GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

มาเรียนที่นี่แล้วชอบอะไรมากที่สุด

“Tuum est” = "it is up to you" to make the most of your education - UBC Motto (1915)

เมื่อวานได้ email คุยกับพี่ตุ๊ แล้วพี่ตุ๊ะถามว่ามาเรียนที่นี่ชอบอะไรมากที่สุด



UBC 

 เราตอบไปว่า ชอบหลายอย่าง

  • อย่างแรกคือ ที่นี่เรียนข้ามคณะได้ง่ายมาก เราดีใจที่ได้ลงเรียนหลายวิชานอกคณะ ได้รู้จักคนหลากหลาย                ไม่ใช่แค่กับคณะแพทย์ พยาบาล เภสัช เหมือนตอนอยู่เมืองไทย            แต่ได้เรียนได้รู้จักคนจากคณะสังคมสงเคราะห์ (คนละอารมณ์กับสัง'เคาระ มธ. มาก) สตรีศึกษา  ประวัติศาสตร์ 
    มนุษยวิทยาฯลฯ
  • อย่างที่สองคือ ประทับใจมากๆในระบบห้องสมุดและ IT ห้องสมุดมีหลายสาขา มีหนังสือเยอะ มี workshopตลอด สอนการใช้ search engine ทั้ง databaseของวิทย์ของศิลป์,    สอน reference manager/endnote, สอนแม้กระทั้งการใช้ google ให้ถูกวิธี journal online ก็เยอะมาก แทบไม่ต้องใช้ เครื่องถ่ายเอกสารเลย แถม access จากที่บ้านก็ได้ อีกอย่างที่เด็ดมากๆคือ มี wireless ทั้ง มหาวิทยาลัย นั่งตรงไหนก็ online ได้ แล้วล่าสุด ทางมหาวิทยาลัยทำสัญญากับ wireless provider ระดับเป้ง ให้นักเรียนใช้ wireless (fatport) นี้ได้ทั่ั้วแคนาดาฟรี! ไปโรงแรม ร้านกาแฟก็ใช้ internet ได้สบายๆ
  • อย่างที่สามและสำคัญมากๆ คือ อ.ที่ปรึกษา ท่านเป็นคนที่เปิดกว้างมากๆ แล้วก็รอบรู้ ไม่ใช่แค่เรื่องแคบๆลึกๆ แต่รู้กว้างมาก สอนให้เรามองอะไรกว้างๆ มองให้เห็นถึงที่มาที่ไป ให้สนใจประวัติศาสตร์ ให้วิเคราะห์ถึงราก นอกจากเรื่องการเรียนการวิจัยแล้ว ท่านก็เป็นตัวอย่างที่ดีในการใช้ชีวิต ขี่จักรยานมาโรงเรียนทุกวัน ไม่ขับรถ วิ่ง jogging ทุกวัน ตอนพักเที่ยง อารมณ์ดี ไม่เคยโมโหให้ใครเห็น อารมณ์ขันก็เป็นเลิศ รักษาสิ่งแวดล้อม ประหยัดแต่มีรสนิยม ข้อเสียที่คิดได้อย่างเดียวคือ ขี้ลืม!
  • ที่ชอบการศึกษาที่นี่อีกอย่างคือบรรยากาศของเมือง อยู่ง่ายอยู่สบาย คนเปิดกว้างหลากหลายวัฒนธรรม รักธรรมชาติ รักท้องถิ่น รักร้านโชว์ห่วย recycle จริงจัง ระบบขนส่งมวลชนเป็นเลิศ
  • ประการสุดท้าย นักเรียนป. เอกทุกคนไม่ต้องเสียค่าเล่าเรียน!


