ผลไม้เมืองไทยเรามากจริงๆนะคะ แต่ละฤดูก็มีหลายชนิดออกลูกพร้อมๆกัน ปีนี้ชิมกระท้อนกันบ้างหรือยังค่ะ เดี๋ยวนี้กระท้อนพันธุ์พื้นเมืองลูกเล็กๆไม่มีวางขาย น่าจะมีเป็นกองเป็นถุงที่ผู้แปรรูปซื้อครั้งละมากไปดองหรือแช่อิ่มคนในเมืองก็ไม่ได้เห็นได้ซื้อ มีบ้างก็คงน้อย เดี๋ยวนี้ที่ขึ้นร้าน กระจาดขายคู่กับผลไม้อื่นๆเป็นพันธุ์ลูกโตๆเนื้อติดเมล็ดขาวดั่งปุยฝ้าย  บันทึกก่อนหน้านี้ได้ตำกระท้อนใส่น้ำปูให้ชมแล้ว ได้ทำกระท้อนทรงเครื่อง ซึ่งเป็นอาหารที่ไม่ได้ทำมาหลายปีมาก แต่พอจะทำก็พบว่ากระท้อนที่นำมาจากบ้านเพื่อนโดนแมลงเจาะเสีย เหลือแค่ 2 ลูกเล็กที่แมลงคงไม่แล เจาะลูกโตดีกว่า พอทำได้มาฝากนะคะ 

กระท้อนทรงเครื่อง 




วิธีทำ

1. นำน้ำเปล่าใส่ถ้วยใส่เกลือพอประมาณ

2. กระท้อนปอกผิวนอกบางๆออกผ่ากดมีดเบาทำเป็นชิ้นๆรอบลูกอย่าให้เนื้อหลุดออกจากลูก 

  ผ่าชนหัวท้ายลูก เสร็จแล้วแช่ลงในน้ำเกลือ

3. ถัาวลิสงคั่วให้สุก พอเย็นแล้วนำเปลือกออกโดยขย้ำเบาๆตรงเมล็ดเปลือกจะร่อนออกมา 

แล้วค่อยปัดหรือเบาให้เปลือกถั่วออกไป  นำเมล็ดถั่วตำพอหยาบไม่ต้องละเอียดมาก ตักใส่ถ้วยไว้

4. กุ้งแห้งแช่น้ำร้อนสักพัก บีบน้ำออกให้แห้ง แล้วนำลงตำในครกให้ละเอียด ตักใส่ถ้วยไว้

5. กระทะหรือหม้อตั้งไฟ ใส่น้ำ 1 ถ้วย ใส่น้ำตาลปีบ 2 ช้อนโต๊ะ เกลือ 1 หยิมมือ พริกป่นโดยตำพริกแห้ง 1 เม็ด

หรือใช้พริกป่นที่มีในครัว เผ็ดมากน้อยแล้วแต่ชอบ เคี่ยวรวมไปกับน้ำตาลไฟอ่อนๆให้เหนียวพอประมาณ 

( การเคี่ยวน้ำหวานนี้ประมาณให้พอเหมาะกับลุกกระท้อนที่จะทำแต่ละครั้ง)

6. ชิมดูที่เคี่ยวเหนียวแล้ว ปิดไฟ ทิ้งไว้ให้เย็น

7. กระท้อนบีบน้ำเกลือออก เรียงใส่จาน รอน้ำที่เตรียมราดเย็น

8. พอน้ำที่ทำเย็น ก็ตักราดบนลูกกระท้อน แล้วโรยด้วยถั่วลิสง กุ้งแห้ง ที่ตำไว้

9. ตอนตักจะคลุกให้เข้ากันหรือตักโดยไม่ต้องคลุกก็ได้











กระท้อน นั้นทำอาหารได้หลายอย่าง  เป็นต้นไม้ผลที่มีตามบ้าน ให้ร่มเงาดีเพราะใบหนาใหญ่ดก เวลามีลูกควรจะห่อ เพราะแมงวันทองชอบมากเมื่อโดนต่อยแล้วลุกนั้นก็จะมีหนอนและเสียกินไม่ได้ หากขยันห่อบ้างบางลูก ลูกที่ห่อก็จะอยู่ได้จนเป็นลูกแก่ผิวนวลสวย 

ด้วยความปรารถนาดี   กานดา แสนมณี