังเสียงบรรเลงในช่องท้องเป็นจังหวะ เผลอเมื่อไหร่ก็แอบคุ้ยถังขยะหาเศษขนมของคนมีกินทิ้งไว้ให้ได้ประทังชีวิต ในวันหยุด เสาร์ –  อาทิตย์มุ่งหน้าหางานรับจ้างเช่น ดำนา เกี่ยวข้าว  วันละ 40  บาท  ก็มากพอให้สามารถเรียนอยู่ได้     จนจบมัธยมศึกษาปีที่ 3 ครั้นถึงมัธยมศึกษาปีที่ 4 ก็ยังอยากเรียนต่ออีกจึงใช้ระยะเวลาช่วงปิดเทอมไปเป็น คนรับใช้ที่ห้างหุ้นส่วนจำกัดแสงเสียงไทยพานิช อ.หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ได้เงินกลับมา 700  บาท ก็เพียงพอที่ได้โอกาสมัธยมปลายอีกครั้ง ปิดเทอมครั้งม. ขึ้น ม.5 ได้สมัครงาน     บริษัทสินดีพาราวู๊ดจำกัด   ตำแหน่งเสมียนห้องเครื่องมือ จนถึงวันเปิดเรียน ได้เงินจำนวน 900  บาทต่ออายุการเรียนต่อได้อีกครั้ง ชีวิตไม่เคยหมดพลังที่จะสู้ รู้เพียงแต่ว่าต้องสู้ อดทน ขยัน ประหยัด และอดออม