น้ำตาแม่หยดไหล...ไม่มีเสียง              มีแต่เพียงคำอวยพรพร้อมสอนสั่ง

ว่าไปดีมีชัยให้ระวัง                                   อย่าพลาดพลั้งเพราะเหตุการณ์อันตราย

พี่น้องร่วมแผ่นดินเราเขาเป็นทุกข์              ถึงเราสุขประเทศไทยไร้ความหมาย

หากทหารไม่ตายใครจะตาย                     ลูกผู้ชายเพื่อชาติพร้อมชีพยอมพลี

ถึงเป็นพลทหารจากบ้านนอก                        แม่ก็บอกให้ภูมิใจในหน้าที่

ใบแดงจับรับใช้ชาติเพียงสองปี                     แต่เกียรติศักดิ์จักมีชั่วชีวิต

น้ำตาลูกก็ไหล...จะไกลแม่                          ซึ่งใจแท้ถ้อยคำนั้นตื้นตันจิต

ดั่งเปลวเทียนส่องดวงใจไม่มืดมิด                ส่องความคิดสู่ทิศทางสร้างความดี

สองแขนแม่กอดลูกไว้ในห้วงรัก                   อุ่นยิ่งนักวันจะลาสู่หน้าที่

ก้มกราบเท้าซับมงคลล้นชีวี                         ไปครั้งนี้เพื่อทดแทนคุณแผ่นดิน


     บนถนนสายหนึ่ง-ปัตตานี                          หลังจากเขาทำหน้าที่จนเสร็จสิ้น

คุ้มครองครูและนักเรียนจนเหงื่อริน                 ลมประทิ่นกลิ่นเช้าพอชื่นใจ

แต่กลับเป็นเช้าวันอันโชคร้าย                        เงาความตายทอทาบอยู่หารู้ไม่

พอระเบิดดังลั่นขึ้นทันใด                               สิ่งที่เหลือคืออะไรในยามนี้ ?

เพื่อนทหารสองนายใกล้ใกล้เขา                   ภาพน่าเศร้าจมกองเลือดเกินหลีกหนี

แขนไปทางขาไปทิศปลิดชีวี                         เขาเลือดปรี่เจียนหมดกายทุรายทุรน

ลมหายใจในเรือนร่างอันรุ่งริ่ง                        ยิ่งเหลือยิ่งเจ็บปวดรุมทุกขุมขน

พอสองมือได้กำหมัดกัดฟันทน                    จึงรู้ตนว่าบัดนี้รอดชีวา

ภาพหนึ่งพลันผุดให้เห็นเป็นภาพแม่             ดีใจแท้ได้รอดตายกลับไปหา

พอได้ยินเพลงชาติแว่วแผ่วลมมา                จะยืนตรงแต่ทว่า.....ขาไม่มี


     ทุกวันแปดนาฬิกาหน้าตลาด                   หนุ่มขาขาดนั่งรถเข็นมาที่นี่

คนเห็นเขาร้องเพลงชาติองอาจดี                 ก่อนร้องขายลอตเตอรี่เลี้ยงชีวิต.

---------------------------------------

เหตุการณ์ตอนแปดนาฬิกา ของ จักรินทร์  สร้อยสูงเนิน

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๑  : บทร้อยกรองชนะเลิศ กลุ่มนิสิต นักศึกษา ประชาชน

ก้าวที่สองวรรณกรรมรามคำแหง ปี ๒๕๕๕