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): blogphd
หมายเลขบันทึก: 54382
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 9
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (9)

   นับเป็นอีกผู้หนึ่งที่ได้รับโอกาสที่ดีกว่าอีกหลายๆคนนะครับ    ขอให้ใช้โอกาสนี้ให้คุ้มค่าที่สุด และอย่าลืมเขียนมาเล่าให้ฟังอีกนะครับ

  ปล. เขียนถึงวิธีการเรียนการสอนของที่นั่นให้ทราบบ้างก็ดีนะครับ เพื่อจะได้เอาสิ่งดีๆ มาปรับใช้ในไทย

UBC นี่ผมใฝ่ฝันว่าจะได้ไปทำ postdoc เลยครับ เคยไปเยี่ยมหนนึงครับแล้วติดใจมาก

เคยเขียนเกี่ยวกับ UBC ไว้นิดหนึ่ง "ที่บันทึกนี้" ครับ 

Really!! There is no tuition fee for PhD students.Ummh!

สวัสดีค่ะ

อ่านแล้ว ก็ให้อยากกลับไปเป็นนักศึกษาอีกค่ะ ที่ไหนมีAcademic atmosphere นักเรียนก็จะเรียนอย่างมีความสุขค่ะ

คุณ sharn

ใช่ค่ะ ตั้งแต่ปี 2003 จนถึงตอนนี้ นักศีกษาป. เอก ไม่ต้องเสียค่าเล่าเรียนถ้าเรียนจบใน 4 ปีพอขึ้นปีที่ 5 ถึงต้องเสียค่ะ

แต่ว่าปีหน้าไม่แน่แล้วค่ะ ตอนนี้ UBC มีหนี้มากเค้าอาจจะยกเลิก ยังไงถ้าสนใจต้องรีบสมัครค่ะ

แต่ถ้ามีทุนรัฐบาลมา  รัฐต้องเสียค่าเล่าเรียนให้นะคะ

ตอนนี้ทาง UBC เลยเดินสายหานร.ทุนหัวกะทิของแต่ละประเทศ จะได้มีนร.เก่งๆที่มาเสียค่าเล่าเรียนให้ด้วย

ส่วนป.โท ถ้ามาเอง ไม่มีทุนรัฐบาล นักศีกษาต่างชาติเสียค่าเล่าเรียนแค่ครึ่งเดียวค่ะ ก็ตกเทอมละ C$1500 คือมัน ปีละ C$3600 แต่ว่ามีค่ายิบย่อยเช่นค่า บำรุงต่างๆอีกนิดหน่อยค่ะ

อันนี้ยังไม่ยกเลิกค่ะ 

 

 

ขอบคุณคุณ sasinanda มากเลยค่ะ : )

 

สวัสดีครับ

หวังว่าอาจารย์คงสบายดีนะครับ

สภาพอากาศที่นั่นแปรปรวนมากไหมครับ

ผมอยู่ที่ปทุมธานี อากาศเหมือนจะเย็น แถมท้องฟ้าช่วงเย็นๆก็เหมือนจะมีฝนตกครับ

 

 

 

ประการสุดท้าย นักเรียนป. เอกทุกคนไม่ต้องเสียค่าเล่าเรียน!

ว้าว จริงหรือค่ะ

คนอายุมาก ๆ ยังรับมั้ยเนี่ย

ถามเผื่อนักเรียนมืออาชีพ..ที่บ้านค่ะ

พี่เล็กจ๋า

โครงการนี้เพิ่งยกเลิกไปปีที่แล้วนี่เองค่ะ เพราะ UBC หมุนเงินไม่ทัน สร้างตึกใหม่เยอะ แล้วก็ใช้เงินต้อนรับแขกสำคัญหลายคนซะใหญ่โต พอเปลี่ยนอธิการบดี บัญชีมันเลยเพิ่งมาโดนเปิดโปง แต่ว่าคาดว่าอีกไม่กี่ปี พอหมุนเงินได้ น่าจะกลับมาจ่ายค่าเรียนเอกให้ 100% เหมือนเดิมค่ะ ตอนนี้เค้าให้ทุนแค่ครึ่งเดียว (International Partial Tuition Scholarship) คือลดจาก $7,200 เป็น $3600 ต่อปี มัทว่าถูกกว่ามหาวิทยาลัยเอกชนบ้านเราอีก