วิธีแก้ไขคนที่หัวใจ "แตกสลาย..."


เรื่องการประพฤติปฏิบัติธรรมถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ของทุก ๆ คนไม่มีบุคคลผู้ใดผู้หนึ่งยกเว้นเป็นกรณีพิเศษ ให้ทุกท่านทุกคนถือว่าเป็นเรื่องสำคัญนะในชีวิตประจำวันของพวกเรา  


ความเหน็ดเหนื่อยความยากลำบากถือว่าเป็นเรื่องดีที่จะให้เราได้ฝืน ได้อด ได้ทน ได้ทำความเพียร แต่ละคนแต่ละท่านน่ะพระพุทธเจ้าท่านให้สำรวจตรวจตราตัวเองว่าเรามีอะไรขาดตกบกพร่องอะไรบ้างนะ ข้อวัตรส่วนไหนของเราบกพร่อง ศีลของเราข้อไหนบ้างบกพร่องด่างพร้อย

การเจริญสติ การฝึกสมาธิ การเจริญปัญญาของเราน่ะมันดีพอมันต่อเนื่องที่จะทำให้ธรรมะของเราเจริญรุ่งเรืองงอกงามยิ่ง ๆ ขึ้นไปหรือไม่ ใจของเราสงบหรือว่าใจของเราน่ะส่งออกไปตั้งแต่ข้างนอกจนกลายเป็นพระฟุ้งซ่าน เณรฟุ้งซ่าน แม่ชีฟุ้งซ่าน อุบาสกอุบาสิกาฟุ้งซ่าน เป็นคนหัวใจแตกสลาย เป็นคนจิตใจแตกสลายไม่อยู่ในความสงบ

วิธีแก้น่ะ... พระพุทธเจ้าท่านก็สอนเราให้กลับมาหาตัวเอง ให้กลับมาหาข้อวัตรปฏิบัติ ไม่ให้คลุกคลีกับคนอื่นหรือหมู่คณะ ให้พยายามอยู่กับตัวเอง ฝึกสมาธิให้มาก สมาธิก็คือความสงบน่ะ สาเหตุที่ใจของเราจะสงบมันก็ต้องมีการนั่งสมาธิ เดินจงกรม ไม่คลุกคลีด้วยหมู่ด้วยคณะ

อย่าไปมองคนอื่นอย่าไปดูคนอื่นนะ ให้ดูกายวาจาใจตัวเอง...

คนเรียนหนังสือน่ะตั้งแต่อนุบาล ป.๑ เค้าไม่รู้เรื่องอะไรหรอก เมื่อเรียนไม่หยุด ศึกษาไม่หยุด ชีวิตของบุคคลนั้นก็ย่อมรู้จักรู้แจ้งจนได้จบด๊อกเตอร์นะ การประพฤติการปฏิบัติ  ของเราผู้ประพฤติปฏิบัติธรรมก็เหมือนกัน ก็ต้องทำความเข้าใจแล้วก็นำไปประพฤติปฏิบัติ เมื่อเราปฏิบัติไม่หยุด ภาวนาไม่หยุด ค้นคว้าทั้งเหตุทั้งผลและประพฤติปฏิบัติ เดินตามรอยของพระพุทธเจ้าที่แท้จริงน่ะ ทุกท่านทุกคนก็ย่อมเข้าถึงพระนิพพานด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้นไม่มีใครยกเว้น


ธรรมะพระพุทธเจ้าน่ะมีเหตุและมีผลเป็นวิทยาศาสตร์ พัฒนาไปจนเหนือเหตุเหนือผลที่วิทยาศาสตร์จะตามเข้าถึงไม่ได้

