GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

เรียนผึ้ง 22 ก.ย. 2549

ศรัทธาในสิ่งที่ทำมุ่งมั่นในอุดมการณ์

          สวัสดีชาว Gotoknow ทุกๆท่านวันนี้ก็มีเรื่องดีๆจากการเรียนผึ้งในวันที่ 22 ก.ย.2549 มาฝากกันนะวันนั้นเป็นวันที่อาจารย์เขาในนิสิตดูหนังเรื่องหนึ่งชื่อเรื่องมีอยู่ว่า "เสียงกรู่จากครูใหญ่" ฟังชื่อเรื่งมันก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับผึ้งเลยใช่ไหมละ

             แต่พอดูไปจนจบก็ได้รู้ว่ามันเกี่ยวกับผึ้งด้วยค่ะแต่สิ่งที่ข้าพเจ้ารู้สึกประทับใจจริงๆในเรื่องนี้ก็คือความมุ่งมั่นที่เด็ดเดี่ยวของครูใหญ่ที่เข้าไปยังหมู่บ้านเล็กๆหมู่บ้านหนึ่งที่อยู่ห่างไกลจากสังคมเมืองมากๆเข้าไปเพื่อที่จะไปสอนหนังสือให้กับนักเรียนโรงเรียนแห่งหนึ่ง

            ตอนแรกที่ครูใหญ่ไปถึงสถานที่แห่งนั้นก็มีชายคนหนึ่งมารับครูใหญ่เพื่อนำทางเข้าไปยังหมู่บ้านชายผู้นั้นเห็นการแต่งกายของครูใหญ่ก็รู้สึกไม่เชื่อถือไม่ให้ความไว้ใจและเชื่อมั่นไม่เคารพเพราะเห็นครูใหญ่ใส่รองเท้าผ้าใบขาดๆไปตอนแรกชายคนนั้นไม่ยอมช่วยครูใหญ่ถือกระเป๋าหรือสำภาระอะไรเลย

            แต่พอหลังจากที่ได้พูดคุยกับครูใหญ่ไปได้ระยะหนึ่งด้วยการที่ครูใหญ่เป็นคนที่พูดด้วยการใช้วาทะศิลป์ในการพูดพูดโน้มน้าวใจได้จึงทำให้ชายผู้นั้นยอมช่วยถือของเพื่อเข้าหมู่บ้าน เมื่อไปถึงหมู่บ้านแล้วครูใหญ่ก็ไม่ได้รับการต้อนรับจากชาวบ้านแถวนั้นสักเท่าไรนักชาวบ้านที่อยู่ที่นั่นมีความเห็นแก่ตัวกันมากไม่ค่อยมีความรักและสามัคคีกันมีชีวิตแบบตัวใครตัวมันไม่ชอบทำงานหนักเห็นแต่ประโยชน์ส่วนตัวไม่เคยนึกถึงประโยชน์ส่วนรวมเลยจึงไม่ค่อยมีใครใส่ใจครูใหญ่นัก

        แต่ครูใหญ่ได้เข้ามาเพื่อที่จะเปลี่ยนความคิดของชาวบ้านเหล่านั้นและได้ตั้งวิสัยทัศน์ขึ้นว่า"การทำงานหนักเป็นดอกไม้ของชีวิต"เพื่อให้เป็นสิ่งกระตุ้นและคอยเตือนใจให้กับชาวบ้านเพื่อให้ชาวบ้านเลิกเห็นแก่ตัวและเลิกกับความคิดแบบเดิมๆตรงนี้มีอะไรนิดนึงคะ รู้ไหมคะว่าการที่บ้านเมืองมันย่ำแย่ไม่มีการพัฒนาให้ก้าวหน้าสักทีก็เป็นเพราะว่าคนในสังคมมีแต่ความเห็นแก่ตัวไม่เคยคิดถึงประโยชน์ส่วนรวมคิดถึงแต่ประโยชน์ส่วนตนไม่เคยคิดถึงคำว่าพอเพียงพออยู่พอดีและพอใจในสิ่งที่ตนมี

          ครูใหญ่เป็นคนที่มีความมุ่งมั่นในอุดมการณ์มากค่ะเขาตั้งใจที่จะมาพัฒนาโรงเรียนและหมู่บ้านแห่งนี้มากเลยค่ะถึงแม้ว่าชาวบ้านจะไม่ให้ความช่วยเหลือไม่สนไจไยดีและถึงแม้ว่าภรรยาของเขาจะมาขอให้กลับบ้านแต่เขาก็ยังมุ่งมั่นที่จะทำในสิ่งที่ตั้งใจไว้นั้นให้สำเร็จตรงนี้แหละค่ะที่ข้าพเจ้ารูสึกประทับใจมากๆๆจนคิดว่าจะนำไปใช้กับตัวเองให้ได้"ศรัทธาในสิ่งที่จะทำมุ่งมั่นในอุดมการณ์"

          โรงเรียนที่ครูใหญ่ได้จัดตั้งขึ้นมานั้นเกิดจากความสามัคคีกันของเด็กนักเรียนตัวน้อยๆในหมู่บ้าบเองค่ะเพราะเด็กๆเขาทนเห็นครูใหญ่ลำบากไม่ได้ขนาดป่วยครูใหญก็ยังมุ่งมั่นที่จะสร้างโรงเรียนให้สำเร็จไม่ยอมพักผ่อนจนครูน้อยต้องไประดมเด็กนักเรียนให้มาช่วยครูใหญ่กันหลังจากนั้นเมื่อชาวบ้านได้เห็นว่าลูกๆของตนเองลำบากพากันทำงานหนักก็ไปพากันมาช่วยครูใหญ่อีกมากมายโดยที่ครูใหญ่ยังไม่ได้เอ่ยปากขอเลย

          หลังจากนั้นครูใหญ่ก็เริ่มพัฒนาการเป็นอยู่ของคนในหมู่บ้านด้วยการหาอาชีพใหม่มาเสริมอาชีพเดิมๆ เช่น การบังคับนักเรียนให้เลี้ยงไก่เพื่อใหเป็นคะแนนเก็บในการเรียนโดยบอกว่าถ้าใครเลี้ยงได้มากและออกไข่เยอะก็จะได้คะแนนมากชาวบ้านด้วยความที่รักลูกก็อยากให้ลูกได้คะแนนมากๆก็ต้องช่วยกันเลี้ยงไก่บางคนก็ถูกลูกบังคับให้เลี้ยงก็เลยต้องเลี้ยงจนในหมู่บ้านเต็มไปด้วยไก่

             หลังจากนั้นก็มีการให้เลี้ยงผึ้งเลี้ยงวัวนมเพื่อเป็นอาชีพเสริมไปเรื่อยๆตอนนี้ชาวบ้านก็พากันชื่นชมและศรัทธาในตัวครูใหญ่ไปไหนก็มีแต่รอยยิ้มชาวบ้านมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นพออยู่พอกินไม่ยากจนอีกต่อไปโรงเรียนก็ได้รับการพัฒนามาเรื่อยๆจากรัฐบาลมาให้เงินช่ยเหลือจนกลายเป็นโรงเรียนใหญ่ไปเลยค่ะความเจริญก้าวหน้าจากที่ไหนก็ตามคนทุกคนต้องให้ความร่วมมือกันสามัคคีกันจึงจะทำให้สังคมนั้นดำรงอยู่ได้และเจริญก้าวหน้า

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 54562
เขียน:
แก้ไข:
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (0)