สารสกัดสารสกัดจากเฟลลินัส ลินเตียส



สารสกัดจากเห็ดเฟลลินัส ลินเตียส (Phellinus Linteus) 

  ปัจจุบันมีสารสกัดจากเห็ดเฟลลินัส ลินเตียส (Phellinus Linteus) ซึ่งสารสกัดที่ได้นี้มีการใช้กันอย่างยาวนานในแถบเอเชียตะวันออก เพื่อป้องกันความเจ็บป่วยมากมายหลายชนิด เช่น ความผิดปกติของระบบกระเพาะอาหารและลำไส้ ท้องเสีย อาการตกเลือด และโรคมะเร็ง นักวิจัยจำนวนมากได้พยายามเปลี่ยนสารสกัดชนิดนี้ให้กลายเป็นการรักษาที่ฝั่ง ตะวันตกยอมรับ 

โดยได้ทดลองว่าสารสกัดจากเห็ดเฟลลินัส ลินเตียส ไม่เพียงแต่จะกระตุ้นฮอร์โมนและเซลล์ที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันและ ช่วยระงับการอักเสบจากสิ่งกระตุ้นต่าง ๆ แต่ยังสามารถไปยับยั้งการเจริญเติบโตและการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็งได้อีก ด้วย มีหลักฐานมากมายจากกลุ่มนักวิจัยต่าง ๆ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าสารสกัดจากเห็ดเฟลลินัส ลินเตียส ทำให้เกิดการตายของเซลล์มะเร็งในสัตว์ทดลองและมนุษย์แบบ apoptosis โดยไม่ก่อให้เกิดความเป็นพิษต่อเซลล์อื่น ๆ ที่เป็นปกติได้

เมื่อเร็ว ๆ นี้ได้มีรายงานการวิจัยพบว่าสารสกัดจากเห็ดเฟลลินัส ลินเตียส สามารถเสริมฤทธิ์ยาเคมีบำบัดในปัจจุบันในการต่อต้านเซลล์มะเร็ง ซึ่งสารชีวโมเลกุลที่สกัดจากเห็ดเฟลลินัส ลินเตียส ออกมาย่อย ๆนั้นล้วนแต่เป็นสารประกอบที่ได้รับการยืนยันแล้วว่า เป็นสารช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเพื่อต่อต้านและป้องกันการ เกิดโรคต่าง ๆ โดยเฉพาะมะเร็ง ซึ่งได้แก่ สารโพลีแซคคาไรด์ (Polysaccharides) ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน สารโปรติโอไกลแคน (Proteoglycans) ช่วยต่อต้านการอักเสบ สารไซโคลเฟลลิทอล (Cyclophellitol) ช่วยบำรุงตับ สารฮิสพิดิน (Hispidin) ช่วยต้านอนุมูลอิสระ และสารฮิสโปลอน (Hispolon) ช่วยต้านมะเร็ง 

  ความสามารถของสารสกัดจากเห็ดเฟลลินัส ลินเตียส ในการเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันมีอยู่มากมายและส่วนมากขึ้นอยู่กับระบบ สรีรวิทยาของเซลล์ สารสกัดจากเห็ดเฟลลินัส ลินเตียส ได้ทำให้เกิดการตอบสนองหลายอย่างในระดับเซลล์ ช่วยฟื้นฟูสมดุลของระบบภูมิคุ้มกัน การศึกษาต่าง ๆ แสดงให้เห็นว่าสารสกัดจากเห็ดเฟลินัส ลินเตียส  เป็นสารควบคุมภูมิคุ้มกันซึ่งมีความสามารถในการกระตุ้นเซลล์เม็ดเลือดขาวที่ เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย เช่น ทีลิมโฟไซต์ บีลิมโฟไซต์ เอ็นเคเซลล์ เดนไดรติก เซลล์ และเซลล์แมคโครฟาจ ซึ่งทำให้ร่างกายสามารถต่อสู้และกำจัดสิ่งแปลกปลอมต่าง ๆ ที่เข้ามาในร่างกายได้อย่างปกติ