สิ่งเหล่านี้น่ะพระพุทธเจ้าท่านตรัสว่ามันเป็นความรับผิดชอบของเรา เป็นหน้าที่ของเรา ผู้ประพฤติปฏิบัติธรรมต้องนิ่งต้องสงบ ไม่ตื่นเต้นตามบุคคลสิ่งภายนอก ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในชีวิตประจำวันให้หยุดไว้ นิ่งไว้ แม้แต่อารมณ์ของเราจิตใจของเราก็เหมือนกัน มันเกิดอะไรขึ้นกับจิตใจของเรา พระพุทธเจ้าท่านก็ไม่ให้เราตามความคิดตามอารมณ์ ถ้าเราตามความคิดตามอารมณ์น่ะเราจะเป็นคนไม่มีสมาธิ เป็นคนที่ตกอยู่ในการมงคลตื่นข่าว

พระพุทธเจ้าท่านให้เราฝึกจิตใจให้แข็งแรง อย่าได้ตามอารมณ์ อย่าได้ตามความคิดไป

คนเราน่ะปัญหาต่าง ๆ มันไม่มีหรอก แต่เราตามอารมณ์ไป ตามความคิด ตามความอยากไปปัญหามันถึงมี ชีวิตที่ยังไม่ตายแต่มันก็ถูกเผาทั้งเป็นแล้ว

อะไรเผาล่ะ...? คือความอยาก ที่เราพากันหลงความคิด หลงอารมณ์ ต้องฝึกใจให้สงบให้เย็นให้ได้ มันอยากคิดเราก็ไม่คิด มันอยากพูดเราก็ไม่พูด มันอยากทำเราก็ไม่ทำ  มันไม่อยากทำเราก็ทำน่ะถ้ามันดี เพราะว่าธรรมะของพระพุทธเจ้าที่ท่านสอนเรานี้เป็นธรรมะที่ทวนโลกทวนกระแส ทวนจิตทวนใจของเราเอง นักประพฤติปฏิบัติน่ะต้องพยายามมาแก้ที่จิตที่ใจแก้ที่การกระทำความประพฤติของเราเอง

พยายามถอนความรู้สึกนึกคิดอัตตาตัวเองที่มันเป็นเราเป็นของเรา

คนเรามันมีตัวตนมากถ้าเราไม่ได้ภาวนา ไม่ได้พิจารณา บวชมาหลายพรรษากิเลสมันก็ขึ้นหลายพรรษาเหมือนกันนะ เป็นนักเทศน์เก่งสอนเก่ง กิเลสมันก็เป็นนักเทศน์เก่งนักสอนเก่งเหมือนกัน เป็นผู้ทำอะไรได้กิเลสมันก็ติดตามเราเหมือนเงาตามตัว


เราสังเกตดูนะ กิเลสของเราทุก ๆ คนมันเป็นอย่างนั้นจริง ๆ ... อย่างเราไม่ได้เป็นผู้นำทำวัตรสวดมนต์อย่างนี้แหละเราก็ไม่อยากเข้าศาลา เพราะว่าเราไม่ได้เป็นผู้นำสวดมนต์ อย่างเราเป็นนักเทศน์นักสอนนี่ บางทีครูบาอาจารย์ไม่ได้บอกไม่ได้อนุญาตให้เราเทศน์  เราสอนเราก็ไม่อยากเข้าศาลา นั่นเห็นมั๊ย เห็นกิเลสมั๊ย เห็นกิเลสตัวเองหรือเปล่า คนเรามันทิฏฐิมานะ อัตตาตัวตน มันชอบติดทองแต่หน้าพระ หลังพระมันไม่ติด อย่างใครมีบทบาทอะไรทำงานส่วนรวมอะไรกิเลสมันก็ฟู ก็คะนอง ถ้าใครไม่ได้ทำก็หงอย อันนี้มันเป็นอาการของจิตใจของกิเลสทั้งนั้น

ทุกท่านทุกคนก็ต้องพยายามแก้ไขตัวเองนะ จิตใจหรือปฏิปทาหรือสิ่งที่ดี ๆ ของเราก็เจริญน่ะ มันเหนื่อยมากลำบากมากเราก็ต้องอดต้องทนเพื่อทำความเพียร ละบาปที่ยังไม่เกิดไม่ให้เกิดขึ้น ละบาปมีอยู่ในใจอยู่ในกมลสันดานนี้ให้มันหายไป

