วันนี้เกิดอาการอยากเขียนถึงนวนิยายเรื่องเพชรพระอุมา ซึ่งเป็นนวนิยายที่คนไทยหลายคนคงชื่นชอบ ดิฉันเองก็ชอบนวนิยายเรื่องนี้มากที่สุด นับจากวันที่อ่านนวนิยายเรื่องนี้ครั้งแรก (และครั้งนั้นอ่านชนิดไม่หลับไม่นอน ยกเว้นหลับไปเองตอนไหนไม่รู้ ตื่นมา กิน เข้าห้องน้ำ แล้วก็อ่านๆๆ) ต้องเป็นสมาชิกร้านเช่าหนังสือถึง 3 ร้าน ไม่นับห้องสมุดของมหาวิทยาลัย และห้องสมุดประชาชน (เนื่องจากต้องเวียนอ่านไม่ให้ขาดช่วงไม่งั้นแย่แน่) อ่านจบไปแล้ว ก็ต้องเวียนกลับมาอ่านอีก ครั้งแล้วครั้งเล่า (ยังไม่เบื่อเลย) หากใครเป็นคออ่านนวนิยาย และยังไม่ได้อ่านเรื่องนี้แนะนำเลยคะ แต่ควรหาช่วงเวลาที่คุณว่างเว้นจากภารกิจจริงๆ มิงั้นอาจเสียงานเสียการ (โชคดีที่ตอนนั้นอ่านสมัยยังเรียน ถ้ามาอ่านตอนทำงานสงสัย....)

เพชรพระอุมา เป็นนวนิยายแนวผจญภัยที่มีขนาดความยาวมากที่สุดในประเทศไทย และนับว่าเป็นนวนิยายที่มีความยาวมากที่สุดในโลก (อูฮู้) ซึ่งประพันธ์โดย พนมเทียน ซึ่งเป็นนามปากกาของนายฉัตรชัย วิเศษสุวรรณภูมิ(ซึ่งเป็นศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ ประจำปี พ.ศ. 2540) โดยตีพิมพ์เป็นตอน ๆ ในหนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ และตีพิมพ์ต่อเนื่องในหนังสือพิมพ์รายวัน ใช้ระยะเวลาในการประพันธ์ยาวนานกว่า 25 ปีโดยพนมเทียนเริ่มต้นการประพันธ์เพชรพระอุมาในวันที่ 19 พ.ย.2507 และสิ้นสุดเนื้อเรื่องทั้งหมดในวันที่ 21 มิ.ย.2533 รวมระยะเวลาในการประพันธ์ทั้งสิ้น 25 ปี 7 เดือน กับ 2 วัน (ยาวม๊ากมาก)
เนื้อเรื่อง จากจำนวน 48 เล่ม แบ่งเนื้อเรื่องเป็นสองภาคคือภาคแรก จำนวน 6 ตอน 24 เล่ม และภาคสมบูรณ์ จำนวน 6 ตอน 24 เล่ม
ภาค 1 เป็นเรื่องราวการผจญภัยในดินแดนลึกลับที่เต็มไปด้วยอาถรรพณ์ เรื่องราวแปลกประหลาดต่าง ๆ ในป่าดงดิบของรพินทร์ ไพรวัลย์พรานป่าผู้รับจ้างนำทางในการออกติดตามค้นหาผู้สูญหายของคณะนายจ้างชาวเมือง ที่มีพันโทหม่อมราชวงศ์เชษฐา วราฤทธิ์ เป็นหัวหน้าคณะเดินทางพร้อมด้วย หม่อมราชวงศ์แพทย์หญิงดาริน วราฤทธิ์น้องสาวคนเล็ก และ พันตรีไชยยันต์ อนันตรัยเพื่อนชายคนสนิท โดยมีพรานบุญคำ พรานจัน พรานเกิดและพรานเส่ย ซึ่งเป็นพรานป่าคู่ใจของรพินทร์ ไพรวัลย์ จำนวน 4 คน และแงซาย กระเหรี่ยงลึกลับที่มาขอสมัครเป็นคนรับใช้เพื่อขอร่วมเดินทางในครั้งนี้ด้วย การเดินทางเต็มไปด้วยอุปสรรคและอันตรายนานาชนิด ที่ทำให้คณะเดินทางต้องเสี่ยงภัยและเผชิญกับสัตว์ร้ายในป่าดงดิบ อาถรรพณ์ของป่า นางไม้ ภูตผีปีศาจหรือแม้แต่สัตว์ประหลาด ที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อนตลอดระยะเวลาในการเดินทาง พลัดหลงเข้าไปในดินแดนลึกลับของอาณาจักรนิทรานคร