"... ไม่มีอะไรยิ่งใหญ่ไปกว่าความรักของพ่อแม่อีกแล้ว ..."

 

การสอนภาคเรียนนี้ (๑/๒๕๕๖) ไม่เคยทิ้งกระบวนการสร้างความตระหนักรู้ให้กับลูกศิษย์
ถึงแม้ว่า ผมพอจะประเมินตัวเองได้ว่า เรายังสอนได้ไม่ดีเท่าที่ควร
ด้วยปัจจัยเหตุอะไรหลาย ๆ อย่าง

ก่อนวันสอบกลางภาค การสร้างความตระหนักรู้เกิดขึ้นจากการให้นักศึกษาวิเคราะห์
วีดิทัศน์การสัมภาษณ์ "พ.อ.นพ.พงศ์ศักดิ์ ตั้งคณา"

หลังจากนั้นเมื่อเข้าสู่การสอบกลางภาค
ข้อสอบอัตนัยข้อหนึ่งจึงถามถึงความเปลี่ยนแปลง
มุมมอง วิธีคิด และการใช้ชีวิตหลังจากนั้น

แล้วผมก็ได้พบคำตอบที่แสนประทับใจ
จากนักศึกษาเอกดนตรีคนหนึ่ง

ต้องบอกว่า นี่แหละวัตถุประสงค์ที่แท้จริง
ที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงตัวเอง
เมื่อเขาเข้าใจและเกิดความสำนึกด้วยตนเอง

โดยครูไม่ต้องบังคับอะไรเลย

เขาก็พร้อมที่จะทำด้วยหัวใจของความเป็นลูกอยู่แล้ว

 

..........................................................................................................................................................................
 

 

คำตอบจากข้อสอบอัตนัย ...
 


 

หลังจากการได้ชมวีดิทัศน์ มุมมอง วิธีคิด การใช้ชีวิตของดิฉันเปลี่ยนไปมาก 
ให้เวลาและให้ความสำคัญกับคนในครอบครัวมากขึ้น 
 

สิ่งแรกที่ดิฉันกลับไปถึงบ้าน คือ 
 

ทำกับข้าว รอพ่อและแม่กลับมาจากที่ทำงาน 
และเตรียมพวงมาลัยดอกมะลิ ไว้รอกราบขอขมาพ่อกับแม่ 
 

ฉันไม่เคยทำแบบนี้มาก่อนในชีวิต รู้สึกกังวล เขินอาย ไม่กล้า 
สุดท้ายก็คิดว่า เราโชคดีแค่ไหนที่มีพ่อและแม่ให้กราบ ให้กอด

ดิฉันไม่รอช้า ก็ไปจัดกาละมังใส่น้ำ ใส่น้ำอบ และลอยกลิ่นกุหลาบนิดหน่อย
ไปล้างเท้าให้พ่อกับแม่ พร้อมให้พวงมาลัยดอกมะลิ กราบเท้าท่าน 
 

ซึ่งไม่รู้ว่าน้ำตามันไหลออกมาตอนไหน 
 

ดิฉันล้างเท้าของท่านทั้งสองที่มันหยาบกร้านจากการทำงาน
หาเงินส่งดิฉันเรียนด้วยความทะนุถนอม

ค่อย ๆ ลูบ ค่อย ๆ ล้าง แล้วก็จูบเท้าของท่าน 
กราบขอขมาในสิ่งที่เคยทำไม่ดีไว้ 
 

สิ่งที่ทำให้น้ำตาไหล คือ สิ่งที่ผิดพลาดในอดีต 
และการตอบแทนบุญคุณพ่อแม่ว่า 
 

ต่อไปนี้อย่าทำให้พวกท่านเสียใจ 
 

พ่อกับแม่ถามฉันว่า อะไรดลใจให้ทำแบบนี้ 
ดิฉันก็ตอบท่านว่า ได้ดูวีดิทัศน์ ดิฉันเห็นการคลอดลูก 
 

มันคงจะเจ็บปวดทรมานมาก ดิฉันเห็นข้อคิด 
อาจารย์หมอสอนการดำเนินชีวิต และ
การตอบแทนพระคุณบิดามารดา 
 

ดิฉันก็ถามแม่ว่า ตอนที่แม่คลอดดิฉันออกมา แม่เจ็บไหม 
แม่ตอบว่า ไม่เจ็บ เพราะแม่เจ็บมา ๙ เดือน 
แล้วอีก ๑ วันที่คลอดลูก แม่มีความสุขที่สุด 
 

และสิ่งที่ทำให้แม่เจ็บที่สุด 
ถ้าลูกของแม่ที่ทะนุถนอมมา ๙ เดือน เป็นคนไม่ดี 
ไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ดิฉันรู้ว่าพ่อแม่รักฉัน 
ถึงแม้ท่านจะไม่แสดงออก 
 

หลังจากกินข้าวเสร็จ ฉันก็นั่งดูทีวีแล้วก็กอดท่าน 
ฉันให้สัญญากับตัวเองและพ่อกับแม่ว่า 
 

ฉันจะเป็นลูกที่ดี เป็นคนดี และใช้ชีวิตอย่างระมัดระวัง
 

 

................................................................................................................................................................................
 

 

เมื่ออ่านจบ เราอาจจะพบว่า มีน้ำใส ๆ จากตาไหลลงมาเองโดยไม่รู้ตัว

"ใครสักคน" บอกผมว่า ผมดึงสิ่งดี ๆ จากเด็กเหล่านั้นออกมาให้มากกว่าสิ่งที่ไม่ดี

สิ่งดี ๆ เหล่านั้นจะกลบสิ่งที่เป็นข้อบกพร่องของเด็ก
และคอยนำทางให้พวกเขาเดินทางไปสู่เส้นทางที่ดี ๆ 
อย่างที่พวกเขาไม่เคยนึกถึงมาก่อน

พ่อแม่อาจสอนไม่ได้มากเท่ากับครูสอน

นี่เป็นหน้าที่ของครูโดยตรง ยิ่งกว่าวิทยฐานะที่อยากได้กันเสียอีก

 

ผมตอบคุณได้ ๑ อย่าง ...

 

คำตอบจากข้อสอบอัตนัยข้อนี้ ... บรรลุวัตถุประสงค์การสอนของผมแล้ว

 

บุญรักษา ลูกที่ดีทุกท่านครับ ;)...