เมื่อไรที่มีข่าวเกี่ยวกับการปรับขึ้นเงินเดือนหรือค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำ เมื่อนั้นจะมีคนดีใจและเศร้าใจ...

     คนที่ดีใจ คือ คนที่จะได้รับประโยชน์ เช่น ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ  หรือกลุ่มแรงงานในระบบที่มีระบบประกันรายได้ตามกฎหมาย  ส่วนคนที่เศร้าใจ คือ คนที่ต้องหาเช้ากินค่ำ เช่น คนถีบสามล้อ  กรรมกรที่ใช้แรงงานทั่วไป หรือคนที่ไม่สามารถเรียกร้องสิทธิค่าแรงขั้นต่ำได้ ซึ่งในสังคมปัจจุบันต้องยอมรับว่ามีคนกลุ่มนี้อยู่ไม่น้อยเหมือนกัน

     ปัจจุบัน ผมเป็นข้าราชการแม้ว่าการปรับอัตราเงินเดือน การขยายเพดานเงินเดือน หรือการปรับเงินต่าง ๆ ที่ทำให้เงินเดือนเพิ่มขึ้นจะทำให้ผมมีรายได้เพิ่มขึ้น ทำให้ผมดีใจเหมือนคนอื่น ๆ  ก็ตาม แต่ด้วยอดีตที่เคยเป็นลูกของกรรมกรใช้แรงงานนอกระบบ พ่อแม่หาเช้ากินค่ำ ทำให้มีรายได้ไปวัน ๆ นั้นทำให้ผมรับรู้ถึงความทุกข์ใจของคนกลุ่มนี้ได้เป็นอย่างดี เพราะ เมื่อไรก็ตามที่มีการปรับเงินเดือนให้ข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือปรับค่าแรงขั้นต่ำให้เพิ่มขึ้น จะส่งผลให้มีการปรับราคาสินค้าทุกอย่างให้สูงขึ้นตามไปด้วย ชนิดที่เรียกว่า แพงหูฉี่เลยทีเดียว...

     คนที่มีรายได้เป็นเดือน เมื่อได้ปรับเงินเดือนเพิ่มขึ้น เมื่อราคาสินค้าแพงขึ้นก็ยังพอทำเนา  แต่คนที่หาเช้ากินค่ำ ไม่มีสิ่งใดการันตีค่าแรงที่ได้ ไม่ทำก็อด เมื่อราคาสินค้าแพงขึ้นก็ต้องทนรับกรรมไปโดยไม่สามารถจะประกาศร้องป่าวให้ใครฟังได้เลย  ชีวิตต้องอยู่ให้ได้ แต่การอยู่ให้ได้ช่างแร้นแค้นเหลือเกินครับ

     บันทึกนี้ของผม มิได้เขียนขึ้นมาบอกว่าการปรับเงินเดือนไม่ดี ผมก็ว่าดี เพราะผมก็มีโอกาสได้ปรับเหมือนกัน แต่สิ่งหนึ่งที่จะพอสะท้อนให้สังคมได้รับรู้บ้างก็คงจะเป็นเรื่องของกลุ่มคนอีกจำนวนไม่น้อยที่เขายังคงแร้นแค้นอยู่  ผมไม่ได้เรียกร้องให้ผู้ประกอบการลดราคาสินค้าเพื่อพวกเขา  แต่อยากสะท้อนให้รู้ว่าบางครั้งที่มีการปรับราคาสินค้าและบริการด้วยเหตุผลแค่ว่าเงินเดือนปรับแล้วก็ต้องปรับราคาสูงตามด้วย โดยแท้จริงต้นทุนยังไม่เพิ่มหรือสูงขึ้นก็ตาม  สิ่งเหล่านี้ มีผลกระทบต่อเพื่อนมนุษย์ผู้ร่วมสังคมนี้ของเราเช่นกันครับ  แต่จะทำอย่างไรได้ล่ะครับ ผมก็หมดทางเสนอแนะเหมือนกัน ทำได้แค่ส่งผ่านความเห็นอกเห็นใจผ่านบันทึกเล็ก ๆ แห่งนี้ครับ