บทคัดย่อ

  จากสภาพการเรียนรู้ของผู้เรียนในปัจจุบันพบว่า  ผู้เรียนส่วนใหญ่มีลักษณะอัมพาต ทางด้านความคิดในเชิงสร้างสรรค์  มีความกล้าแสดงออกในเชิงลบ  ขาดทักษะในด้านการดำรงชีวิตในสังคม  ไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อม  หรือการเปลี่ยนทางสังคมได้  ขาดความใฝ่รู้ใฝ่เรียน  พระราชบัญญัติการศึกษา  พ.ศ. 2542  จึงจัดการศึกษาที่มุ่งเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ  เพื่อให้เป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้  ทั้งเก่ง  ดี  และมีความสุข  ผู้วิจัยจึงได้ทำการศึกษาวิจัยการเรียนรู้ของนักเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4  ที่เรียนสายวิทยาศาสตร์  จำนวน  114  คน  โดยจัดการเรียนรู้ในรูปแบบการเข้าค่ายซึ่งเป็นวิธีการหนึ่งที่สามารถพัฒนาผู้เรียนได้ครบทุกด้าน  คือทางด้านสติปัญญา  ทางด้านความเฉลียวฉลาด  ทางด้านอารมณ์  และทางด้านคุณธรรมจริยธรรม ทำให้ผู้เรียน  เรียนรู้อย่างมีความสุข  มีความสามารถในการปรับตัวให้เข้ากับสังคม  มีโอกาสให้มีความกล้าแสดงออก  และยังทำให้ผู้สอนค้นพบศักยภาพและความสามารถของผู้เรียนแต่ละคน  หลังจากนั้นจึงได้ทำการศึกษาเจตคติต่อการเรียนรู้ด้วยการเข้าค่าย  โดยใช้เครื่องมือคือ แบบประเมิน และการเขียนความคิดอิสระ  หลังจากนั้นได้มอบหมายชิ้นงานให้ผลิตสื่อโดยกระบวนการกลุ่ม  กำหนดระยะเวลา 2 สัปดาห์ หลังจากการเข้าค่ายและทำการประเมินชิ้นงานตามสภาพจริง  และทำการประเมินเจตคติการผลิตสื่อหลังจากการเรียนรู้โดยการเข้าค่าย  พบว่า  เจตคติของผู้เรียนที่ได้รับการเรียนรู้โดยการเข้าค่ายมีค่าเฉลี่ยโดยรวมเท่ากับ  3.51  ซึ่งแปลความหมายได้ว่าผู้เรียนมีเจตคติที่อยู่ในระดับมากที่สุดและมีการปรับตัวทางด้านต่าง ๆ  ได้อย่างดีที่สุด  ทั้งทางด้านครูผู้สอน  เพื่อนต่างห้อง  และวิทยากรพี่เลี้ยงส่วนเจตคติทางด้านการผลิตสื่อเชิงสร้างสรรค์หลังจากการเรียนรู้โดยการเข้าค่าย พบว่ามีค่าเฉลี่ยโดยรวมเท่ากับ  3.27  ซึ่งแปลความหมายได้ว่าผู้เรียนมีเจตคติอยู่ในระดับที่มาก  และมีความภาคภูมิใจที่ได้มีโอกาสในการผลิตสื่อตามความคิดของตนเองตามใจปรารถนาและมีโอกาสในการแสดงความคิดเห็นได้อย่างเต็มที่  และจากการศึกษาผลสัมฤทธิ์โดยรวม พบว่า นักเรียนมีผลการเรียนเฉลี่ยโดยรวมในภาคเรียนที่  2  ดีกว่า  ภาคเรียนที่ 1