คำว่า โยนกล้านาโยน" ผมยืมครูนิรุตมาใช้ หลังจากกิจกรรมเชิงปฏิบัติการทำนา ประจำปีการศึกษา ๒๕๕๖ เริ่มต้นและเสร็จสิ้น ในขั้นตอนแรก ที่ไม่ใช้การดำนาแต่ใช้การโยนต้นกล้าลงไปในแปลงนา ตรงนี้นี่เอง จึงเรียกว่า "นาโยน" ที่สนุกกว่าดำนาตามปกติ และเนื้อตัวไม่ต้องเปื้อนด้วย และสามารถร่วมกิจกรรมได้ทุกเพศทุกวัยจริงๆ


ช่วงเช้า มีทำบุญตักบาตร เป็นครั้งแรกในรอบ ๑๐ ปี ด้วยมีเสียงเรียกร้องจากผู้ปกครอง จึงต้องจัดไป  รู้สึกเหนื่อยกับการเตรียมการและใช้เวลามาก แต่ก็ผ่านไปด้วยดี เป็นที่ถูกใจผู้เฒ่าผู้แก่ที่มาร่วมงาน จากนั้นเข้าสู่พิธีการเทิดพระคุณแม่ ให้ลูกได้มอบดอกมะลิและกราบเท้าแม่ สวมกอดแม่ผู้เป็นที่รักอย่างซาบซึ้งใจ


ต่อด้วยกิจกรรมการแสดง ของอนุบาล ๑ - ๒ เป็นชุดเต้นประกอบเพลงลูกทุ่ง งานนี้ลุ้นกันพอสมควร แต่ก็เต้นได้ตลอดรอดฝั่ง  สำหรับชั้น ป.๑ - ๒  มีการร่ายรำประกอบเพลง "ลาวดวงเดือน" เพลงไทยเดิมที่น่าฟัง นักเรียนฝึกซ้อมนานและรำสวย รำเป็นคู่หญิงชาย น่ารักมาก เรียกเสียงปรบมือกึกก้องห้องประชุม


แม่หลายคนไม่เคยดูไม่เคยฟัง กลองยาวประยุกต์ วันนี้ก็จัดไป ต่อด้วยเพลงพื้นบ้าน เพลงเกี่ยวข้าว และ เพลงพวงมาลัย ตบท้ายด้วยบทเพลงประจำโรงเรียน (มาร์ชหนองผือ) และคุณธรรมหนองผือ ในจังหวะสามช่า  นานๆจะได้เร้าใจแบบนี้สักครั้ง


ผู้ปกครองคิดว่าจบรายการ แต่เราก็แถมให้ ด้วยการให้ลูกขึ้นเวที พร้อมแม่ รับเงินรางวัลและเกียรติบัตร ระดับเหรียญทอง จากการเขียนความเรียงเทิดพระคุณแม่ โดยผมได้รับการสนับสนุนจาก ดร.ปริมจิรา ทัดบุปผา ซึ่งท่านได้ให้ความอนุเคราะห์เมื่อคราวเปิดเทอมใหม่ๆ ยังมีเงินทุนเหลืออยู่  วันนี้มอบให้ไป ๒๑ คน คนละ ๒๐๐ - ๓๐๐ บาท บอกเด็กว่าครูอยากให้เธอนำเงินรางวัลนี้ไปซื้ออุปกรณ์การเรียนเพิ่มเติม หรือส่วนหนึ่งจะฝากออมทรัยพ์ไว้ก็ได้


เมื่อรับประทานอาหารกลางวันเสร็จแล้ว ราวๆ ๑๒.๓๐ น. ครูนิรุตเรียกนักเรียนและเชิญชวนผู้ปกครองทุกคน ที่ยังไม่มีทีท่าว่าอยากกลับบ้าน ลงสู่แปลงนา ที่มีน้ำและดินเลน ดูเป็นนาที่อุดมสมบูรณ์ ครูนิรุต เกริ่นนำให้เห็นความสำคัญของการทำนาปลูกข้าว ตามวิถึชีวิตของเกษตรกรไทย ที่ควรรักษาไว้ และสาธิตการโยนกล้าที่ถูกต้องเหมาะสม มาถึงตรงนี้ ทุกคนที่ยืนฟังก็ออกอาการอยากจะโยนเสียแล้ว


ครูนับ ๑ ..๒.....๓ ต้นกล้าก็หลุดลอยจากมือเด็กและผู้ใหญ่ ขึ้นสู่อากาศ และตกลงสู่พื้นน้ำในนา เสียงไชโยโห่ร้องด้วยความสะใจและสนุกสนานดังไปทั่วบริเวณ โยนกันคนละ ๔ -  ๕ ต้น ต้นกล้าก็เกือบหมด ครูนิรุตต้องบอกให้พอ เพราะที่เหลือจะเก็บไว้ซ่อมแซมในส่วนที่โยนไม่ถึง


ช่วงบ่าย ผมออกไปเป็นคณะกรรมการประเมินสถานศึกษาพอเพียง โรงเรียนที่อยู่ใกล้ๆ ก่อนไปเห็นครูนิรุตมองท้องฟ้าที่มึดครึ้ม และบอกผมว่าถ้าฝนตก น้ำในนาจะมากเกินไป ดินเลนจะไหลเข้านา ต้นกล้าจะเสียหายได้


คุณพระช่วย บ่ายวันนี้..ฝนตกหนักมากๆ ...ช่วงเย็นผมกลับเข้าโรงเรียน ยังพอมองเห็นต้นกล้าลอยคอ และพร้อมจะจมน้ำต่อไป  อย่างไรก็ตามพรุ่งนี้ มีโอกาสรอดเยอะ....แต่ถ้าฝนตกหนักอีกในคืนนี้ล่ะ.....โอย...ไม่อยากจะคิดเลย