ทำอะไรอยู่ปฏิบัติอะไรอยู่พระพุทธเจ้าท่านก็ให้เราปรารภธรรม อย่าได้พากันปรารภอัตตาตัวตนซึ่งมันเป็นสิ่งที่ไม่ดีไม่งามไม่เหมาะไม่ควร

เราทำอะไรอยู่ก็ตั้งใจทำให้มันดี ๆ นะ เพื่อเราจะได้มีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์ เพื่อเราจะทำความดีให้ถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาท

พระที่ชอบส่งใจออกไปข้างนอก โยมที่ชอบส่งใจออกไปข้างนอกต้องกลับเนื้อกลับตัว  ทั้งกายทั้งใจ ถือว่าผิดแล้วก็แล้วไป อย่าได้ทำอีก ถ้าเราทำไปเรื่อย ๆ โดยไม่รู้สึกตัวน่ะเราจะตกเป็นผู้หลอกลวง กิเลสมันหลอกลวงเรา เราก็ไปหลอกลวงคนอื่นต่อ

พระพุทธเจ้าท่านไม่ให้เรายุ่งกับสิ่งภายนอกน่ะ เป็นธุระในเรื่องภายนอก ท่านเมตตาเราสงสารเราให้เน้นเข้าหาข้อวัตรปฏิบัติ เพราะการประพฤติการปฏิบัตินี้คือความสำคัญคือความเจริญในพระพุทธศาสนา ไม่ใช่การมีหน้ามีตามีลาภยศสรรเสริญเป็นสิ่งที่สำคัญ เราจะได้เป็นพระมาตรฐาน เป็นเณรมาตรฐาน เป็นโยมวัดมาตรฐาน ส่วนใหญ่ก็เราทุก ๆ คนนี้แหละไม่ได้มาตรฐาน เมื่อไม่ได้มาตรฐานอย่างนี้ตัวอย่างที่ดีแบบอย่างที่ดีมันก็ไม่มี มีแต่ของปลอมทั้งนั้น

ความย่อหย่อนอ่อนแอนี้เป็นอันตรายต่อตัวเราเองและคนอื่น

 สมัยก่อนเมื่อสี่สิบกว่าปีน่ะ เขาพิมพ์หนังสือออกมาเพื่อให้ญาติโยมประชาชนรู้จักพระที่แท้จริง พระผู้ใหญ่ที่ย่อหย่อนอ่อนแอเค้าพิมพ์มาเท่าไหร่ก็เหมาซื้อแล้วเอาไปเผาทิ้งให้หมด กลัวประชาชนเค้าจะรู้ถึงความชั่วรู้ถึงพฤติกรรมน่ะ พระผู้ใหญ่หรือว่าพระผู้เป็นพี่เลี้ยงก็มีลักษณะอย่างนี้แหละเพราะว่าปฏิปทามันไม่ได้มาตรฐาน เราไปบอกเค้าผิด ๆ สอนเค้าผิด ๆ ว่าไม่เป็นไร ปลงอาบัติก็ได้ สอนใหม่ว่าอย่าไปยึดมั่นถือมั่นมาก อันนี้เป็นมิจฉาทิฏฐิที่เป็น  “มหาภัย” ต่อวงการประพฤติวงการปฏิบัติ


เมื่อเรายังหนุ่มยังน้อยนี้แหละ พระพุทธเจ้าท่านถึงให้เราปฏิบัติให้มันหนักให้มันเข้มข้นเพื่อจะได้เป็นนิสัยเป็นปัจจัยเป็นสงฆ์สาวกของพระพุทธเจ้า เมื่อไม่ได้มาตรฐาน ไม่เข้าถึงจิตถึงใจน่ะเราถึงเห็นพระผู้ใหญ่มีปัญหาเรื่องนารีสีกา เรื่องหลอกลวงประชาชนทำให้   วงพระพุทธศาสนากระทบกระเทือน เพราะว่าการประพฤติปฏิบัติธรรมของเราไม่ต่อเนื่อง  มีลาภมียศมีชื่อเสียงนิดหน่อยก็ลืมตัว ลืมมาก วันไหนอยากออกบิณฑบาตก็ออก  วันไหนไม่อยากออกก็ไม่ออก วันไหนอยากจะไปทำวัตรสวดมนต์นั่งสมาธิก็ไป วันไหนไม่อยากออกก็ไม่ออก กิเลสมันลามปามไปเรื่อยนะ

