"ฉันไม่ใช่คนธรรมะ ธัมโมเหมือนเธอนี่ จะได้วางเฉยไปหมด เจออะไรก็เฉย.....ไม่โกรธ ไม่ถือโทษใคร ไม่รู้ร้อน รู้เย็น รู้หนาวกับเขาบ้างเล้ย"

นี่เป็นคำที่มักได้ยินต่อว่าต่อขาน...

แต่อิชั้นขอบอกว่า "ไม่จริงนะคะ"

เพราะคนที่เรียนรูธรรมะน่ะเขาเรียนรู้ความจริงของชีวิต

เพราะ...ธรรมะ คือธรรมชาติ

ผู้ที่เรียนรู้ธรรมแล้ว เขาจึงเฉยเพราะนิ่ง ไม่ใช่เฉยชาหรือเฉื่อยชาอย่างที่หลาย ๆ คนคิดนะเคอะ...

การเรียนรู้ความจริงของชีวิต คือ เรียนรู้เกี่ยวกับโลกธรรม 8 ...

คือ 1.  มีลาภ...

            2.  เสื่อมลาภ

                        3. มียศ

                                  4. เสื่อมยศ

                                             5.  นินทา

                                                        6.  สรรเสริญ

                                                                   7.  สุข

                                                                              8.  ทุกข์

 

ความจริงของชีวิตนี้จะผสมปนเปกับชีวิตคนเราเหมือนกับ เนสกาแฟกับคอฟฟี่เมตที่ต้องคู่กัน เช่นเดียวกับ ความจริงของชีวิตทั้ง 8 อย่างข้างต้นที่จะวนเวียน หมุนเวียนในชีวิตเราทุ้ก...ทุก..วัน เพราะเรานั้นคู่กัน เฉกเช่นเดียวกัน...

เมื่อเราเรียนธรรมและรู้ความจริงชีวิตดังกล่าวจึงทำให้คนนิ่งได้

อิชั้นเคยฟังท่านอาจารย์ชยสาโรภิกขุท่านเทศน์ว่า

 

" คนที่ฝึกธรรมะแล้ว...

จะหมือนคนที่อยู่ในห้องแอร์

มองออกไปข้างนอกฝนตกก็รู้

แดดออกก็รู้...ลมพัดแรงก็รู้

แต่ไม่เปียกไม่ร้อนเหมือนคนข้างนอก"

คนที่หัวใจติดแอร์แล้ว...

จิตใจจะเย็นลงอย่างเห็นได้ชัด...

แถมไม่ค่อยเป็นทุกข์ด้วย...

เพราะการปล่อยวางที่ถูกต้องด้วย

เราต้องมีหน้าที่รักษาใจของเราเอง...

เวลามีอะไรมากระทบต้องระวัง

อย่าให้ใจสะเทือนมากนักมันไม่ดีหรอก

 

พระพุทธเจ้าสอนว่า...

" ช่างที่จัดดอกไม้ เขาจะคัดเลือกเฉพาะดอกไม้ที่สวย ๆ มาจัด ส่วนดอกที่ไม่สวยก็ทิ้งขยะไป ดังนั้นเราควรเลือกเก็บบุญไว้ในใจเหมือนกัน เรื่องเศร้าหมองทิ้งไป รักษาใจเราให้ดีอยู่เสมอ ๆ "