ต่อสู้กับจอมผีดิบมันตรัยที่มีพละกำลังกล้าแข็งและมีอำนาจอย่างแรงกล้า ผ่านห้วงเวลาเหลื่อมซ้อนกันจนหลุดผ่านเข้าไปในยุคของโลกดึกดำบรรพ์ และค้นพบปริศนาความจริงของกะเหรี่ยงลึกลับในฐานะคนรับใช้และองค์รักษ์ประจำตัวของดาริน ที่ติดสอยห้อยตามคณะเดินทางมายังเนินพระจันทร์และมรกตนคร ซึ่งฐานะที่แท้จริงของแงซายถูกเปิดเผยและคณะเดินทางของเชษฐาได้พบเจอกับบุคคลที่ออกติดตามค้นหารวมทั้งช่วยกันกอบกู้บัลลังก์คืนให้แก่แงซายจนสำเร็จ
ภาค 2 (จบสมบูรณ์) ภายหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจและเดินทางกลับจากเมืองมรกตนครของแงซาย รพินทร์ ไพรวัลย์ ได้ถูกว่าจ้างให้ออกติดตามหาเครื่องบินที่สูญหายพร้อมด้วยระเบิดนิวเคลียร์อีกครั้ง รพินทร์จำใจรับจ้างเป็นพรานผู้นำทางออกติดตามค้นหาซากเครื่องบินที่สูญหายไปจากแผนที่ประเทศไทยโดยมีฝรั่งจำนวน 4 คน เป็นผู้ว่าจ้าง แต่เมื่อพันโทหม่อมราชวงศ์เชษฐา วราฤทธิ์ และ หม่อมราชวงศ์ดาริน วราฤทธิ์ ซึ่งเป็นอดีตนายจ้างของรพินทร์ ได้ทราบข่าวการรับจ้างเป็นพรานผู้นำทางของรพินทร์ ก็เกรงว่าจะถูกฆ่าทิ้งเมื่อทำงานเสร็จสิ้น เนื่องจากเป็นงานลับขององค์กร จึงออกติดตามคณะนายจ้างใหม่ของรพินทร์ การติดตามค้นหารพินทร์และคณะนายจ้างฝรั่ง คณะเดินทางของเชษฐาได้เผชิญหน้ากับมันตรัยที่ฟื้นคืนชีพที่อาณาจักรนิทรานคร และกับเล่าถึงอดีตชาติของดารินและรพินทร์ที่เคยเป็นศัตรูคู่อาฆาตในชาติปางก่อน รวมทั้งพยายามล่อลวงเอาตัวดารินไปยังอาณาจักรนิทรานคร เพื่อให้ได้ในตัวของจิตรางคนางค์หรือดารินในชาติปัจจุบัน แต่ก็ได้เชษฐาและไชยันต์มาช่วยเหลือไว้อย่างทันท่วงที และปราบมันตรัยด้วยบ่วงนาคบาศย์ได้สำเร็จ รพินทร์นำคณะนายจ้างฝรั่งบุกป่าเพื่อค้นหาซากเครื่องบินและระเบิดนิวเคลียร์จนพบ โดยได้รับความช่วยเหลือจากแงซายในรูปของจิตใต้สำนึก จนภายหลังทั้ง 2 คณะได้เดินทางมาพบกันที่เมืองมรกตนคร แงซายรวบรัดให้ดารินและรพินทร์แต่งงานกันที่เมืองมรกตนคร ก่อนจะอำลากันเป็นครั้งสุดท้ายในการพบกันระหว่างบุคคลทั้งหมด
ตอนนี้รอ ท่านมุ้ย ว่าเมื่อไรท่านทำเรื่องนเรศวรเสร็จสิ้นเรียบร้อย ท่านจะได้สร้างภาพยนต์ที่รอคอยเรื่องนี้

เครดิต http://th.wikipedia.org
ชอบมากๆ เช่นกัน ค่ะ ขอบคุณมากๆค่ะ
มาส่งเสริมอีกคนครับ
ซื้อยกชุดมาอ่านไปอ่านมาหลายรอบ
และจะอ่านไปเรื่อยๆจ้า
ชื่นชมเช่นกันค่ะ...เคยเห็นคุณพนมเทียน...ร่วมงานคาวบอยnight...ท่านอายุมากแต่ยังสุขภาพแข็งแรง... อารมณ์ดี...ลูกศิษย์เยอะมาก
เคยอ่านบ้างเป็นตอนๆ ในนิตยสารบางกอก ถ้าจำไม่ผิดนะครับ
สนุก ตื่นเต้น มาก..
สนุกมาก อยากให้คนอื่นอาน เลยซื้อให้ห้องสมุดยกชุด
มีคนยืมอ่านกันไม่น้อย ดีใจเลยค่ะ