ผู้เขียนเรียนรู้นอกระบบ มาตลอด เป็นการเรียนแบบ"ครูพักกจักจำ" เป็นการเรียน ที่ยังไม่พร้อม และเป็นการทำไปเรียนไป ซึ่งเล่าไว้ในบันทึกเก่าๆว่า เปรียบเหมือน การ "หัดในไถ"ในการเรียนรู้ และเป็นการ "หายในปี่"

    

  

     ผู้เขียนเรียนรู้นอกระบบ มาตลอด เป็นการเรียนแบบ"ครูพักลักจำ" เป็นการเรียน

ที่ยังไม่พร้อม และเป็นการทำไปเรียนไป ซึ่งเล่าไว้ในบันทึกเก่าๆว่า  เปรียบเหมือน

การ "หัดในไถ"ในการเรียนรู้ และเป็นการ  "หายใจในปี่" 

       ในการทำงาน  ในการเขียนบันทึกผ่านGotoKnow ก็ไม่มีหลักเกณฑ์ หลักการ

อะไร เขียนเพราะอยากเล่าเป็นแรงผลักดัน เมื่อมีโอกาสเรียนรู้ ในเรื่องที่สนใจหรือ

อยากรู้ ก็จะพยายามหาความรู้จากเวทีที่มีเรื่องอยากรู้อยากเรียน  แม้หลายครั้งหลาย

หน ต้องเป็นคนนอกรายการ  นอกโค้วต้า หรือนอกกลุ่มเป้าหมาย ก็ไม่ละอายที่จะ

เข้าไปเรียนรู้ด้วยความอยากรู้เป็นที่ตั้ง......


จินตนาการจากการดูหนัง ออกมาบอกตัวตนคุณยาย



         ในเวที"โครงการอบรมปฎิบัติการเวชปฎิบัติเรื่องเล่ากับการเรียนรู้ ที่ทาง 

สรพ.ได้จัดขึ้นเมื่อวันที่  9 - 12 กรกฎาคม 2556 ที่ผ่านมาพียงเห็นชื่อวิทยากรก็ยับยั้ง

ความอยากรู้ไว้ไม่อยู่นั้นคือครูแห่งการเรียนรู้ชั้นเทพ  คุณ หมอโกมาตร มีศาสตร์ และ

ศิลป์ ทั้งการเขียน และพูด ฟังท่านมาหลายเวที มีเรื่องใหม่ๆมานำเสนอทุกเวที สองวัน

ที่ไปเรียนรู้เรื่องการเรื่องเล่า ได้ซึมซับวิธีการจัดเวที  ที่ไม่ให้เวลามาตัวจำกัดการเรียน

รู้ ในทุกขั้นตอนกระบวนการ ผู้เรียนรู้ใช้เวลาได้เต็มที่ในการแลกเปลี่ยนปรึกษากันใน

วง พี่เลี้ยงก็ผ่านกระบวนการ"ปล่อยไปตามจินต์" ไม่โต้แย้ง ไม่ซักถามแต่คอยเติมเต็ม

ให้กำลังใจ ทำให้ คนเล่าเรื่อง  อยากเล่า  คนเขียนเรื่องอยากเขียน  แล้วคนในวงก็วิ

พากษ์กันเอง ซึ่งเป็น บรรยากาศ"ผลัดกันเขียน  เวียนกันอ่าน  วานกันชม" เป็นการเริ่ม

ต้นที่ดี  ที่ได้เขียนตามจินตนาการ  


จินตนาการผู้กองบรรยายได้หลายบรรทัด


        อาจารย์ ได้ ฉายหนัง  เรื่อง "อาคันตุกะยามวิกาล" แล้วให้แต่ละกลุ่ม ภายใต้ 

กติกา การสร้างฉาก/ การแนะนำตัวละคร / ปมขัดแย้งของเรื่อง/  การคลี่คลาย 

ให้ผู้เข้าอบรมเขียนบรรยายหนังที่ได้ดู ทุกคนสามารถเขียนบรรยาย ต่อเชื่อมเรื่องหนัง

ที่ได้ดูอย่างสอดคล้อง  แล้วให้แต่ละกลุ่ม บรรยายลักษณะตัวครในหนังที่ดูชม แบ่ง

เป็น กลุ่มคุณยาย กลุ่มผู้ร้าย กลุ่มตำรวจหรือผู้กอง ซึ่งแต่ละกลุ่ม บรรยายได้

สนุกสนานกว่าการบรรยายเป็นรายคน ..... 


