ก่อนอื่นต้องกราบขอขมาท่านกัลยาณธรรมและรัตนมิตรทุกท่าน ที่ว่างเสว้นไปเยหลายวัน เพราะไปทำบุญปิดทองพระประธานทรงเครื่อง แบบล้านนา ที่วัดน้ำโจ้ ตอนนี้เสร็จแล้วก็สจะขออนุญาติเริ่มคุยกัาสนต่อเลยนะ.......เมื่อตอนที่แล้วเราได้ทราบถึงเรื่องของพระไตรลักษณ์ว่ามีอยู่ในพอง ในยุบ ได้อย่างไร อาการพองอาการยุบเกิดขึ้น คงอยู่ และก็หายไป แล้วเกิดขึ้นใหม่แล้วก็หายไปอีก สลับกันอยู่อย่างนี้เรียกว่าอนิจจังเมื่อกำหนดไป ๆ เวทนาก็เกิดขึ้น รู้สึกเจ็บ ปวดตรงนั้น ตรงนี้ อาการอย่างนี้เป็น ทุกขัง เมื่อกำหนดว่าพองจะให้มันยุบก็ไม่ได้ เมื่อเวทนาเกิดขึ้น จะบังคับไม่ให้เกิดก็ไม่ได้ อาการพองก็ดี ทุกขเวทนาก็ดี ไม่อาจบังคับอะไรได้เลย อาการอย่างนี้เป็น อนัตตา
               ดังนั้น  ในขณะที่เราเอาสติมากำหนดที่กาย เวทนาจิตและธรรม ตัวอนิจจัง  ทุกขัง  อนัตตา  จะคลุกเคล้าอยู่กับรูปนามที่เรากำหนดตลอดเวลา  รูป  นาม  เกิดขึ้นที่ใดพระไตรลักษณ์  ก็มีอยู่ที่นั่น  อุปมาเมื่อเห็นเสือย่อมเห็นลายเสือฉะนั้น 
นั่นคือ พระไตรลักษณ์ก็มีอยู่ในพอง ในยุบนั่นเอง
               พองหนอ ยุบหนอ มีค่าสูงมาก เปรียบเหมือนยาเม็ดเดียว แต่ประกอบด้วยตัวยาที่คุณค่าหลายสิบชนิด มีคุณธรรมหลายสิบอย่างในที่เดียวกัน นอกจากจะมี ศีล สมาธิ ปัญญา และมี พระไตรลักษณ์ แล้ว โพธิปักขิยธรรม ๓๗ และญาณ ๑๖ ก็ยังมีอยู่ในพอง ในยุบด้วย
               การเจริญวิปัสสนากรรมฐานในแนวสติปัฏฐาน ๔ นี้ ต้องเอา ขันธ์ ๕ มาเป็นอารมณ์  ขันธ์ ๕ คือ  
รูป
เวทนา สังขาร วิญญาณ 
รูป  ก็คือ รูป ( กาย )  เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ คือ นาม (ใจ )  ดังนั้นการเอารูป นาม มาเป็นอารมณ์ ก็คือ การเอาขันธ์ ๕ มาเป็นอารมณ์นั่นเอง...รูป นามมีอยู่ที่ใด ขันธ์ ๕ ก็มีอยู่ที่นั่น
               ท้องพอง  ท้องยุบ                        
เป็นรูปขันธ์
              
รู้สึกว่าสุข  ทุกข์  เฉย ๆ
                เป็นเวทนาขันธ์
              
จำได้ว่าท้องพอง  ท้องยุบ           
เป็นสัญญาขันธ์
              
สติกำหนดว่าท้องพองมาก พองน้อย   เป็นสังขารขันธ์

      
ที่รู้ว่าพอง ว่ายุบ                          เป็นวิญญาณขันธ์
                      พองหนอ ยุบหนอ จึงมีอยู่ใยขันธ์ ๕ ด้วยอาการอย่างนี้......
ก่อนจากกันในวันนี้  ขอกราบอาราธนาคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามากราบท่านกัลยาณธรรม และรัตนมิตรทุกท่านของอีตาลุงเหมยว่า....ปริโญ เปยฺย อตฺตานํ จิตฺตเกลฺเสหิ ปณฺฑิโต.....แปลความว่า....บัณฑิตพึงทำตนให้ผ่องแผ้ว จากเครื่องเศร้าหมองจิต  (คงทำกันได้ทุกท่านนะ  จงเจริญครับ  กราบสาธุครับ.....ลุงเหมย