"หนูชินแล้วละ เขาเป็นอย่างนี้แหละ ผู้นำคนอื่นก็เป็นอย่างนี้ ไม่ต้องทำอะไรเลยก็พูดเป็นฉากๆ" "คนทำไม่ได้พูด คนพูดไม่ได้ทำ" ... การให้ข้อมูลเท็จด้วยความประสงค์ดี แต่เป็นเจตนาร้ายสำหรับงานวิจัย
เมื่อคืนนี้ 9 ส.ค.56 ดิฉันอ่านบทความ 'ทบทวนการทำงานเมืองลุงสร้างสุข' ของท่าน วอญ่า-ผู้เฒ่า-
natachoei--
เนื้อหาบางตอนกล่าวว่า "คนต้องสุขที่ตนเอง สุขที่ครอบครัว สุขชุมชน' 'วันนี้มีสุขใน
เวทีทบทวนเพราะได้คำถามดีๆ มาให้คิดทบทวน"
ท่านเล่าถึง การทบทวนด้วยกระบวนการ AI
(Appreciative Inquiry)
ความคิดเชิงบวก คำถามดีๆ ย่อมมาถึงคำตอบดีๆ ..
"เรามีอะไรดี เราใช้ความดีไปในเรื่องเมืองลุงสร้างสุขไปกี่เปอร์เซ็นต์ ..."
แน่นอนว่าคำตอบดีๆ ที่ได้นั้นคุ้มค่ากับการมาทบทวนร่วมกัน ความคิดดิฉันมันเชื่อมโยงไปถึง
ประสบการณ์การงานวิจัยภาคสนามในชุมชนปะอาว ดิฉันอาจด้อยประสบการณ์
คำตอบที่ได้รับจากเทคนิคเดียวกันถึงแตกต่างกันมากนัก!

ข้อเท็จจริงคำตอบที่ได้รับ 'ดีเกินคาด' ด้วยซ้ำไป
เพียงแต่มันไม่ใช่ของจริง!

ลูกสาวคนเล็ก มีโอกาสช่วยงานดิฉันในช่วงนี้พอดี ถึงกับวิพากษ์วิจารณ์ว่า
"ถ้าแม่เหมือนนักวิชาการบางคน คงเขียนออกมาดี๊ดี"
"แม่จะเขียนยังไง"

แม่ก็เขียนตามข้อเท็จจริงซิลูก แม่จะถ่ายทอดอีกเมื่อมีโอกาส อย่างวันนี้ไงลูก 'เพื่อให้ผู้สนใจรับทราบ
เข้าใจ เข้าถึงจิตวิญญาณของการทำงานวิชาการ (ภาคปฏิบัติ) อย่างแท้จริง' ตามเจตนารมย์ของแม่
ดิฉันใช้กระบวนการประชาพิจัยและพัฒนา (People Research and Development : PR&D)
ในการพัฒนาชุมชนนี้ ในเวทีการเรียนรู้แนวคิดในการทำ PR&D ในช่วงลงมือปฏิบัติ ยังคงมีผู้นำ
บางคนที่ยึดติดอยู่กับภาพอำนาจนิยมในการพัฒนาชุมชน เขาให้ความร่วมมือเพียงเพื่อเสนอหน้า
ให้รู้ว่ามาเข้าประชุมเท่านั้น บางคนมีพฤติกรรมดีแต่พูด งานไม่ทำ แบ่งงานให้คณะทำงานในทีมไปทำ
หมด จนตนเองไม่มีอะไรต้องทำ และไม่ค่อยมาร่วมกิจกรรมอื่นๆ

..ในวันประชุมสรุปการเรียนรู้การเก็บข้อมูลรายรับรายจ่ายหนี้สิน
เมื่อถึงลำดับที่หมู่บ้านหนึ่งจะสรุป คณะทำงานก็ขยับตัวเพื่อลุกขึ้นมาพูด ผู้นำของเขารีบลุกขึ้นยืน
หยิบไมโครโฟนมาพูดอย่างคล่องแคล่วเหมือนตนเองทำมากับมือ เป็นการตัดหน้าคนทำงานจริงๆ
ส่วนผู้ทำงานมากับมือนั้นกลับไม่ได้พูด เมื่อได้รับการปลอบใจก็กล่าวอย่างทำใจว่า
"หนูชินแล้วละ เขาเป็นอย่างนี้แหละ ผู้นำคนอื่นก็เป็นอย่างนี้ ไม่ต้องทำอะไรเลยก็พูดเป็นฉากๆ"
"คนทำไม่ได้พูด คนพูดไม่ได้ทำ"
ดิฉันต้องปลอบใจและให้คุณค่าแก่เธอว่า แม้เธอไม่ได้พูดแต่เธอก็ทำงานทุกขั้นตอน หากมีการทำ
ประชาพิจัยและพัฒนาครั้งต่อไป เธอจะสามารถทำได้ทุกอย่างด้วยตัวเธอเอง

ดิฉันหวลนึกถึงคำเตือนของพระครูสุตบูรพาสถิต ผู้นำชุมชนฝ่ายสงฆ์ ที่คอยเตือนดิฉันหลายครั้ง
หลายหนว่า
"หมอระวังนะ จะถูกชาวบ้านหลอก"
ท่านหมายถึง การให้ข้อมูลเท็จด้วยความประสงค์ดี แต่เป็นเจตนาร้ายสำหรับงานวิจัย
อย่าบอกนะ .. ว่ายินดีให้หลอก

--------

จากบันทึก 'ทำความเข้าใจกันก่อน : วัตถุประสงค์ของการเผยแพร่ผลงานวิชาการ'
ดิฉันตกลงบริการกับผู้อ่านว่าสมุด 'ทำเป็นเรื่อง' เล่มนี้ จัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่ผลงานวิชาการของ
ตนเอง วัตถุประสงค์หลักเพื่อถ่ายทอดประสบการณ์งานวิจัยภาคสนาม เพื่อให้ผู้สนใจรับทราบ
เข้าใจ เข้าถึง จิตวิญญาณของการทำงานวิชาการ (ภาคปฏิบัติ) อย่างแท้จริงค่ะ