จึงจะเห็นแล้วว่าสารสกัดจากเห็ดเฟลลินัส ลินเตียส สามารถช่วยป้องกันการเกิดโรคต่าง ๆ โดยเฉพาะโรคมะเร็งได้เป็นอย่างดี และสามารถเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งในระยะต้น ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ห่างไกลมะเร็งก็ห่างไกลจากอาการอีดีด้วย



    ( ขอบคุณภาพจากอินเทอร์เน็ต)


 เฟลินัส ลินเตียส เป็นสารป้องกันมะเร็งที่มีประสิทธิภาพ แต่ยังไม่สามารถฆ่า หรือยับยั้งมะเร็งได้โดยตรงหากเป็นการกระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกายให้ต่อสู้กับโรคทางอ้อม เฟลินัสลินเทียส ช่วยควบคุมการจำลองตัวเองดีเอ็นเอในเซลล์มะเร็ง  นอกจากนี้สารสกัดจากเฟลินัส ลินเทียส ยังเป็นสารกระตุ้นโดยร่างกายมีการตอบสนองโดยการหลั่งภูมิคุ้มกันนิดหนึ่งทำให้เพิ่มจำนวน  IL-1, IL-2, IL-4 และ IF-Yเพิ่มขึ้นหรือกระตุ้นสารป้องกันต่าง ๆ ออกมา ทำให้ภูมิคุ้มกันเพิ่มขึ้นสาร BRN (Biological Respond Modifier) เหล่านี้ปกติเรียกว่าสารภูมิคุ้มกัน 


นอกจากนี้เฟลินัส ลินเตียสยังช่วยปรับระบบภูมิคุ้มกัน และกระตุ้นการแบ่งเซลล์ปัจจุบันนักวิจัยได้วิจัยเฟลินัส ลินเทียส ในระดับโมเลกุล โดยสกัดสารเลคติน (Lectin) ซึ่งเป็นสารที่ทำให้คาร์โบไฮเดรตเกาะเกี่ยวกันเลคตินสามารถกระตุ้นการเพิ่มจำนวนของเซลล์ภูมิคุ้มกันส่งเสริมการหลั่งไซโตคายน์ (Cytokines) และกำจัดอนุมูลอิสระดังนั้นสารนี้จึงช่วยปรับระบบภูมิคุ้มกัน (Immuno-modulatory) และรักษาตับ (Hepatorotective)


มนุษย์กับมะเร็งอยู่ด้วยกันถือเป็นเรื่องปกติ การมีเซลล์มะเร็งเพียง 1-2 เซลล์อยู่ในร่างกายยังไม่เรียกว่าเป็นโรคมะเร็งจากการผ่าพิสูจน์ศพผู้ป่วยที่ไม่ได้เสียชีวิตจากโรคมะเร็งพบว่าร้อยละ 25 มีเนื้องอกอยู่ในร่างกายและก้อนเซลล์และก้อนเนื้องอกเหล่านี้ถูกเซลล์ของระบบภูมิคุ้มกันล้อมไว้จนขยายตัวไม่ได้ตามปกติคนที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็งต้องมีก้อนเนื้องอกที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางขนาด 1 เซนติเมตร และมีน้ำหนัก 1 กรัม เซลล์ 1 เซลล์ มีน้ำหนัก 1 ส่วนใน 100 ล้านกรัมแสดงว่าเนื้องอกมะเร็งที่มีขนาด 1 กรัมต้องมีเซลล์มะเร็ง 100 ล้านเซลล์ซึ่งกว่าจะโตจนน้ำหนัก 1 กรัม ต้องใช้เวลานานเช่นหากได้รับการตรวจพบมะเร็งต่อมลูกหมากเมื่อมีอายุ 60 ปีแสดงว่าเซลล์มะเร็งตัวแรกเกิดขึ้นเมื่ออายุ 24 ปี ในระยะเวลา 36 ปีนี้เรียกว่าช่วงฟักตัวของเซลล์มะเร็งซึ่งในช่วงนี้เราจะสามารถควบคุมหรือรักษาโรคมะเร็งได้


ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าชั่วชีวิตคนเราจะมีเซลล์ที่อยู่ในร่างกายประมาณ 60 ล้านล้านเซลล์ จำนวนเซลล์ปกติที่มีโอกาสจะกลายเป็นเซลล์มะเร็งที่ประมาณ 1,000 ล้านเซลล์แต่ส่วนใหญ่จะไม่เป็นโรคมะเร็งเพราะระบบภูมิคุ้มกันทำงานอย่างมีประสิทธิภาพนั่นเอง


ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายสามารถตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงของเซลล์และฆ่าเซลล์ที่เป็นมะเร็งเพราะในเซลล์ระบบภูมิคุ้มกันเช่น NK เซลล์และเซลล์แมคโคราฟาจสามารถป้องกันและฆ่าเชื้อได้ถ้าเรารักษาระบบภูมิคุ้มกันให้เป็นปกติ ร่างกายเราจะไม่เป็นโรคแน่นอนยกตัวอย่างเช่น โรคเอดส์ AIDS สาเหตุของโรคนี้คือระบบภูมิคุ้มกันเสื่อมลงเรื่อย ๆจนในที่สุดร่างกายไม่มีภูมิคุ้มกันเชื้อโรคและไวรัสสามารถเข้ามาทำลายร่างกายได้ 

ที่ประเทศเกาหลี เฟลินัส ลินเทียส ได้รับการอนุมัติจากองค์การอาหาร และยาให้ใช้เป็นยารักษาโรคมะเร็งได้เช่นกันประเทศจีน ญี่ปุ่น หรือประเทศอื่น ๆ ต่างมีรายงานมากมายเกี่ยวกับเฟลินัสลินเทียส ว่าสามารถรักษาโรคมะเร็งได้ซึ่งในปัจจุบันนี้มีรายงานยืนยันว่าเฟลินัส ลินเทียสสามารถรักษาโรคมะเร็งได้ดีเช่นกัน ดังนั้นการใช้เฟลินัส ลินเทียสเสริมการรักษาและช่วยป้องกันมะเร็งจึงเป็นทางเลือกที่ได้รับการพิสูจน์ทางแพทย์หลายประเทศแล้ว




สารสกัดจากเฟลลินัส ลินเทียส

ที่มีคุณสมบัติในการต่อต้านโรคมะเร็งได้ สามารถช่วยส่งเสริมฤทธิ์ของยารักษาโรค มะเร็ง ซึ่งมีการค้นคว้าของนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์บอสตันในสหรัฐ อเมริกาได้ศึกษาสารสกัดจากเฟลลินัส ลินเตียส โดยได้ทดสอบผลกระทบต่อเซลล์มะเร็งต่อมลูกหมากและพบว่าเมื่อนำมาใช้ร่วมกับยา Doxorubicin หรือยาเคมีบำบัดโรคมะเร็งที่รู้จักกันดี ก็สามารถเพิ่มจำนวนของเซลล์มะเร็งที่ถูกฆ่าตายโดยยาได้มากขึ้น


การค้นพบนี้เพิ่มความเป็นไปได้ที่ส่วนประกอบของเฟลลินัส ลินเทียส สามารถนำมาใช้ร่วมกับยาเคมีบำบัดที่มีอยู่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษา สำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็งบางคน นอกจากนี้ยังอาจหมายถึงการใช้ยาเคมีบำบัดปริมาณที่ลดลงก็จะสามารถให้ผลเช่น เดียวกันได้ จากการศึกษาทางห้องปฏิบัติการแสดงให้เห็นว่าปริมาณต่ำ ๆ ของสารสกัดจากเฟลลินัส ลินเทียส หรือยาจาก Doxorubicin เพียงอย่างเดียวไม่สามารถฆ่าเซลล์มะเร็งต่อมลูกหมากได้ การใช้ยาในปริมาณที่สูงขึ้นจะสามารถฆ่าได้ แต่การใช้ร่วมกันในปริมาณต่ำ ๆ ของยา Doxorubicin กับสารสกัดจากเฟลลินัส ลินเตียส จะฆ่าเซลล์มะเร็งได้มากกว่าและไม่ได้ส่งผลกระทบต่อเซลล์ที่ปกติ


