ผมได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการธนาคารไทยพาณิชย์ ตั้งแต่วันที่ ๒๙ กย. ๔๙ ในฐานะกรรมการอิสระ     คือไม่มีตำแหน่งบริหารใดๆ ในธนาคาร      ที่เขามาชวนเพราะเขาอยากได้ทักษะด้านชุมชนของผม เอาไปใช้ในงาน CSR - Corporate Social Responsibility     เท่ากับจะไปร่วมหาทางใช้เงินของธนาคารเพื่อประโยชน์ของสังคม     เรื่องเอาเงินมาใช้เพื่อประโยชน์ของสังคมอย่างนี้ ผมชอบและถนัด

        วันที่ ๑๓ ตค. ๔๙ เขานัดให้ผมไปฟังการบรรยายสรุปกิจการของธนาคาร     ผมเข้าใจว่าเขาจะให้เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติมานำเสนอ     เอาเข้าจริงๆ กลายเป็นระดับผู้ใหญ่ที่สุดขององค์กรเป็นผู้ บรรยายสรุป    ได้แก่ ดร. วิชิต สุรพงษ์ชัย ประธานกรรมการบริหาร    คุณหญิงชฎา วัฒนศิริธรรม  กรรมการผู้จัดการใหญ่    คุณกรรณิการ์ งามโสภี  ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ กลุ่มการเงิน   คุณหยกพร ตันติเศวตรัตน์ รองผู้จัดการใหญ่ กลุ่มบริหารความเสี่ยง  คุณศิริบรรจง อุทโยภาศ เลขานุการธนาคาร    และคุณวีรวัฒน์ ศรีดามา สำนักงานบริหารงานกรรมการและผู้ถือหุ้น

         กรรมการธนาคารมีทั้งสิ้น ๑๖ คน    มี ดร. จิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา เป็นนายกกรรมการ

         ผมได้รับการบรรยายสรุป ๖ ประเด็น คือ 
           (๑) ความเป็นมาของธนาคาร    อายุครบ ๑๐๐ ปี ในปีนี้
           (๒) สถานะในปัจจุบัน    ถือได้ว่าเป็นธนาคารที่ดีที่สุดในประเทศไทย    แม้จะใหญ่เป็นอันดับ ๓ (เพิ่งเลื่อนมาจากอันดับ ๔)
           (๓) วิสัยทัศน์  พันธกิจ  และกลยุทธหลัก  : จะเป็นธนาคารที่ ลูกค้า  ผู้ถือหุ้น  และพนักงานเลือก (Bank of Choice ของคน ๓ กลุ่ม)   
           (๔) โครงการปรับปรุงธนาคาร    เริ่มตั้งแต่ปี ๒๕๔๔    มีวิธีการบริหารการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจมาก     คือจัดตั้ง Change Program Management Office ขึ้นมาทำงานคู่ขนานไปกับ การดำเนินการตามปกติ
                  มีการวัดผลการปรับปรุงธนาคารโดยใช้ GALLUP Study    เห็นได้ชัดเจนว่าลูกค้าพึงพอใจมากขึ้น    พนักงานพอใจมากขึ้น   และผลการประกอบการดีขึ้น
           (๕) การกำกับดูแลกิจการ   มีคณะกรรมการ Good Governance โดยนายอานันท์ ปันยารชุน เป็นประธาน    ยึดถือหลัก ๕ ข้อของ OECD    และหลัก ๑๐ ประการที่ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (มรว. ปรีดิยาธร เทวกุล) บรรยาย    มีคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการของธนาคารทั้งหมด ๑๐ ชุด
           (๖) ข้อกฎหมาย   กำกับโดย พรบ. หลัก ๓ พรบ.   และกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง  
           (๗) การบริหารความเสี่ยง    เป็นระบบที่เพิ่งเกิดขึ้นหลังวิกฤตเศรษฐกิจ ปี ๒๕๔๐    โดยเขาพยายามให้เป็นกิจกรรมที่แทรกอยู่ในเนื้องานประจำ

        ผมประทับใจกิจการของธนาคาร และการบรรยายสรุปครั้งนี้หลายประการ
            ๑. เห็นการให้ความสำคัญต่อความเข้าใจ และการแสดงบทบาทของกรรมการ    ผมเป็นกรรมการหน่วยงานต่างๆ มาหลายสิบแห่ง  ไม่เคยมีหน่วยงานใดจัดการบรรยายสรุปเตรียมให้กรรมการเข้าเริ่มทำงานเลย     การที่ธนาคารจัดการบรรยายสรุปในวันนี้     และการที่ผู้บริหารสูงสุดให้ความสำคัญ  ทำให้กรรมการรู้สึกมี commitment ต่อธนาคารมากขึ้นทันที
           ๒. ประทับใจกระบวนการ ปรับปรุงธนาคาร  และการวัดผลอย่างเป็นรูปธรรม
           ๓. ประทับใจ Risk Management  
           ๔. เห็นภาพ โลกาภิวัตน์ ของกิจการธนาคาร     มีเจ้าหน้าที่และกรรมการที่เป็นคนต่างชาติหลายคน
           ๕. ได้เรียนรู้การจัดการสมัยใหม่หลายประการ
           ๖. เห็นผลของกระบวนทัศน์ใหม่ของกิจการธนาคารไทย    ที่มีการปรับตัวครั้งมโหฬาร    อันเป็น "พรจำแลง" (blessing in disguise) จากวิกฤติเศรษฐกิจ ปี ๒๕๔๐ 

        วันนี้ผมรู้สึกว่าผมเป็นเหมือนนักเรียน เข้าเรียนหลักสูตรการเป็นกรรมการธนาคาร     และเหมือนนักเรียนทั่วไป คงจะเข้าใจสิ่งที่ "ครู" พูด ไม่ถึงครึ่ง    เมื่อปี ๒๕๐๖ ผมปฏิเสธที่จะรับทุนไปเรียนเศรษฐศาสตร์ ในต่างประเทศ  ตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยมาชวน    แต่ในปี ๒๕๔๙ ชีวิตผมวนไปเป็นกรรมการธนาคารจนได้     แปลกแท้ๆ

         ผมบอกตัวเองว่า มองในมุมของชีวิตที่พอเพียง     ผมกำลังเข้าไปอยู่ใน "ปากงู"      ผมจะต้องฝึกเลี้ยงตัว และเลี้ยงใจ เตือนสติตัวเอง ไม่ให้ถูก "เขี้ยวงู" 

วิจารณ์ พานิช
๑๓ ตค. ๔๙