พระพุทธเจ้าท่านสอนเราทุก ๆ คนน่ะทั้งพระใหม่พระเก่าตลอดถึงญาติโยมประชาชนอย่าได้พากันลืมเนื้อลืมตัวนะ การประพฤติปฏิบัติต้องให้มันเข้มข้นต่อเนื่องกันไปเรื่อย ๆ อย่างสม่ำเสมอ การไม่ทำตามใจของตัวเองไม่ตามกิเลสของตัวเองพระพุทธเจ้าท่านตรัสว่าเป็นสิ่งที่ดีที่ประเสริฐ เราเป็นคนฉลาดเป็นคนเก่งไปเอาความสุขความดับทุกข์จากคนอื่นคงไม่ได้คงไม่ดีนะ ต้องเอาความสุขความดับทุกข์จากตัวเองด้วยการไม่ตามกิเลสนี้แหละ พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่าดีมาก ถูกต้อง

ถ้าเราจะพากันสร้างเรทติ้งให้กับตัวเองนั้น พระพุทธเจ้าท่านให้เรากลับมาหาธรรมะกลับหาวินัยอย่าได้พากันส่งกายส่งใจออกข้างนอกมันเป็นสิ่งที่ไม่ดีไม่งาม มันมีเบื้องหน้าเบื้องหลังโดยถูกกิเลสมันครอบงำ

เราทุกคนต้องกราบไหว้ตัวเองให้ได้ให้สนิทใจ คนอื่นเค้าอยู่ใกล้ๆ เค้าจะได้รักเคารพเรากราบไหว้เราได้สนิทใจอย่างนี้ถึงจะถูกต้อง มันถึงจะไม่กินแหนงแคลงใจ ที่พูดที่บรรยายนี้แหละเป็นพระธรรมคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ท่านตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราจะขนาบแล้วขนาบอีกเพื่อให้พวกเธอทั้งหลายได้เดินตามความถูกต้องเดินตามธรรมวินัย จะไม่ได้หลงผิดออกนอกลู่นอกทาง ซึ่งเป็นอันตรายแสบเผ็ดต่อการประพฤติพรหมจรรย์คุณธรรมคุณงามความดี

การบรรยายธรรมวินัยขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในวันนี้ก็พอเห็นสมควรแก่เวลาขอสมมุติยุติไว้แต่เพียงเท่านี้ 

ด้วยอานุภาพของพระพุทธเจ้า พระธรรม พระอริยสงฆ์ จงเป็นเหตุเป็นปัจจัยให้ทุกท่านทุกคนนั้นเข้าถึงพระนิพพาน มีปฏิปทาอันสวยสดงดงามเป็นกฎแห่งการทำความดี  ด้วยกันทุกท่านทุกคนเทอญ... 


พระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

ที่องค์พ่อแม่ครูอาจารย์เมตตาให้นำมาบรรยาย

เช้าจันทร์วันที่ ๘ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๕๖


หมายเลขบันทึก: 542050เขียนเมื่อ 10 กรกฎาคม 2013 23:52 น. ()แก้ไขเมื่อ 10 กรกฎาคม 2013 23:52 น. ()สัญญาอนุญาต: ไม่สงวนสิทธิ์ใดๆ


ความเห็น (6)

สาธุๆๆครับ เขียนได้ดีมากเลยครับ

ยังทำไม่ได้แต่คิดจะทำ

เพราะหัวใจเริ่มแตกสลาย เลยกลับมา......อ่านอีกครั้ง

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี