เดี๋ยวนี้คนไทยรักพวกพ้องมากกว่ารักชาติแล้วหรือ
ผมสังเกต และเฝ้าติดตามสถานการณ์ของบ้านเมืองมาหลายปี รัฐบาลแล้วรัฐบาลเล่าที่หมุนเวียนผลัดเปลี่ยนกันเข้ามาบริหาร เข้ามากุมอำนาจรัฐ ฝ่ายหนึ่งขึ้นมาเป็นรัฐบาลอีกฝ่ายก็พยายามหาวิธีโค่นล้มด้วยกลวิธีต่างๆทั้งในวิถีทางแห่่งรัฐสภา วิถีทางแห่งกฎหมายและวิธีพิเศษต่างๆ บางครั้งประเทศกำลังจะก้าวหน้าไปด้วยดี ทั้งเศรษฐกิจ การเมือง การท่องเที่ยว ก็มีกลุ่่มที่ไม่ถูกกับรัฐบาล ออกมาสร้างสถานการณ์ให้ชาวต่างชาติตกใจ ผลัดกันครองอำนาจผลัดกันไล่ หวังเพียงเพื่อโค่นล้มฝ่ายตรงข้ามเท่านั้น หวังเพียงเพื่อให้พวกของตนกลุ่มของตนได้ขึ้นครองอำนาจ ชาติจะพินาศอย่างไรช่างมัน อ้างว่าอีกฝ่ายโกงกิน คอรัปชัน แต่พอฝ่ายตนได้ครองอำนาจ ก็ทำเหมือนกับที่ด่าอีกฝ่ายไว้ ผลประโยชน์ของชาติเอาไว้ทีหลัง ความสะใจของตน พวกตนมาก่อน ต่างฝ่ายต่างมองอีกฝ่ายเป็นศัตรู แทนที่จะหันหน้ามาช่วยกัน เสริมสร้างความแข็งแกร่งให้ชาติ สร้างผลงานแข่งกันให้ประชาชนตัดสินเวลาเลือกตั้ง ยอมรับการตัดสินใจของประชาชน
ผมว่าประชาชนเดี๋ยวนี้ฉลาดขึ้นมากไม่ยอมให้ใครมาซื้อเสียงง่ายๆหรอก เขาผ่านการเลือกตั้งในท้องถิ่นมาจนรู้ดีแล้วว่าต้องเลือกอย่างไร จริงอยู่แรกๆคนทุ่มเงินอาจได้รับเลือกแต่เดี๋ยวนี้ทุ่มไม่ดูตาม้าตาเรือมีหวังโดนประชาชนลงโทษ ทางที่ดีทำดีมีผลงานไว้ดีกว่า สภาพบ้านเมืองไทยคงเป็นแบบนี้ไปอีกนาน
อย่างไรก็ตามสิ่งที่คนไทยเห็นเหมือนกันก็มีอยู่และเป็นสิ่งที่ทำให้เราพอจะชื่นใจได้ คือความจงรักภักดีที่เรามีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ เห็นชัดวันที่ในหลวงและสมเด็จพระบรมราชินีนาถเสด็จแปรพระราชฐานไปยังพระราชวังไกลกังวล คนไทยทุกหมู่เหล่ารวมใจเป็นหนึ่ง แสดงความจงรักภักดีไปตลอดเส้นทาง ไม่แบ่งสี แบ่งพรรคแบ่งพวก ภาพอย่างนี้เราอยากเห็นตลอดไป