วันนี้เป็นวันที่ 14 ตุลาคม 49 "
วันนี้เมื่อ 20 ปี ก่อน ดิฉันวนเวียนแถวๆ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ "เด็กกิจกรรมในมหาวิทยาลัย"  เราสัญญากันกับพรรคพวกว่า ทุก 14 ตุลา หากไม่ติดอะไรเราจะไปพบกันที่นี่  ผ่านมา 20 ปี วันนี้ดิฉันได้แต่นั่งเปิดเพลงน้าหงา เก่าๆ.....ฟัง....ละลึกถึงเพื่อนๆ ในแวดวง.....เพื่อนๆ ดิฉันมักใช้ชีวิตเป็นนักพัฒนาชุมชน NGO  นักข่าว นักดนตรี  มีดิฉันที่แหกคอกมารับราชการที่บ้านเกิด การติดต่อของเราห่างหายไปตามกาลเวลา บทสนทนาระหว่างเราดูแตกต่างกันในสาระแห่งชีวิต....แต่มิตรภาพความห่วงใยยังส่งถึงกันเสมอมา...เสียงเพลงที่ตั้งใจเปิดแว่วมา..... ".ส่งดวงใจนี้ให้เพื่อน....ภาพความหลังมิเคยเลือน เสื่อมสลาย.... ภาพรอยยิ้มและความกล้า ...........อยู่หนไหนความมั่นใจยังไม่คลาย...... มิเคยแหนงหน่าย...หนทางแห่งธรรม.......อยู่ต่างแดนแสนไกลห้างสุดขอบฟ้าเห็นรางรางดุจจะยำ  ให้คำนึงถึงใจเจ้า ข้ามภูเขา....และทะเลจะเร่คว้างไปอย่างไร....วอนให้จำ มั่นใจจงทำก้าวไปให้ถึง....เราและเธออยู่ไกลแสนไกลกัน........ความผูกพันเหมือนดังว่าติดตรึง... ใจเจ้าลอยคล้อยตามสายลมตึง..บอกคิดถึงเฝ้ารำพึงกับใบไม้.......ฝากบทเพลงนี้ให้เพื่อนได้ยินแล้วเหมือนการเตือนสื่อความหมาย.... เกี่ยวดวงใจร้อยให้มั่น อยู่ที่ไหนไม่สำคัญ ....ชีวิตนั้น....ดังพืชพันธ์แห่งเสรี....งอกงามเต็มที่ใต้ดวงตะวัน..ใต้ดวงตะวัน
        วันนั้นจนถึงวันนี้ดิฉันยังคงเป็นคนเดิมที่ได้รับการหล่อหลอมมาจากพี่ๆ เพื่อนๆ คนทำกิจกรรมในมหาวิทยาลัยมาด้วยกัน ที่คงมองเห็นทุกข์ยากของผู้อื่นเป็นเรื่องไม่ธรรมดา ไม่อยากได้ใคร่ดีอะไรเข้าตัว รวมถึงไม่กระตือรือล้นที่จะสร้างสมสมบัติพัสฐาน ไม่อยากมีอยากได้..........เป็นคนธรรมดาที่ตั้งใจทำประโยชน์ให้ส่วนรวมมากเท่าที่จะทำได้