ผนังภายในวิหารมีภาพปูนปั้นเรื่องพุทธประวัติ ตอนพระพุทธองค์ทรงม้า เสด็จออกบรรพชา ลักษณะเป็นศิลปะอยุธยาตอนกลาง

     วิหารพระทรงม้า  อยู่ติดกับองค์พระมหาธาตุเจดีย์ด้านทิศเหนือ  ตรงกลางวิหารมีบันไดทางขึ้นไปสู่ลานประทักษิณรอบองค์พระมหาธาตุเจดีย์

     ภายในวิหาร  ตรงบันไดแรกขึ้น  มีรูปปั้นผู้อารักขาพระมหาธาตุเจดีย์ทั้งสี่ทิศ 

     ทิศเหนือ  เป็นรูปยักษ์ท้าวกุเวร  ทิศตะวันออก  เป็นรูปยักษ์  ท้าวธตรฐ  เชิงบันไดสู่พระองค์มหาธาตุเจดีย์เป็นรูปพญานาค  ๗  หัว  ๗  หาง  ส่วนบนหัวเสาเหนือบันไดทั้งสองฝั่งทำเป็นรูปพญาครุฑ  ฝั่งทิศตะวันตก  เป็นท้าววิรุฬปักษ์  ส่วนทางทิศใต้  เป็นท้าววิรุฬหก  ตามทางขึ้นยังประดับด้วยรูปปั้น  สัตว์พยนต์  อีกหลายชนิด

     เมื่อขึ้นบันไดไปขั้นสูงสุด  ทางผนังตะวันออกมีรูปปันภาพพระพุทธบาท  ทางฝั่งตะวันตกเป็นรูปพระหลักเมือง  พระทรงเมือง  ถัดมาบริเวณข้างประตูเป็นรูปปั้น  กษัตริย์ลังกาในท่านั่งแพนงเชิง  ทางทิศตะวันออก  คือ  ท้าวขัตตุคาม  และทางทิศตะวันตก  คือ  ท้าวทศคามรามเทพ  ปลายบันไดซึ่งทอดขึ้นไปบนลานประทักษิณ  มีบานประตูไม้สักขนาดใหญ่แผ่นหนา  ฝีมือแกะสลักสวยงามวิจิตรพิสดารมาก  บนด้านซ้ายแกะสลักเป็นรูปพระพรหมบานประตูด้านขวาเป็นรูปพระนารายณ์

      บานประตูไม้ขึ้นสู่ลานประทักษิณ จำหลักไม้รูปพระพรหมและพระนารายณ์ ศิลปอยุธยาตอนต้นราวพุทธศตวรรษที่ 17-19 นับเป็นศิลปกรรมชั้นเยี่ยมชิ้นหนึ่งของชาติ (พัฒนชัย ธีรพงศ์พัฒนา)

บานประตูไม้ขึ้นสู่ลานประทักษิณ  พระพรหม  พระนารายณ์

ประตูจะเปิดเพื่อให้ผู้คนนำผ้าขึ้นห่มองค์พระเจดีย์  บริเวณหน้าประตูวิหารพระฟ้า  มีระฆังสัมฤทธิ์ขนาดใหญ่  จารึกว่าสร้างในสมัยพระนารายณ์อยุธยา

วันแห่ผ้าขึ้นพระธาตุ  คือ  วันมาฆบูชา  ของทุกปี

แต่ถ้าหากไม่อยากเบียดกับผู้คนที่ล้นหลามก็สามารถถวายผ้าห่มองค์พระเจดีย์ธาตุได้ทุกวัน