ดร.ริชาร์ด ซัลลิิแวน ผู้อำนวยการโครงการด้านการแพทย์ที่สถาบันวิจัยโรคมะเร็งสหราชอาณาจักรกล่าว ว่า ยาที่สำคัญหลายชนิดได้รับการพัฒนาจากสารธรรมชาติรวมถึง Taxol ยาต้านมะเร็งมาจาก Yew หรือเชื้อรามีส่วนในการพัฒนายาเพนนิซิลลินและยาไมเกรน Ergotamine


การใช้สารสกัดจากธรรมชาติมาช่วยในการรักษาโรคมะเร็งนั้นย่อมส่งผลดีต่อตัวคน ไข้ เนื่องจากยาหรือวิธีการรักษาโรคมะเร็งในปัจจุบันมีผลข้างเคียงต่อตัวคนไข้ มาก โดยเฉพาะการใช้ยาเคมีบำบัด ซึ่งมีผลกระทบต่อเซลล์ปกติ และเซลล์ที่เกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเป็นอย่างมาก เนื่องจากจะทำให้ไขกระดูกผลิตเซลล์เม็ดเลือดแดงน้อยลง ทำให้เซลล์เม็ดเลือดแดงนำออกซิเจนไปสู่ส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้น้อยทำให้มีอาการอ่อนเพลียไม่มีแรง มีความเหนื่อยอ่อน เซลล์เม็ดเลือดขาวต่ำกว่าปกติ ความสามารถของร่างกายในการต่อสู้แบคทีเรียและไวรัสจะลดลง จำนวนเกล็ดเลือดลดลงเวลาเกิดบาดแผลเลือดจะหยุดไหลช้า หรือแผลฟกช้ำอาจเกิดขึ้นได้ง่ายกว่าปกติ


อย่างไรก็ดีสารสกัดจากธรรมชาติบางชนิดก็ไม่สามารถสรุปว่าจะปลอดภัยเสมอไป ดังนั้นหากต้องการใช้สารสกัดจากธรรมชาติมารักษาโรคต่าง ๆ ก็ควรเลือกจากแหล่งที่มีการศึกษาทางวิทยาศาสตร์อย่างเข้มงวด มีผลงานวิจัยต่าง ๆ มากมายมารับรอง เพื่อให้มั่นใจว่ากินแล้วไม่ก่อให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพตามมาทีหลัง สำคัญที่สุดต้องมีการรับรองยานั้น ๆ จากแล็บวิจัยที่น่าเชื่อถือ จากคณะแพทย์ของประเทศเท่านั้นจึงจะเป็นยาที่น่าเชื่อถือได้



ท่านที่มีคำถามหรือต้องการขอคำปรึกษาให้ส่งจดหมายมาที่ นสพ.เดลินิวส์ เลขที่ 1/4 ถนนวิภาวดีรังสิต หลักสี่ กท. 10210 วงเล็บมุมซองด้วยว่าส่งต่อ ดร.คิว หรืออีเมล [email protected]

ดร.คิว ลานทอง

(ขอบคุณ รักษามะเร็งโดยใช้สารสกัดจากเฟลลินัส ลินเทียส เขียนโดย ดร.คิว ลานทอง จากหนังสือพืมพ์เดลินิวส์ )


ค่ะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกนะคะ ที่จะใช้รักษามะเร็ง

ด้วยความปรารถนาดี    กานดา แสนมณี 

วันเสาร์ที่ ๓ สิงหาคม พ.ศ ๒๕๕๖