สมัยเด็กๆ เคยได้อ่านเรื่องราวที่บอกว่าแม่ของเราเปรียบเสมือนครู นางพยาบาล เชพผู้ยิ่งใหญ่ นายธนาคารที่ร่ำรวย นักการตลาดที่ยอดเยี่ยม นั่นคือความจริงเพื่อลูกแม่ทำได้ทุกๆอย่าง

                   

        พรุ่งนี้วันแม่แห่งชาติ และวันเกิดของแม่ครูนก
        เมื่อวานที่โรงเรียนมีกิจกรรมวันแม่แห่งชาติ  เด็กๆ เขาร้องเพลง "เรียงความเรื่องแม่"  เด็กๆหลายคนมีความสนุกและสามารถร้องเพลงคลอไปกับเสียงเพลงหลักในกิจกรรมได้ ส่วนครูนกและอีกหลายๆท่านที่อายุเกินสี่สิบก็คงต้องร้องเพลงนี้ได้เป็นเพลงหลักคือ ค่าน้ำนม

          แม่นี้มีบุญคุณอันใหญ่หลวง  

ที่เฝ้าหวง ห่วงลูกแต่หลังเมื่อยังนอนเปล

แม่..เราเฝ้าโอ้ละเห่  

กล่อมลูกน้อยนอนเปลไม่ห่างหันเห ไปจนไกล

แต่เล็กจนโตโอ้แม่ถนอม 

แม่ผ่ายผอมย่อมเกิดจากรักลูกปักดวงใจ

เติบ..โตโอ้เล็กจนใหญ่

นี่แหละหนาอะไร มิใช่ใดหนาเพราะค่าน้ำนม

ควร คิดพินิจให้ดี 

ค่าน้ำนมแม่นี้ 

จะมีอะไรเหมาะสม  

โอ้ว่าแม่จ๋า ลูกคิดถึงค่าน้ำนม  

เลือดในอกผสม กลั่นเป็นน้ำนมให้ลูกดื่มกิน  

ค่าน้ำนมควรชวนให้ลูกฝัง 

แต่เมื่อหลังเปรียบดังผืนฟ้าหนักกว่าแผ่นดิน  

บวช เรียนพากเพียรจนสิ้น 

หยดหนึ่งน้ำนมกิน ทดแทนไม่สิ้นพระคุณแม่เอย

                    "แม่กับน้องคนเล็กสุด"

         ครูนกเชื่อมั่นว่าแม่ของพวกเราทุกคนจะมีลักษณะเป็นหนึ่งเดียวกันคือ รัก ดูแลและหวังดีต่อลูกอย่างเป็นที่สุด
         ตอนนี้แม่ของครูนกวางเว้นจากภาระหน้าที่การงานเป็นผู้ใหญ่วัยเกษียณ  แต่หน้าที่ของแม่ก็ยังคงดำเนินต่อไปทำกับข้าวอร่อยๆ ที่ลูกชอบ  คอยรับฟังให้กำลังใจพวกเราเกี่ยวกับหน้าที่การงาน  คอยเชียร์คอยส่งเสริมให้ทำอะไรดีๆ ในชีวิต  คอยเยี่ยมเยือนลูกๆ ซึ่งอยู่ใกล้ไกลกันตามภาระหน้าที่การงาน
         ความรักของพวกเราต่อแม่ไม่สามารถเขียนบรรยายได้เช่นเดียวกับที่แม่รักพวกเรา.......ในบทบาทของลูกคงต้องยกคำประโยคสุดท้ายของเพลงค่าน้ำนมมา...ทดแทนไม่สิ้นพระคุณแม่เอย
                                                                                 ด้วยความรักของลูกๆที่มีต่อแม่ค่ะ  
                                                                                                                      ครูนก