เห็นเพียงภาพไม่ต้องอ่านคำบรรยายก็บอกความหมายว่า นี้คือโจรผู้ร้ายในหนังที่ได้ดู


       ในการเข้าร่วมเวทีที่ผู้เขียนได้ไปประชุมในหลายองค์กร หลายแห่งในช่วงบ่าย 

ถือกันว่าเป็นชั่วโมงปราบเซียน แต่นี้เป็นภาคกลางคืน ผู้เข้าร่วมประชุมอยู่เต็ม อยู่ครบ 

และร่วมกิจกรรมด้วยความสุข(สังเกตุจากรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ)  คืนที่สองที่ผู้เขียน

ได้เข้าร่วมเรียนรู้อีก เป็นอะไรที่พิเศษสุดในชีวิต ขณะที่แต่ละกลุ่ม  ฝึกเขียนเรื่องเล่า

ประทับใจ  อาจารย์ก็ กล่อมให้ผ่อนคลายด้วยเสียง เม้าท์ออแกน(หีบเพลงปาก) 

นับเป็นความสุขที่ได้มาเรียนรู้เรื่องเล่าที่มีคุณค่ายิ่งของผู้เขียน........

        "เรื่องเล่ามีบทบาทสำคัญในการเยียวยาความเจ็บป่วยเพราะช่วยให้เราเรียนรู้

และเข้าใจการบริการสุขภาพในแง่ศิลปของการเยียวยา โรคที่ต้องการความเข้าใจใน

ชีวิต และละเอียดอ่อนต่อความเป็นมนุษย์  โดยเฉพาะภารกิจที่ท้าทายวงการสุขภาพ

ในปัจจุบันนั้น  แตกต่างออกไปจากภารกิจในทศวรรษก่อนๆ  เพราะไม่เพียงเป็นภารกิจ

ที่หนักแสยหนัก แต่ยังต้องการความละเอียดอ่อน ซึ่งไม่สามารถบรรลุได้  หาก

ปราศจากพลังแห่งจินตนาการและแรงบันดาลใจจากเรื่องเล่า"

    (ความตอนหนึ่งจากเอกสารแนะนำโครงการเรื่องเล่ากับการเรียนรู้)

 วันนี้ในการเขียนผู้เขียนเป็นศิษย์มีครูในการเขียนเรื่องเล่าแล้ว  แม้จะเป็นศิษย์นอก

กลุ่มเป้าหมาย ก็ถือว่าได้กราบขอเป็นศิษย์แล้ว เพราะแอบลงทะเบียนเข้าประชุมไว้

แล้ว......

ขอบคุณ  สรพ.ที่จัดเวทีพัฒนาคน พัฒนาคุณภาพ 

ขอบคุณอาจารย์ หมอโกมาตร  จึงเสถียรทรัพย์อาจารย์เรื่องเล่า

ขอบคุณน้อง อ้อย รัตา สมบูรณ์ รพ ปากพะยูน ที่เอื้อเฟื้อห้องพัก 

ขอบคุณน้องเอ๋เบญมาศ บุญเรืองขาว รพ ป่าพยอม ที่ให้คูปองอาหาร  

ขอบคุณเพื่อนนักเรียนรู้เรื่องเล่าทุกคนทั้ง 10 กลุ่ม 

และขอบคุณ ตัวเองที่น้ำยังไม่เต็มแก้ว


กลุ่มนี้นับพี่น้องกันแล้ว มาจาก รพ เกาะยาวชัยพัฒน์ พังงา บ้านเกิด ลุงวอ


 

กลุ่มนี้คิดไม่ตกว่าจะเขียนเรื่องอะไรดี  พี่เลี้ยงช่วยหน่อย



กลุ่มนี้ น้องแหม่มจากวังน้ำเขียว เล่าชะตากรรมคนไข้แล้วทนทายาด ขาหักทั้งสามครั้ง


กลุ่มนี้ หรรษาสุดๆ น้องผู้ชาย นำเสนอได้ใจ ได้แรงอกมากๆ


น้องผู้หญิงเล่าเรื่องไปเก็บข้อมูลทำวิจัยที่เขมรมาสู่กันฟัง